บริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์
10.60
0.10 (0.93%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=25075 out_tok=3276 at=2026-08-13T08:24:01 -->
# TMAN Q2/2569: รายได้โต 11.5% จาก DBU ใหม่ แต่กำไรสุทธิหด 8.6% เหตุ GPM ลด
## รายได้จากการจัดจำหน่ายสินค้าบุคคลภายนอก (DBU) ดันยอดขาย แต่กดดันอัตรากำไรขั้นต้น
บริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล จำกัด (มหาชน) หรือ TMAN รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้จากการขายและบริการรวม 590.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเติบโตของรายได้จากการจัดจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์ของบุคคลภายนอก (DBU) และธุรกิจรับจ้างผลิต (OEM) อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับปรับตัวลดลง 8.6% มาอยู่ที่ 97.6 ล้านบาท เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลงจากการรับรู้รายได้จากธุรกิจ DBU ที่มีอัตรากำไรต่ำกว่าธุรกิจหลัก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ส่งผลต่อผลประกอบการของ TMAN ในไตรมาส 2 ปี 2569 คือ **การเติบโตของรายได้ที่มาจากธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าบุคคลภายนอก (DBU) และธุรกิจรับจ้างผลิต (OEM) ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าธุรกิจหลักของบริษัทฯ** ทำให้แม้รายได้รวมจะเติบโต แต่กำไรสุทธิกลับปรับตัวลดลง
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?**
ฝ่ายจัดการระบุว่า การเติบโตของรายได้ 11.5% YoY ในไตรมาส 2/2569 มาจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่
1. **รายได้จากผลิตภัณฑ์สมุนไพรจากการจัดจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์ของบุคคลภายนอกรายใหญ่รายใหม่:** ส่วนนี้เข้ามาเสริมรายได้ในช่องทางร้านขายยาค้าปลีกและค้าส่ง
2. **รายได้จากการรับจ้างผลิต (OEM) ในสินค้ากลุ่มสุขภาพและความงาม:** ธุรกิจ OEM มีการเติบโตที่ดี
3. **รายได้จากกลุ่มลูกค้าบุคคล จากการปรับกลยุทธ์มุ่งเน้นการขยายช่องทาง E-commerce:** เป็นการเติบโตในช่องทางใหม่
อย่างไรก็ตาม การที่รายได้ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจ DBU และ OEM ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่ำกว่าธุรกิจหลัก (Own Brand) ส่งผลให้ภาพรวมอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 51.4% ใน Q2/2568 เป็น 46.0% ใน Q2/2569 แม้ว่า GPM ของธุรกิจหลัก (ไม่รวม DBU) จะยังคงแข็งแกร่งที่ 50.3% ก็ตาม
นอกจากนี้ ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร (SG&A) เพิ่มขึ้น 9.7% YoY เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ DBU ใหม่ เช่น ค่าพนักงานขาย ค่าขนส่ง และการเพิ่มกิจกรรมส่งเสริมการขายและการตลาด เพื่อสนับสนุนการเติบโตของยอดขาย
ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 8.6% YoY มาอยู่ที่ 97.6 ล้านบาท และอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ลดลงจาก 19.9% เป็น 16.4%
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่?**
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามการบริหารจัดการอัตรากำไร**
ฝ่ายจัดการระบุว่า กลยุทธ์ของบริษัทฯ ในปี 2569-2571 มุ่งเน้นการเสริมสร้างธุรกิจเดิมและเร่งการเติบโต โดยเฉพาะการขยายธุรกิจในกลุ่มจัดจำหน่ายสินค้า (DBU) และธุรกิจ OEM รวมถึงการขยายไปยังช่องทางต่างประเทศและ E-commerce ซึ่งบ่งชี้ว่ารายได้จากส่วนงานเหล่านี้จะยังคงเป็นส่วนสำคัญของการเติบโตในอนาคต
อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการขยายธุรกิจ DBU และ OEM ซึ่งมีอัตรากำไรต่ำกว่าธุรกิจหลัก อาจส่งผลกดดันอัตรากำไรโดยรวมต่อไป หากไม่สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือไม่สามารถเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจ Own Brand ที่มีกำไรสูงได้
นอกจากนี้ การสิ้นสุดสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากบัตรส่งเสริมการลงทุน 1 ใบ ยังส่งผลให้ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/2569 เติบโต 11.5% YoY สู่ 590.8 ล้านบาท:** ได้แรงหนุนหลักจากธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าบุคคลภายนอก (DBU) และธุรกิจรับจ้างผลิต (OEM)
* **กำไรสุทธิ Q2/2569 หดตัว 8.6% YoY เหลือ 97.6 ล้านบาท:** เป็นผลจากอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลงจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจ DBU ที่มีกำไรต่ำกว่า
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง:** จาก 51.4% ใน Q2/2568 เป็น 46.0% ใน Q2/2569 โดย GPM ของธุรกิจหลักยังคงแข็งแกร่งที่ 50.3%
* **ต้นทุนขายและ SG&A เพิ่มขึ้น:** ต้นทุนขายเพิ่ม 23.3% YoY และ SG&A เพิ่ม 9.7% YoY โดยส่วนหนึ่งมาจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ DBU และการลงทุนด้านการตลาด
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง 51.8% YoY:** จากการทยอยชำระคืนเงินกู้ยืมและอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง
* **ภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น:** อัตราภาษีที่แท้จริงเพิ่มขึ้นจาก 13.8% เป็น 17.3% เนื่องจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีสิ้นสุดลง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2569 TMAN มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 590.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเติบโตของรายได้จากผลิตภัณฑ์สมุนไพรจากการจัดจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์ของบุคคลภายนอกรายใหญ่รายใหม่ (DBU) และรายได้จากการรับจ้างผลิต (OEM) รวมถึงการเติบโตของรายได้จากกลุ่มลูกค้าบุคคลจากการขยายช่องทาง E-commerce อย่างไรก็ตาม รายได้รวมปรับตัวลดลง 6.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นไปตามแนวโน้มปกติของธุรกิจ
ในส่วนของกำไรขั้นต้น อยู่ที่ 273.3 ล้านบาท ลดลง 0.6% YoY แม้รายได้จะเพิ่มขึ้น เนื่องจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากส่วนงาน DBU ที่มีกำไรขั้นต้นต่ำกว่า ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 51.4% เป็น 46.0%
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 9.7% YoY เป็น 155.1 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ DBU ใหม่ และการลงทุนด้านการตลาด
ต้นทุนทางการเงินลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 51.8% YoY เหลือ 3.6 ล้านบาท จากการชำระคืนเงินกู้ยืม
ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 19.4% YoY เป็น 20.4 ล้านบาท จากอัตราภาษีที่แท้จริงที่สูงขึ้น
ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 97.6 ล้านบาท ลดลง 8.6% YoY และอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 19.9% เป็น 16.4%
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2569 รายได้รวมอยู่ที่ 1,220.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.6% YoY ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 212.2 ล้านบาท ลดลง 7.2% YoY
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจ DBU และ OEM:** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลักในปัจจุบัน และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง
* **การขยายช่องทาง E-commerce:** เป็นโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าบุคคลที่เพิ่มขึ้น
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ (NPD):** บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและรักษาความเป็นผู้นำ
* **การขยายธุรกิจในกลุ่มผลิตภัณฑ์แม่ เด็ก และครอบครัว:** การจัดตั้งบริษัทย่อย "ละมุน ไลฟ์แคร์ 26" เพื่อรองรับธุรกิจภายใต้แบรนด์ Lamoon จะช่วยเสริมพอร์ต Health & Wellness
* **การร่วมมือกับ Premier Innova:** เพื่อพัฒนานวัตกรรมด้าน Health & Wellness โดยผสานความเชี่ยวชาญด้านเภสัชกรรม งานวิจัย และนาโนเทคโนโลยี
* **แนวโน้มอุตสาหกรรมยาเติบโต:** ตลาด ยาในประเทศไทยคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยสะสม (CAGR) 5.9% ไปจนถึงปี 2570
## ความเสี่ยง
* **การพึ่งพารายได้จากธุรกิจ DBU ที่มีกำไรต่ำ:** อาจกดดันอัตรากำไรโดยรวมของบริษัทฯ หากไม่สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือไม่สามารถเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจ Own Brand ที่มีกำไรสูงได้
* **ภาวะตลาดและเศรษฐกิจชะลอตัว:** ส่งผลให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** อุตสาหกรรมยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพมีการแข่งขันสูง
* **การสิ้นสุดสิทธิประโยชน์ทางภาษี:** ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะระบุเพียงเล็กน้อย แต่การดำเนินธุรกิจในตลาดต่างประเทศอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** ความสามารถในการรักษาระดับ GPM ของธุรกิจหลัก และการบริหารต้นทุนของธุรกิจ DBU และ OEM
* **การเติบโตของรายได้จากธุรกิจ Own Brand:** การเพิ่มสัดส่วนรายได้จากผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯ พัฒนาเอง ซึ่งมีกำไรสูงกว่า
* **การขยายธุรกิจใหม่:** ความคืบหน้าของธุรกิจผลิตภัณฑ์สำหรับแม่ เด็ก และครอบครัว (Lamoon) และการพัฒนานวัตกรรมร่วมกับ Premier Innova
* **ค่าใช้จ่ายการขายและการตลาด:** การใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนการเติบโตของยอดขาย และผลตอบแทนจากการลงทุน
* **แนวโน้มอัตราภาษีเงินได้:** ผลกระทบจากการสิ้นสุดสิทธิประโยชน์ทางภาษี
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
**Sourcing & Volume:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล SSS (Same-Store Sales) หรือ Volume การขายโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงการเติบโตของรายได้จากการจัดจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์ของบุคคลภายนอกรายใหญ่รายใหม่ ซึ่งบ่งชี้ถึงการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายในส่วนนี้
**Market Share:** ไม่มีการระบุข้อมูล Market Share โดยตรง แต่มีการกล่าวถึงรางวัล No.1 Brand Thailand ของ Propoliz ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากและลำคอ
**ราคาขาย:** ไม่มีการกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงราคาขายโดยตรง แต่การเติบโตของรายได้จาก DBU และ OEM อาจสะท้อนถึงการขยายฐานลูกค้าหรือปริมาณการขาย
**ต้นทุนวัตถุดิบ:** ไม่มีการระบุข้อมูลต้นทุนวัตถุดิบโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานและการบริหารต้นทุนที่ดีในภาพรวม
**ค่าใช้จ่ายการตลาด:** มีการกล่าวถึงการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจกรรมด้านการขายและการตลาดอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอมากขึ้นในปี 2569 เพื่อสนับสนุนการเติบโตของยอดขาย
**ช่องทาง Modern Trade/Online:** มีการกล่าวถึงการเพิ่มสินค้าสำหรับจำหน่ายในช่องทางธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่และร้านค้าปลีกเฉพาะอย่าง เพื่อเพิ่มการเข้าถึงผู้บริโภค และการมุ่งเน้นการขยายช่องทาง E-commerce มากขึ้นในปี 2569
**สินค้าใหม่:** มีการกล่าวถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 กลุ่มบริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 3,870.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.3% จากสิ้นปี 2568 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 502.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 103.1 ล้านบาท จากกระแสเงินสดรับกิจกรรมดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น
หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,669.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.1% จากสิ้นปี 2568 โดยเงินกู้ยืมระยะสั้นลดลง 5.0 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 2,201.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.0% จากสิ้นปี 2568 จากกำไรสุทธิสะสม
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.76 เท่า ลดลงจาก 0.79 เท่า ณ สิ้นปี 2568 แสดงถึงการบริหารจัดการหนี้สินที่ดี
อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน (Current Ratio) อยู่ที่ 1.56 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 1.55 เท่า ณ สิ้นปี 2568
## สรุปท้าย
TMAN ในไตรมาส 2 ปี 2569 เผชิญกับความท้าทายในการบริหารจัดการอัตรากำไร แม้รายได้จะเติบโตได้ดีจากการขยายธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าบุคคลภายนอก (DBU) และ OEM แต่กำไรสุทธิกลับลดลงเนื่องจาก GPM ที่ต่ำลงของธุรกิจเหล่านี้ ประกอบกับค่าใช้จ่ายการขายและการตลาดที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมีโอกาสในการเติบโตจากการขยายธุรกิจใหม่ๆ และการพัฒนานวัตกรรม โดยต้องจับตาความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและอัตรากำไรในระยะต่อไป เพื่อให้การเติบโตของรายได้สามารถแปลงเป็นกำไรที่แข็งแกร่งได้อย่างยั่งยืน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TMAN ไตรมาส 2/2569
รายได้รวม
894.66
ล้านบาท
↓ 23.5% YoY
กำไรขั้นต้น
334.04
ล้านบาท
↓ 42% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
37.34
%
กำไรสุทธิ
181.79
ล้านบาท
↓ 26.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
20.32
%
D/E Ratio
0.79
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
895
↓ -23.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
334
↓ -42%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
182
↓ -26.6%
YoY
D/E Ratio
0.79
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TMAN
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.79
ROE (%)
26.91
ROA (%)
17.74
Book Value/หุ้น
5.50
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TMAN
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-581
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-43
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TMAN
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-580.78
+299.63%
|
-145.33
-132.54%
|
446.64
-22.17%
|
573.87
+97.70%
|
290.27
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-43.04
-91.52%
|
-507.29
+134.44%
|
-216.38
+22.00%
|
-177.36
+142.99%
|
-72.99
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
286.28
-77.10%
|
1,250.10
-5,130.58%
|
-24.85
-59.39%
|
-61.19
-75.27%
|
-247.46
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-266.83
-148.80%
|
546.78
+1,238.18%
|
40.86
-85.66%
|
285.00
-737.44%
|
-44.71
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
348.39
+0.10%
|
348.04
+13.31%
|
307.17
+1,284.27%
|
22.19
-66.83%
|
66.90
+317.22%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
399.31
-10.95%
|
448.39
+28.83%
|
348.04
+13.30%
|
307.19
+1,284.36%
|
22.19
-66.83%
|