บริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์
10.60
0.10 (0.93%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6096 out_tok=2238 at=2026-07-22T15:08:31 -->
# TMAN กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกหดตัว 4.8% รับแรงกดดันต้นทุนการขายพุ่ง แม้รายได้โต
## รายได้รวม 6 เดือนแรกโต 15.5% แต่กำไรสุทธิลดลง 4.8% จากต้นทุนการขายที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ฝ่ายจัดการคาดการณ์ผลกระทบจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีจะช่วยหนุนผลประกอบการ
บริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล จำกัด (มหาชน) หรือ TMAN รายงานผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกปี 2567 มีกำไรสุทธิ 238.4 ล้านบาท ลดลง 4.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะเติบโตถึง 15.5% สาเหตุหลักมาจากต้นทุนการขายที่เพิ่มขึ้นจากการส่งเสริมการขายที่มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการระบุว่าการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการลงทุนจะช่วยสนับสนุนผลประกอบการในระยะต่อไป
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุปโภคบริโภค
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลต่อผลประกอบการของ TMAN ในงวด 6 เดือนแรกปี 2567 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่ง แต่ถูกหักล้างด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง** โดยรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 15.5% หรือ 148.2 ล้านบาท สู่ระดับ 1,110.1 ล้านบาท แต่กำไรขั้นต้นกลับเพิ่มขึ้นเพียง 5.5% หรือ 27.7 ล้านบาท สู่ระดับ 530.0 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 52.5% เป็น 48.0% ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 4.8% หรือ 12.0 ล้านบาท สู่ระดับ 238.4 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้มาจากหลายปัจจัย ได้แก่:
* **กลุ่มผลิตภัณฑ์ทางเดินหายใจ:** มีการขายไปยังต่างประเทศเพิ่มขึ้น ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น เม็ดอมแก้เจ็บคอแบรนด์ GOLDIES, ยาอมแก้เจ็บคอแบรนด์ STREPSILS และยาน้ำรักษาภูมิแพ้สำหรับเด็กแบรนด์ Kalidin รวมถึงความต้องการซื้อที่เพิ่มขึ้น
* **กลุ่มยาปฏิชีวนะ:** ความต้องการซื้อจากกลุ่มลูกค้าร้านขายยาเพิ่มขึ้น
* **ผลิตภัณฑ์ใหม่:** การเริ่มจำหน่ายยาลดไขมันในเลือดแบรนด์ LIPIDOR ตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2566
อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงมีสาเหตุหลักมาจาก **ต้นทุนการส่งเสริมการขายที่เพิ่มขึ้น** จากโปรแกรมสิทธิประโยชน์สำหรับลูกค้าที่มากขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่ากำไรก่อนภาษีจะเพิ่มขึ้นจากการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการลงทุนตามที่ BOI กำหนด แต่ผลกระทบจากต้นทุนการขายที่สูงขึ้นก็มีนัยสำคัญ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการลงทุน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อกำไรสุทธิ แต่การที่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจากต้นทุนการส่งเสริมการขายที่เพิ่มขึ้นนั้น เป็นประเด็นที่ต้องจับตาดูว่าบริษัทฯ จะสามารถบริหารจัดการต้นทุนส่วนนี้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือจะสามารถผลักภาระต้นทุนไปยังราคาขายได้หรือไม่ในอนาคต การเติบโตของรายได้จากผลิตภัณฑ์ใหม่และตลาดต่างประเทศเป็นปัจจัยบวกที่อาจช่วยชดเชยแรงกดดันด้านต้นทุนได้
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 6 เดือนแรกปี 2567 เพิ่มขึ้น 15.5%** สู่ 1,110.1 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2567 ลดลง 4.8%** สู่ 238.4 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง** จาก 52.5% เป็น 48.0% เนื่องจากต้นทุนการส่งเสริมการขายเพิ่มขึ้น
* **การเติบโตของรายได้มาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ทางเดินหายใจ ยาปฏิชีวนะ และผลิตภัณฑ์ใหม่** เช่น ยาลดไขมันในเลือด
* **ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการลงทุน** ซึ่งคาดว่าจะช่วยหนุนผลประกอบการ
* **สินทรัพย์รวมลดลง 4.8%** สู่ 2,501.4 ล้านบาท โดยหลักจากเงินสดและลูกหนี้การค้าลดลง
* **หนี้สินรวมลดลง 32.9%** สู่ 743.6 ล้านบาท จากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2567 กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้รวม 1,110.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.5% เมื่อเทียบกับ 959.8 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับทางเดินหายใจ ยาปฏิชีวนะ และผลิตภัณฑ์ใหม่ อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเพียง 5.5% สู่ 530.0 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 52.5% เป็น 48.0% เนื่องจากต้นทุนการส่งเสริมการขายที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดลดลง 4.8% สู่ 238.4 ล้านบาท จาก 250.4 ล้านบาทในปีก่อน แม้ว่าค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้จะลดลงจากการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี
## โอกาส
* **การเติบโตของผลิตภัณฑ์ใหม่:** การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น ยาลดไขมันในเลือดแบรนด์ LIPIDOR และผลิตภัณฑ์สำหรับกลุ่มโรคทางเดินหายใจ ช่วยเพิ่มแหล่งรายได้
* **การขยายตลาดต่างประเทศ:** การเพิ่มยอดขายกลุ่มผลิตภัณฑ์ทางเดินหายใจไปยังต่างประเทศเป็นโอกาสในการขยายฐานลูกค้า
* **สิทธิประโยชน์ทางภาษี:** การได้รับยกเว้นภาษีเงินได้จากการลงทุนในโครงการตามที่ BOI กำหนด จะช่วยเพิ่มกำไรสุทธิ
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนการส่งเสริมการขายที่เพิ่มขึ้น:** โปรแกรมสิทธิประโยชน์สำหรับลูกค้าที่มากขึ้นส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **การแข่งขันในตลาด:** ตลาดเวชภัณฑ์และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพมีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งการตลาดและราคาขาย
* **ความผันผวนของความต้องการซื้อ:** ความต้องการซื้อผลิตภัณฑ์บางกลุ่มอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น ฤดูกาล หรือสถานการณ์โรคระบาด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) และความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนการส่งเสริมการขาย
* ผลตอบรับและการเติบโตของผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เปิดตัว
* การขยายตลาดในต่างประเทศสำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ทางเดินหายใจ
* ผลกระทบจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีต่อกำไรสุทธิในระยะต่อไป
* การบริหารจัดการลูกหนี้การค้าและการควบคุมวงเงินเครดิต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
* **รายได้จากการขาย:** เติบโต 15.5% จากการขายกลุ่มผลิตภัณฑ์ทางเดินหายใจ (รวมถึงการส่งออกและผลิตภัณฑ์ใหม่) ยาปฏิชีวนะ และผลิตภัณฑ์ใหม่ยาลดไขมันในเลือด
* **ต้นทุนวัตถุดิบ:** ไม่ได้ระบุรายละเอียดชัดเจนในเอกสาร แต่ต้นทุนการขายโดยรวมเพิ่มขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายการตลาด:** มีการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการส่งเสริมการขายจากโปรแกรมสิทธิประโยชน์สำหรับลูกค้า ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **ช่องทาง Modern Trade/Online:** ไม่ได้ระบุรายละเอียดชัดเจนในเอกสาร แต่การเติบโตของรายได้จากการขายกลุ่มผลิตภัณฑ์ทางเดินหายใจและยาปฏิชีวนะ อาจสะท้อนถึงการกระจายสินค้าผ่านช่องทางต่างๆ รวมถึงร้านขายยาและโรงพยาบาล
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ลดลง 4.8% สู่ 2,501.4 ล้านบาท สาเหตุหลักจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงจากการใช้ไปในกิจกรรมลงทุนและจัดหาเงินสุทธิ และลูกหนี้การค้าและลูกหนี้หมุนเวียนอื่นลดลงจากการบริหารจัดการวงเงินเครดิตที่เข้มงวดขึ้น
* **หนี้สินรวม:** ลดลง 32.9% สู่ 743.6 ล้านบาท สาเหตุหลักจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นจากบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งและสถาบันการเงิน
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 15.7% สู่ 1,757.8 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของกำไรสำหรับงวด
## สรุปท้าย
TMAN ในงวด 6 เดือนแรกปี 2567 แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ทางเดินหายใจและยาปฏิชีวนะ รวมถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจากต้นทุนการส่งเสริมการขายที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงและกระทบต่อกำไรสุทธิ แม้ว่าการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจะเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ แต่การบริหารจัดการต้นทุนและรักษาอัตรากำไรให้มีเสถียรภาพจะเป็นความท้าทายที่ต้องจับตาต่อไปในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TMAN ไตรมาส 2/2567
รายได้รวม
894.66
ล้านบาท
↓ 23.5% YoY
กำไรขั้นต้น
334.04
ล้านบาท
↓ 42% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
37.34
%
กำไรสุทธิ
181.79
ล้านบาท
↓ 26.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
20.32
%
D/E Ratio
0.79
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
895
↓ -23.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
334
↓ -42%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
182
↓ -26.6%
YoY
D/E Ratio
0.79
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TMAN
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.79
ROE (%)
26.91
ROA (%)
17.74
Book Value/หุ้น
5.50
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TMAN
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-581
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-43
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TMAN
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-580.78
+299.63%
|
-145.33
-132.54%
|
446.64
-22.17%
|
573.87
+97.70%
|
290.27
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-43.04
-91.52%
|
-507.29
+134.44%
|
-216.38
+22.00%
|
-177.36
+142.99%
|
-72.99
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
286.28
-77.10%
|
1,250.10
-5,130.58%
|
-24.85
-59.39%
|
-61.19
-75.27%
|
-247.46
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-266.83
-148.80%
|
546.78
+1,238.18%
|
40.86
-85.66%
|
285.00
-737.44%
|
-44.71
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
348.39
+0.10%
|
348.04
+13.31%
|
307.17
+1,284.27%
|
22.19
-66.83%
|
66.90
+317.22%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
399.31
-10.95%
|
448.39
+28.83%
|
348.04
+13.30%
|
307.19
+1,284.36%
|
22.19
-66.83%
|