บริษัท ไทย โอ.พี.พี. จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
132.50
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3541 out_tok=1710 at=2026-07-26T09:50:37 -->
# TOPP กำไร Q1/2565 ลดลง 31.6% เหตุต้นทุนวัตถุดิบพุ่งสูงกว่าราคาขาย
## รายได้รวมเพิ่ม แต่ GPM หดหนัก หลังต้นทุนเม็ดพลาสติกพุ่งสูงกว่าราคาขายฟิล์ม
บริษัท ไทย โอ.พี.พี. จำกัด (มหาชน) หรือ TOPP รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 22.18 ล้านบาท ลดลง 31.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายจะปรับตัวสูงขึ้น แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบหลักส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ TOPP ในไตรมาส 1 ปี 2565 ลดลง 31.6% (จาก 32.43 ล้านบาท เป็น 22.18 ล้านบาท) มาจาก **กำไรขั้นต้นที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 14.29 ล้านบาท** โดยเฉพาะในส่วนงานฟิล์มที่ลดลงถึง 11.43 ล้านบาท แม้ว่ารายได้จากการขายจะเพิ่มขึ้น 9.6% ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักมาจาก **ราคาวัตถุดิบกลุ่มเม็ดพลาสติก ซึ่งเป็นต้นทุนการผลิตทางตรง มีการปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาด** ทำให้บริษัทฯ ต้องปรับราคาขายฟิล์มตามไปด้วย ส่งผลให้ยอดขายฟิล์มสูงขึ้น แต่การปรับราคาขายดังกล่าว **ยังไม่สามารถชดเชยต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันได้ทั้งหมด** จึงส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยบวกเล็กน้อยจากรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้น 1.61 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากรายได้จากการขายเศษฟิล์มพลาสติกที่เพิ่มขึ้นตามราคาเม็ดพลาสติก และรายได้จากการขายอุปกรณ์แพ็คกิ้งเหลือใช้ รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น 0.65 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ปัจจัยบวกเหล่านี้ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากกำไรขั้นต้นที่ลดลงได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร การที่ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้นและส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้นนั้น **เป็นผลมาจากราคาตลาดที่ผันผวน** ซึ่งฝ่ายจัดการได้พยายามปรับราคาขายเพื่อชดเชยแล้ว แต่ยังไม่ทันท่วงที การที่ราคาวัตถุดิบจะปรับตัวลดลงหรือไม่นั้น **ยังไม่ชัดเจน** และขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดโลก อย่างไรก็ตาม หากราคาวัตถุดิบยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้นในไตรมาสถัดไปได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 31.6% YoY:** จาก 32.43 ล้านบาท ใน Q1/2564 เป็น 22.18 ล้านบาท ใน Q1/2565
* **กำไรขั้นต้นลดลง 14.29 ล้านบาท:** โดยเฉพาะส่วนงานฟิล์มที่ลดลง 11.43 ล้านบาท
* **ราคาวัตถุดิบเม็ดพลาสติกสูงขึ้น:** เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น
* **การปรับราคาขายยังไม่ทันชดเชยต้นทุน:** ส่งผลให้ GPM ลดลง
* **รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 9.6%:** จากการปรับราคาขายฟิล์มตามต้นทุน
* **รายได้อื่นและส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นเล็กน้อย:** ไม่สามารถชดเชยผลกระทบหลักได้
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทมีกำไรสุทธิสำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2565 อยู่ที่ 22.18 ล้านบาท ลดลง 10.25 ล้านบาท หรือคิดเป็นการลดลง 31.6% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 32.43 ล้านบาท การลดลงของกำไรสุทธิมีสาเหตุหลักมาจากกำไรขั้นต้นที่ลดลง แม้ว่ารายได้จากการขายจะมีการปรับตัวสูงขึ้นก็ตาม
## โอกาส
* **รายได้จากการขายเศษฟิล์มพลาสติกเพิ่มขึ้น:** ตามราคาเม็ดพลาสติกที่ปรับตัวสูงขึ้น
* **รายได้จากการขายอุปกรณ์แพ็คกิ้งเหลือใช้เพิ่มขึ้น:** เป็นปัจจัยบวกเล็กน้อย
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น:** สะท้อนผลประกอบการที่ดีขึ้นของบริษัทร่วม
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาเม็ดพลาสติกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นความเสี่ยงสำคัญที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้น
* **ความสามารถในการปรับราคาขาย:** การที่ราคาขายยังไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นได้ทั้งหมด เป็นความเสี่ยงต่อความสามารถในการทำกำไรในระยะสั้น
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** แม้จะไม่ได้ระบุโดยตรง แต่การแข่งขันเป็นปัจจัยที่ต้องพิจารณาเสมอในอุตสาหกรรมสินค้าอุตสาหกรรม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบเม็ดพลาสติก:** จะปรับตัวลดลงหรือยังคงอยู่ในระดับสูง
* **ความสามารถในการปรับราคาขาย:** จะสามารถปรับราคาขายให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงได้หรือไม่
* **ผลประกอบการของบริษัทร่วม:** จะยังคงเติบโตต่อเนื่องหรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** มาตรการของบริษัทในการควบคุมและลดต้นทุนการผลิต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** ไม่ได้ระบุในเอกสาร
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุในเอกสาร
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบกลุ่มเม็ดพลาสติกปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เป็นปัจจัยกดดันหลัก
* **GPM:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในส่วนงานฟิล์ม เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบสูงกว่าราคาขาย
* **ส่งออก:** ไม่ได้ระบุในเอกสาร
* **ค่าเงิน:** ไม่ได้ระบุในเอกสาร
* **สินค้าคงคลัง:** ไม่ได้ระบุในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **งบการเงิน:** ระบุเพียงผลประกอบการสำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2565
* **รายการอื่นๆ:** มีความแตกต่างที่ไม่มีนัยสำคัญ
## สรุปท้าย
TOPP ในไตรมาส 1 ปี 2565 เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบเม็ดพลาสติกที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น แม้บริษัทจะพยายามปรับราคาขายเพื่อชดเชย แต่ยังไม่สามารถครอบคลุมต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด ทำให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีปัจจัยบวกจากรายได้อื่นและส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม แต่ไม่เพียงพอที่จะพลิกสถานการณ์ได้ นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาวัตถุดิบและความสามารถในการปรับราคาขายของบริษัทในไตรมาสถัดไปอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TOPP ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
403.46
ล้านบาท
↓ 9.5% YoY
กำไรขั้นต้น
47.68
ล้านบาท
↓ 2.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
11.82
%
กำไรสุทธิ
25.83
ล้านบาท
↓ 4.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.40
%
D/E Ratio
0.19
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
403
↓ -9.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
48
↓ -2.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
26
↓ -4.9%
YoY
D/E Ratio
0.19
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TOPP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.19
ROE (%)
6.51
ROA (%)
6.63
Book Value/หุ้น
297.89
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TOPP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-92
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-54
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TOPP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-91.97
-190.01%
|
102.18
+11,380.90%
|
0.89
-101.89%
|
-46.99
+876.92%
|
-4.81
-101.61%
|
297.92
+300.97%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-53.91
-25.03%
|
-71.91
-193.58%
|
76.84
-124.11%
|
-318.72
+118.66%
|
-145.76
-15.12%
|
-171.72
+47.44%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
40.36
-24.04%
|
53.13
-3,642.00%
|
-1.50
-314.29%
|
0.70
-122.95%
|
-3.05
-93.30%
|
-45.52
+62.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-105.53
-226.52%
|
83.41
-21.27%
|
105.94
-41.12%
|
179.93
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
191.71
+73.29%
|
110.63
-59.91%
|
275.94
+187.41%
|
96.01
-18.33%
|
117.56
+218.76%
|
36.88
-65.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
334.19
+74.32%
|
191.71
+73.29%
|
110.63
-59.91%
|
275.94
+187.41%
|
96.01
-18.33%
|
117.56
+218.76%
|