บริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์
10.60
0.10 (0.93%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-3.1-flash-lite in_tok=6216 out_tok=1679 at=2026-07-22T17:52:51 -->
# TMAN เผยผลประกอบการปี 2566 กำไรสุทธิ 431.1 ล้านบาท รับแรงหนุนยอดขายสินค้ากลุ่มยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ
## รายได้รวมปรับตัวตามสถานการณ์โรคระบาดที่คลี่คลาย พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ขยายพอร์ตสินค้าใหม่และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
บริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล จำกัด (มหาชน) หรือ TMAN รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2566 โดยมีรายได้รวม 1,980.0 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 431.1 ล้านบาท แม้ภาพรวมรายได้จะปรับตัวลดลงเล็กน้อยร้อยละ 2.2 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าจากสถานการณ์โรคโควิด-19 ที่คลี่คลายลง แต่บริษัทสามารถชดเชยด้วยการเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาแผนปัจจุบันและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการปรับตัวตามความต้องการของผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจสุขภาพเชิงป้องกันมากขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
**หัวใจสำคัญคือการปรับตัวของ Product Mix ตามความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนไปหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย**
1. **หัวใจคืออะไร:** กำไรสุทธิของ TMAN ในปี 2566 อยู่ที่ 431.1 ล้านบาท ลดลงจาก 472.5 ล้านบาทในปี 2565 โดยมีปัจจัยหลักจากการลดลงของรายได้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับโรคทางเดินหายใจ ซึ่งเคยเป็นสินค้าหลักในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงของสัดส่วนผลิตภัณฑ์ (Product Mix) ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงลดลง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวจากร้อยละ 54.2 เหลือร้อยละ 49.1
2. **ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:** เมื่อความต้องการสินค้ากลุ่มโรคทางเดินหายใจลดลง บริษัทได้ปรับกลยุทธ์เชิงรุกด้วยการเพิ่มกิจกรรมทางการตลาดและการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มยาแผนปัจจุบัน เช่น แบรนด์ "ไมด้า" (ยารักษาโรคผิวหนัง) และกลุ่มยาปฏิชีวนะ รวมถึงการขยายไลน์สินค้ากลุ่มวิตามินภายใต้แบรนด์ "ไอ-เดีย" (I-DEE) เพื่อตอบรับเทรนด์สุขภาพเชิงป้องกัน อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านของสัดส่วนสินค้าที่ขายได้ (Product Mix) ไปสู่กลุ่มที่มีมาร์จินแตกต่างจากสินค้ากลุ่มโควิดเดิม ทำให้ภาพรวมอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวลดลงตามสัดส่วนรายได้ที่เปลี่ยนไป
3. **จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** ปัจจัยเรื่องการลดลงของสินค้ากลุ่มโควิดถือเป็นลักษณะที่เกิดขึ้นตามสถานการณ์ (One-time effect จากการเปลี่ยนผ่านของยุคสมัย) แต่ในส่วนของการเติบโตจากผลิตภัณฑ์ใหม่และการขยายตลาดสู่โรงพยาบาลและร้านขายยาถือเป็นกลยุทธ์ที่บริษัทมุ่งเน้นต่อเนื่อง เพื่อสร้างฐานรายได้ใหม่ที่ยั่งยืนกว่าเดิม ดังนั้นแนวโน้มผลประกอบการในระยะถัดไปจะขึ้นอยู่กับความสำเร็จในการทำตลาดผลิตภัณฑ์ใหม่และการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตให้มีประสิทธิภาพตามแผนงานที่วางไว้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ:** อยู่ที่ 431.1 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิร้อยละ 21.8
* **รายได้จากการขาย:** ปรับตัวลดลงร้อยละ 2.2 มาอยู่ที่ 1,980.0 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากยอดขายสินค้ากลุ่มโรคทางเดินหายใจที่ลดลงตามสถานการณ์โควิด-19
* **การเติบโตของสินค้าใหม่:** ยาแผนปัจจุบันและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (เช่น แบรนด์ไมด้า และ ไอ-เดีย) มียอดขายเพิ่มขึ้นจากการรุกตลาดและการออกผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่
* **การลงทุน:** สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 15.3 จากการลงทุนขยายกำลังการผลิตและปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตตามแผนงาน
* **สถานะการเงิน:** หนี้สินรวมลดลงร้อยละ 10.3 จากการชำระคืนเงินกู้ยืมและภาษีเงินได้ค้างจ่าย ส่งผลให้โครงสร้างทางการเงินมีความแข็งแกร่งขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 1,980.0 ล้านบาท ลดลง 44.4 ล้านบาท (YoY) อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ร้อยละ 49.1 ลดลงจากร้อยละ 54.2 ในปีก่อนหน้า เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนผลิตภัณฑ์ (Product Mix) ที่กลุ่มสินค้ามาร์จินสูงมียอดขายลดลง
## โอกาส
* การขยายฐานลูกค้ากลุ่มโรงพยาบาลและร้านขายยาผ่านผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น ยาลดไขมันในเลือดแบรนด์ "ลีพิด้า" (Lipida)
* เทรนด์การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันที่เติบโตต่อเนื่อง หนุนยอดขายกลุ่มวิตามินและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
* การลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตจะช่วยลดต้นทุนในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคที่อาจส่งผลต่อความต้องการสินค้ากลุ่มเดิม
* ความผันผวนของสัดส่วนผลิตภัณฑ์ (Product Mix) ที่อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นหากสินค้ากลุ่มมาร์จินสูงมียอดขายไม่เป็นไปตามเป้า
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
1. การเติบโตของยอดขายผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มยาแผนปัจจุบันและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
2. การบริหารจัดการ Product Mix เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
3. ความคืบหน้าของการใช้กำลังการผลิตใหม่ที่ลงทุนไปในปี 2566
4. การรักษาส่วนแบ่งการตลาดในช่องทางร้านขายยาและโรงพยาบาล
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
บริษัทมุ่งเน้นการปรับตัวผ่านการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ (New Product Launch) เช่น ผลิตภัณฑ์ในรูปแบบ Gummy และ Oral Strip ภายใต้แบรนด์ "ไอ-เดีย" เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ รวมถึงการเพิ่มกิจกรรมทางการตลาดในแบรนด์หลักอย่าง "ไมด้า" เพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิมและขยายฐานลูกค้าใหม่ในช่องทาง Modern Trade และร้านขายยา
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 2,627.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.3 จากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือเพื่อรองรับอุปสงค์และที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ ส่วนหนี้สินรวมลดลงเหลือ 1,107.9 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 10.3) และส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 45.8 จากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น
## สรุปท้าย
ปี 2566 เป็นปีแห่งการปรับตัวของ TMAN จากผลกระทบของสถานการณ์โรคระบาดที่คลี่คลาย แม้กำไรจะปรับตัวลดลงจาก Product Mix ที่เปลี่ยนไป แต่บริษัทได้วางรากฐานการเติบโตผ่านการลงทุนขยายกำลังการผลิตและการรุกตลาดผลิตภัณฑ์สุขภาพใหม่ๆ ซึ่งจะเป็นตัวขับเคลื่อนผลประกอบการในระยะถัดไป โดยมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นจากการลดภาระหนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้นที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TMAN ไตรมาส 4/2566
รายได้รวม
894.66
ล้านบาท
↓ 23.5% YoY
กำไรขั้นต้น
334.04
ล้านบาท
↓ 42% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
37.34
%
กำไรสุทธิ
181.79
ล้านบาท
↓ 26.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
20.32
%
D/E Ratio
0.79
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
895
↓ -23.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
334
↓ -42%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
182
↓ -26.6%
YoY
D/E Ratio
0.79
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TMAN
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.79
ROE (%)
26.91
ROA (%)
17.74
Book Value/หุ้น
5.50
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TMAN
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-581
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-43
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TMAN
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-580.78
+299.63%
|
-145.33
-132.54%
|
446.64
-22.17%
|
573.87
+97.70%
|
290.27
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-43.04
-91.52%
|
-507.29
+134.44%
|
-216.38
+22.00%
|
-177.36
+142.99%
|
-72.99
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
286.28
-77.10%
|
1,250.10
-5,130.58%
|
-24.85
-59.39%
|
-61.19
-75.27%
|
-247.46
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-266.83
-148.80%
|
546.78
+1,238.18%
|
40.86
-85.66%
|
285.00
-737.44%
|
-44.71
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
348.39
+0.10%
|
348.04
+13.31%
|
307.17
+1,284.27%
|
22.19
-66.83%
|
66.90
+317.22%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
399.31
-10.95%
|
448.39
+28.83%
|
348.04
+13.30%
|
307.19
+1,284.36%
|
22.19
-66.83%
|