บริษัท ไทย โอ.พี.พี. จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
132.50
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3783 out_tok=2166 at=2026-07-26T10:19:57 -->
# TOPP Q2/2565 กำไรสุทธิพุ่ง 60% รับอานิสงส์ออเดอร์สติ๊กเกอร์-ฟิล์มพลาสติก
## รายได้-กำไรโตตามออเดอร์ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ต้นทุนสินค้าลดลงจากการกลับรายการสำรอง
บริษัท ไทย โอ.พี.พี. จำกัด (มหาชน) หรือ TOPP รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 31.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.91 ล้านบาท หรือ 59.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้นในส่วนของสติ๊กเกอร์และฟิล์มพลาสติก ประกอบกับการควบคุมต้นทุนการผลิตที่ดีขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ TOPP ในไตรมาส 2 ปี 2565 ให้เติบโตถึง 59.9% มาจาก **การเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้น (Gross Profit)** เป็นหลัก โดยเฉพาะในส่วนของ **สติ๊กเกอร์** ที่มีกำไรเพิ่มขึ้น 9.12 ล้านบาท และ **ฟิล์มพลาสติก** ที่มีกำไรเพิ่มขึ้น 6.08 ล้านบาท ซึ่งการเพิ่มขึ้นนี้ส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ส่วนงานสติ๊กเกอร์:** กำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เกิดจากลูกค้ามีการสั่งซื้อสินค้ากลุ่มงานเดิม (Re-order) ในปริมาณที่ค่อนข้างสูง ทำให้บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนการผลิตได้ดีขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการการผลิตที่มีประสิทธิภาพเมื่อมีคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
* **ส่วนงานฟิล์มพลาสติก:** กำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นมาจาก **การลดลงของต้นทุนสินค้า** เนื่องจากการกลับรายการสำรองสินค้าล้าสมัย (Obsolete Stock Provision) หลังจากมีการจำหน่ายสินค้าออกไปได้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการจัดการสินค้าคงคลังที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากค่าขนส่งสินค้าภายในประเทศและค่าใช้จ่ายส่งออก รวมถึงการกลับรายการผลขาดทุนจากการด้อยค่าลูกหนี้นั้น มีผลกระทบต่อกำไรสุทธิโดยรวมน้อยกว่าปัจจัยบวกจากกำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของสติ๊กเกอร์ที่ได้รับอานิสงส์จากปริมาณการสั่งซื้อสินค้ากลุ่มงานเดิม (Re-order) ที่ค่อนข้างสูง ซึ่งหากลูกค้ายังคงมีความต้องการในระดับนี้อย่างต่อเนื่อง จะส่งผลดีต่อการควบคุมต้นทุนและอัตรากำไรของบริษัท อย่างไรก็ตาม การกลับรายการสำรองสินค้าล้าสมัยในส่วนฟิล์มพลาสติกนั้น เป็นรายการที่เกิดขึ้นจากการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง ซึ่งอาจไม่สามารถเกิดขึ้นซ้ำในระดับเดียวกันได้ทุกไตรมาส แต่การที่บริษัทสามารถระบายสินค้าคงคลังได้ดีก็เป็นสัญญาณที่ดีต่อการดำเนินงานในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ:** 31.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59.9% YoY
* **กำไรขั้นต้น:** เพิ่มขึ้น 16.09 ล้านบาท YoY
* **ปัจจัยหนุน:** กำไรขั้นต้นส่วนสติ๊กเกอร์เพิ่มขึ้นจากปริมาณ Re-order สูง และส่วนฟิล์มพลาสติกเพิ่มขึ้นจากการกลับรายการสำรองสินค้าล้าสมัย
* **ค่าใช้จ่าย:** ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากค่าขนส่ง และค่าใช้จ่ายส่งออก
* **รายได้อื่น:** เพิ่มขึ้น 1.15 ล้านบาท จากดอกเบี้ยรับและกำไรจากการขายหลักทรัพย์
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท ไทย โอ.พี.พี. จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 31.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.91 ล้านบาท หรือ 59.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 19.89 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้นเป็นสำคัญ
## โอกาส
* **ปริมาณคำสั่งซื้อ (Order Volume):** การที่ลูกค้ามีการสั่งซื้อสินค้ากลุ่มงานเดิม (Re-order) ในปริมาณค่อนข้างสูงในส่วนของสติ๊กเกอร์ เป็นสัญญาณที่ดีต่อการดำเนินงานที่ต่อเนื่อง
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** การสามารถจำหน่ายสินค้าคงคลังและกลับรายการสำรองสินค้าล้าสมัยในส่วนฟิล์มพลาสติก แสดงถึงการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ
* **การลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงิน:** การมีจำนวนหน่วยลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินมากกว่าปีก่อน ส่งผลให้ประมาณการดอกเบี้ยรับและกำไรจากการขายหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ:** แม้ในไตรมาสนี้ต้นทุนสินค้าลดลงจากการกลับรายการสำรอง แต่ต้นทุนวัตถุดิบในอุตสาหกรรมสินค้าอุตสาหกรรมโดยรวมยังคงมีความผันผวน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในอนาคต
* **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นจากค่าขนส่งสินค้าภายในประเทศและค่าใช้จ่ายส่งออก อาจเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไรหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **ความไม่แน่นอนของตลาด:** ความผันผวนของตลาดและการแข่งขันในอุตสาหกรรมสินค้าอุตสาหกรรมยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มปริมาณคำสั่งซื้อ Re-order:** ติดตามว่าคำสั่งซื้อสินค้ากลุ่มงานเดิมในส่วนสติ๊กเกอร์จะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องหรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุนการผลิต:** ประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุนการผลิตเมื่อเทียบกับราคาขายสินค้า
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** ความสามารถในการระบายสินค้าคงคลังและหลีกเลี่ยงการตั้งสำรองสินค้าล้าสมัย
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** การควบคุมค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายส่งออก
* **ผลประกอบการของบริษัทร่วม:** การเปลี่ยนแปลงของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่การที่ลูกค้ามีการสั่งซื้อสินค้ากลุ่มงานเดิม (Re-order) ในปริมาณค่อนข้างสูงในส่วนสติ๊กเกอร์ อาจบ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่ค่อนข้างเต็มที่ในส่วนงานดังกล่าว
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่ปริมาณ Re-order ที่สูงบ่งชี้ถึงความต้องการสินค้าที่ยังมีอยู่
* **ราคาวัตถุดิบ:** เอกสารระบุว่าต้นทุนสินค้าลดลงจากการกลับรายการสำรองสินค้าล้าสมัยในส่วนฟิล์มพลาสติก ซึ่งอาจไม่ได้สะท้อนราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่เป็นการจัดการสินค้าคงคลัง
* **GPM:** กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 16.09 ล้านบาท โดยส่วนสติ๊กเกอร์เพิ่ม 9.12 ล้านบาท และฟิล์มพลาสติกเพิ่ม 6.08 ล้านบาท ซึ่งส่งผลดีต่อ GPM โดยรวม
* **การส่งออก:** มีการกล่าวถึงค่าใช้จ่ายส่งออกที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย
* **ค่าเงิน:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** มีการกลับรายการสำรองสินค้าล้าสมัยในส่วนฟิล์มพลาสติก
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์ทางการเงิน:** มีจำนวนหน่วยลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินมากกว่าปีก่อน ส่งผลให้ประมาณการดอกเบี้ยรับและกำไรจากการขายหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น
* **ผลขาดทุน (กำไร) อื่น:** เกิดจากการประมาณการกำไรขาดทุนจากราคาปิด (NAV) ของสินทรัพย์ทางการเงิน โดยไตรมาส 2 ปีนี้เป็นยอดขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงประมาณ 1.13 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่เป็นกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง 0.24 ล้านบาท ทำให้เกิดผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงสุทธิเพิ่มขึ้น 1.37 ล้านบาท
## สรุปท้าย
TOPP ในไตรมาส 2 ปี 2565 โชว์ผลประกอบการที่แข็งแกร่งด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตเกือบ 60% โดยมีหัวใจสำคัญมาจากกำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นในกลุ่มผลิตภัณฑ์สติ๊กเกอร์ จากปริมาณคำสั่งซื้อที่สูงขึ้นและการควบคุมต้นทุนที่ดี รวมถึงส่วนของฟิล์มพลาสติกที่ได้ประโยชน์จากการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง แม้จะมีค่าใช้จ่ายบางส่วนที่เพิ่มขึ้น แต่ปัจจัยบวกจากกำไรขั้นต้นก็สามารถชดเชยได้ทั้งหมด โดยแนวโน้มการดำเนินงานในอนาคตยังคงต้องจับตาปริมาณคำสั่งซื้อ Re-order และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างใกล้ชิด.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TOPP ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
403.46
ล้านบาท
↓ 9.5% YoY
กำไรขั้นต้น
47.68
ล้านบาท
↓ 2.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
11.82
%
กำไรสุทธิ
25.83
ล้านบาท
↓ 4.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.40
%
D/E Ratio
0.19
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
403
↓ -9.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
48
↓ -2.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
26
↓ -4.9%
YoY
D/E Ratio
0.19
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TOPP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.19
ROE (%)
6.51
ROA (%)
6.63
Book Value/หุ้น
297.89
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TOPP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-92
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-54
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TOPP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-91.97
-190.01%
|
102.18
+11,380.90%
|
0.89
-101.89%
|
-46.99
+876.92%
|
-4.81
-101.61%
|
297.92
+300.97%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-53.91
-25.03%
|
-71.91
-193.58%
|
76.84
-124.11%
|
-318.72
+118.66%
|
-145.76
-15.12%
|
-171.72
+47.44%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
40.36
-24.04%
|
53.13
-3,642.00%
|
-1.50
-314.29%
|
0.70
-122.95%
|
-3.05
-93.30%
|
-45.52
+62.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-105.53
-226.52%
|
83.41
-21.27%
|
105.94
-41.12%
|
179.93
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
191.71
+73.29%
|
110.63
-59.91%
|
275.94
+187.41%
|
96.01
-18.33%
|
117.56
+218.76%
|
36.88
-65.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
334.19
+74.32%
|
191.71
+73.29%
|
110.63
-59.91%
|
275.94
+187.41%
|
96.01
-18.33%
|
117.56
+218.76%
|