บริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์
10.60
0.10 (0.93%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=13731 out_tok=3581 at=2026-07-21T17:46:47 -->
# TMAN Q3/2567 กำไรสุทธิโต 15.9% รับแรงหนุนรายได้รวมพุ่ง 14.1%
## รายได้รวมโตต่อเนื่อง 15.1% ใน 9 เดือนแรกปี 67 ฝ่ายบริหารชี้กลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ใหม่-ขยายตลาดต่างประเทศหนุน
บริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล จำกัด (มหาชน) หรือ TMAN รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2567 มีกำไรสุทธิ 104.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 535.7 ล้านบาท เติบโต 14.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2567 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,645.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.1% และกำไรสุทธิ 342.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.6% โดยฝ่ายบริหารระบุว่าผลประกอบการที่เติบโตมาจากกลยุทธ์การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ การขยายธุรกิจจัดจำหน่ายและรับจ้างผลิต รวมถึงการขยายตลาดในต่างประเทศ
## Hero: หัวใจกำไร — รายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ยาและสุขภาพที่เติบโตต่อเนื่อง
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TMAN ในไตรมาส 3 และ 9 เดือนแรกของปี 2567 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ** โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาที่เติบโต 14.3% YoY ในไตรมาส 3 และ 15.0% YoY ใน 9 เดือนแรก ขณะที่ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพเติบโต 15.4% YoY ในไตรมาส 3 และ 15.6% YoY ใน 9 เดือนแรก การเติบโตนี้ส่งผลโดยตรงต่อกำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น 23.2% YoY ในไตรมาส 3 และ 11.0% YoY ใน 9 เดือนแรก แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะมีการเปลี่ยนแปลงบ้าง แต่การเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายและผลิตภัณฑ์ใหม่เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันกำไรสุทธิให้เติบโต 15.9% YoY ในไตรมาส 3
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้มาจากหลายปัจจัยที่ฝ่ายจัดการได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง:
* **การออกผลิตภัณฑ์ใหม่:** บริษัทฯ ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบสนองความต้องการของตลาด เช่น Propoliz X Mouth Spray, ยาแก้ไอผสมมะแว้งตราไอยรา อะฮ่า (Iyara AHA) และ Maniptin 100 (ยารักษาโรคเบาหวาน) ซึ่งช่วยเพิ่มทางเลือกและขยายฐานลูกค้า
* **การขยายตลาดต่างประเทศ:** การเพิ่มการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในต่างประเทศ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มโรคทางเดินหายใจ เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนรายได้
* **การเพิ่มยอดขายผลิตภัณฑ์เดิม:** ความต้องการซื้อผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มโรคทางเดินหายใจและยาปฏิชีวนะที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่มลูกค้า ร้านขายยา รวมถึงการเพิ่มพนักงานขายที่ดูแลกลุ่มลูกค้าโรงพยาบาล ส่งผลให้ยอดขายยาสำหรับหัตถการเสริมความงามและยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียแบรนด์ MANAZITH เพิ่มขึ้น
* **การขยายธุรกิจรับจ้างผลิตและจัดจำหน่าย:** การเพิ่มสัดส่วนธุรกิจรับจ้างผลิต (OEM/ODM) และธุรกิจรับจัดจำหน่ายภายใต้แบรนด์ของบุคคลภายนอก ก็มีส่วนช่วยหนุนรายได้รวมให้เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายบริหารได้ระบุแผนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ในไตรมาส 4 ปี 2567 เช่น เวชภัณฑ์ยาสำหรับกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCD Medicine) และแบรนด์ “Rejunae” ที่เป็นนวัตกรรมฟิลเลอร์และไหมร้อยหน้าจากเกาหลี รวมถึงการขยายการจัดจำหน่ายไปยังตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะสนับสนุนการเติบโตของรายได้และกำไรในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/2567 เติบโต 14.1% YoY** แตะ 535.7 ล้านบาท และ **9 เดือนแรกโต 15.1% YoY** แตะ 1,645.9 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ Q3/2567 เพิ่มขึ้น 15.9% YoY** เป็น 104.2 ล้านบาท และ **9 เดือนแรกโต 0.6% YoY** เป็น 342.6 ล้านบาท (กำไรสุทธิปรับปรุงโต 14.6% YoY)
* **กำไรขั้นต้น Q3/2567 เพิ่มขึ้น 23.2% YoY** เป็น 263.8 ล้านบาท แม้ **อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อย** จาก 50.3% เป็น 48.5% ใน 9 เดือนแรก
* **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 14.4% YoY** ใน 9 เดือนแรก สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้จากการเพิ่มพนักงานขายและการตลาด
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 9.6% YoY** ใน 9 เดือนแรก จากค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าธรรมเนียมวิชาชีพ
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง 21.1% YoY** ใน 9 เดือนแรก จากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น
* **กลับรายการขาดทุนจากการด้อยค่าด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลง 90.8% YoY** ใน 9 เดือนแรก จากการปรับปรุงมาตรการติดตามหนี้
* **บริษัทฯ ได้ยื่น Filing และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2567** หลังเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 102 ล้านหุ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2567 TMAN มีรายได้จากการขายรวม 533.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้หลักมาจากการผลิตและ/หรือจัดจำหน่ายเวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพภายใต้แบรนด์ของกลุ่มบริษัทฯ ที่เติบโต 14.2% YoY เป็น 514.7 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจรับจ้างผลิตและจัดจำหน่ายภายใต้แบรนด์บุคคลภายนอกก็เติบโตอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน
กำไรขั้นต้นในไตรมาส 3 อยู่ที่ 263.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.2% YoY ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจาก 45.6% เป็น 49.2% ในไตรมาส 3 นี้ อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นสำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2567 อยู่ที่ 48.5% ลดลงเล็กน้อยจาก 50.3% ในปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนผลิตภัณฑ์ในการขาย
ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 30.6% YoY ในไตรมาส 3 และ 14.4% YoY ใน 9 เดือนแรก สอดคล้องกับการเพิ่มพนักงานฝ่ายขายและการตลาดเพื่อรองรับการเติบโตของยอดขาย ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 14.3% YoY ในไตรมาส 3 และ 9.6% YoY ใน 9 เดือนแรก ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าธรรมเนียมวิชาชีพ
ต้นทุนทางการเงินลดลง 50.0% YoY ในไตรมาส 3 และ 21.1% YoY ใน 9 เดือนแรก จากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น
รายการสำคัญที่ส่งผลต่อกำไรสุทธิคือ **การกลับรายการขาดทุนจากการด้อยค่าด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น** ซึ่งลดลงอย่างมากถึง 75.8% YoY ในไตรมาส 3 และ 90.9% YoY ใน 9 เดือนแรก จากการปรับปรุงมาตรการติดตามหนี้ ทำให้กำไรสุทธิในไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น 15.9% YoY เป็น 104.2 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 9 เดือนแรกเพิ่มขึ้น 0.6% YoY เป็น 342.6 ล้านบาท
## โอกาส
* **การออกผลิตภัณฑ์ใหม่:** การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งยาแผนปัจจุบัน สมุนไพร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และเครื่องสำอาง รวมถึงนวัตกรรมฟิลเลอร์และไหมร้อยหน้า จะช่วยเพิ่มทางเลือกและขยายฐานลูกค้า
* **การขยายตลาดต่างประเทศ:** การเพิ่มการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับโรคทางเดินหายใจ เป็นโอกาสในการสร้างรายได้เพิ่มเติม
* **การขยายธุรกิจ OEM/ODM และการจัดจำหน่าย:** การเพิ่มสัดส่วนธุรกิจรับจ้างผลิตและจัดจำหน่ายภายใต้แบรนด์ของบุคคลภายนอก จะช่วยกระจายความเสี่ยงและเพิ่มรายได้
* **การขยายฐานลูกค้าโรงพยาบาล:** การเพิ่มพนักงานขายที่รับผิดชอบกลุ่มลูกค้าโรงพยาบาล เป็นกลยุทธ์สำคัญในการเข้าถึงตลาดขนาดใหญ่
* **การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ:** การระดมทุนผ่าน IPO จะช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงินและสนับสนุนการเติบโตในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนผลิตภัณฑ์:** การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนผลิตภัณฑ์ในการขายอาจส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้นโดยรวม
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** อุตสาหกรรมเวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ผลิตในประเทศและต่างประเทศ
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ:** การเปลี่ยนแปลงกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ยาและสุขภาพ อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ
* **ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ:** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจน แต่ต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวนอาจส่งผลต่อต้นทุนขายได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลการดำเนินงานของผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เปิดตัว:** ติดตามยอดขายและการตอบรับของผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น Propoliz X Mouth Spray, Iyara AHA, Maniptin 100 และ Rejunae
* **การขยายตลาดในต่างประเทศ:** ความคืบหน้าและผลตอบรับจากการขยายการจัดจำหน่ายไปยังตลาดต่างประเทศ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารให้มีประสิทธิภาพ ท่ามกลางการเติบโตของรายได้
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** การติดตามการเปลี่ยนแปลงของอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) หลังจากการ IPO และการจ่ายเงินปันผล
* **การใช้เงินทุนจากการ IPO:** การติดตามการนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปใช้ในการขยายธุรกิจและการลงทุนตามแผน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
ในฐานะผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ TMAN มีการดำเนินงานที่สอดคล้องกับกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคในมิติของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง โดยมีการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เน้นจุดเด่นด้านสรรพคุณและราคาที่เข้าถึงได้ เช่น ยาแก้ไอผสมมะแว้งตราไอยรา อะฮ่า (Iyara AHA) ที่เน้นรสชาติทานง่ายและราคาเข้าถึงง่าย รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยี เช่น Propoliz X Mouth Spray ที่ใช้เทคโนโลยี Natureceutical
การขยายช่องทางการจัดจำหน่ายไปยังกลุ่มลูกค้าองค์กรอย่างร้านขายยา โรงพยาบาล และธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ รวมถึงการขยายตลาดในต่างประเทศ เป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยเพิ่ม SSS (Same-Store Sales) หรือยอดขายจากสาขาเดิมและขยาย Volume การขายโดยรวม
แม้ว่าเอกสารจะไม่ได้ระบุข้อมูล SSS หรือ Market Share โดยตรง แต่การเติบโตของรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ยาและสุขภาพที่สูงถึง 14-15% YoY บ่งชี้ถึงการเพิ่มขึ้นของ Volume และ/หรือ ราคาขายที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่และการขยายตลาด
ต้นทุนวัตถุดิบไม่ได้ถูกระบุแยกเป็นรายการสำคัญ แต่การที่กำไรขั้นต้นยังคงเติบโตได้ดี แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการต้นทุนขายที่ค่อนข้างมีประสิทธิภาพ หรือการปรับราคาขายที่เหมาะสมกับสภาวะตลาด
ค่าใช้จ่ายการตลาดถูกรวมอยู่ในต้นทุนในการจัดจำหน่าย ซึ่งมีการเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับรายได้ที่เติบโต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2567 กลุ่มบริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 2,480.9 ล้านบาท ลดลง 5.6% จากสิ้นปี 2566 โดยหลักมาจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด และลูกหนี้การค้า
หนี้สินรวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 76.4% เป็น 1,954.6 ล้านบาท จากสิ้นปี 2566 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินปันผลค้างจ่าย และเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 65.4% เป็น 526.3 ล้านบาท จาก 1,519.4 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2566 เนื่องจากการประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจำนวน 1,156.5 ล้านบาท
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (D/E Ratio) พุ่งสูงขึ้นเป็น 3.71 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 3/2567 จาก 0.73 เท่า ณ สิ้นปี 2566 ซึ่งเกิดจากการจ่ายเงินปันผล อย่างไรก็ตาม หากรวมผลกระทบจากการ IPO ที่ได้รับเงิน 1,141.5 ล้านบาท D/E Ratio จะลดลงเหลือ 1.17 เท่า
กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงานใน 9 เดือนแรกปี 2567 อยู่ที่ 412.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 180.9 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักจากการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงาน
กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุนอยู่ที่ 135.9 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์
กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินอยู่ที่ 519.4 ล้านบาท จากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น การจ่ายเงินปันผล และการชำระคืนเงินกู้ระยะยาว
## สรุปท้าย
TMAN โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2567 ที่แข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเติบโต 15.9% จากแรงหนุนของรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ยาและสุขภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่และการขยายตลาดต่างประเทศ แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะมีการปรับตัวเล็กน้อย แต่การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่างๆ ยังคงมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการกลับรายการขาดทุนจากการด้อยค่าฯ ที่ช่วยหนุนกำไรสุทธิให้โดดเด่น การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสภาพคล่องและสนับสนุนการเติบโตในอนาคต ท่ามกลางความเสี่ยงด้านการแข่งขันและกฎระเบียบที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TMAN ไตรมาส 3/2567
รายได้รวม
894.66
ล้านบาท
↓ 23.5% YoY
กำไรขั้นต้น
334.04
ล้านบาท
↓ 42% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
37.34
%
กำไรสุทธิ
181.79
ล้านบาท
↓ 26.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
20.32
%
D/E Ratio
0.79
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
895
↓ -23.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
334
↓ -42%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
182
↓ -26.6%
YoY
D/E Ratio
0.79
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TMAN
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.79
ROE (%)
26.91
ROA (%)
17.74
Book Value/หุ้น
5.50
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TMAN
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-581
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-43
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TMAN
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-580.78
+299.63%
|
-145.33
-132.54%
|
446.64
-22.17%
|
573.87
+97.70%
|
290.27
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-43.04
-91.52%
|
-507.29
+134.44%
|
-216.38
+22.00%
|
-177.36
+142.99%
|
-72.99
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
286.28
-77.10%
|
1,250.10
-5,130.58%
|
-24.85
-59.39%
|
-61.19
-75.27%
|
-247.46
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-266.83
-148.80%
|
546.78
+1,238.18%
|
40.86
-85.66%
|
285.00
-737.44%
|
-44.71
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
348.39
+0.10%
|
348.04
+13.31%
|
307.17
+1,284.27%
|
22.19
-66.83%
|
66.90
+317.22%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
399.31
-10.95%
|
448.39
+28.83%
|
348.04
+13.30%
|
307.19
+1,284.36%
|
22.19
-66.83%
|