บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
2.32
+0.02 (+0.87%)
สรุปสั้น
ในช่วง Q4/64 กำไรลดลง 7.19% เป็นผลมาจากรายได้รวมลดลง 19.6 ล้านคิดเป็น 1.91% ในขณะที่ค่าใช้จ่ายลดลง 28.90 ล้านบาท ผลขาดทุนด้านเครดิตปรับตัวเพิ่มขึ้น 13.13 ล้านบาท คิดเป็น 13.73%
ภาพรวมปี 2564 กำไรลดลง 181.80 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 9.77 รายได้รวมลดลง 83.05 ล้านบาท คิดเป็น 1.97% และมีค่าใช้จ่ายทางการเงินจํานวน 913.21 ล้านบาท ลดลงจากปี 2563 จํานวน 150.26 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 14.13
ในขณะที่ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะ เกิดขึ้นสําหรับปี 2564 มีจํานวนรวมทั้งสิ้น 585.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจํานวน 247.99 ล้านบาท หรือคิด เป็นร้อยละ 73.39 เป็นผลมาจากภาวะความเสี่ยงด้านเครดิตที่เพิ่มสูงขึ้น จากการชะลอตัวของเศรษฐกิจ เนื่องมาจากสถานการณ์ระบาดของ COVID-19
มีสินทรัพย์รวม จํานวน 48,988.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกัน ของปีก่อน จํานวน 656.49 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 1.36 โดยบริษัทมีสินเชื่อเช่าซื้อและสินเชื่อสัญญาเช่า การเงิน จํานวน 47,911.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน จํานวน 1,163.07 ล้านบาท หรือร้อยละ 2.49 ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 97.80 ของสินทรัพย์รวม
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7807 out_tok=2550 at=2026-07-26T08:33:32 -->
# THANI กำไรสุทธิเฉพาะกิจการลดลง 6% YoY รับต้นทุนการเงินพุ่ง-สำรองหนี้สูง
## รายได้รวมยังเติบโต แต่ค่าใช้จ่ายทางการเงินและผลขาดทุนฯ ฉุดกำไรสุทธิเฉพาะกิจการ Q2/66
บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ THANI รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 โดยบริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 425.06 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาเฉพาะงบการเงินของบริษัท (เฉพาะกิจการ) พบว่ามีกำไรสุทธิ 553.26 ล้านบาท ลดลง 6.27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะปรับตัวเพิ่มขึ้นก็ตาม ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการคือต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นตามอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น และการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิเฉพาะกิจการของ THANI ในไตรมาส 2/2566 ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน คือ **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงิน** และ **การตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss - ECL)** ที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ารายได้รวมจะยังคงเติบโตได้ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** เอกสารระบุชัดเจนว่าค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 28.52% หรือ 63.74 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นตามอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นของตลาด สะท้อนถึงภาวะต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นของบริษัท
* **การตั้งสำรองผลขาดทุนฯ เพิ่มขึ้น:** ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้นถึง 96.47% หรือ 68.88 ล้านบาท โดยฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นผลมาจากภาวะความเสี่ยงด้านเครดิตที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจสะท้อนถึงความกังวลต่อคุณภาพสินทรัพย์ในอนาคต หรือการปรับปรุงประมาณการตามมาตรฐานบัญชีที่เกี่ยวข้อง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม**
แม้ว่าการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินจะเป็นผลโดยตรงจากทิศทางอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบัน ซึ่งมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงหรือปรับขึ้นได้อีก แต่การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นนั้น อาจเป็นผลจากการปรับประมาณการตามสภาวะเศรษฐกิจที่ยังเปราะบางและหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงตามที่ระบุในภาพรวม อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการไม่ได้ให้ข้อมูลที่ชัดเจนว่าการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นเพียงการตั้งสำรองล่วงหน้า หรือสะท้อนถึงคุณภาพหนี้ที่แย่ลงอย่างถาวร จึงจำเป็นต้องติดตามการตั้งสำรองในไตรมาสถัดไป รวมถึงคุณภาพของพอร์ตสินเชื่ออย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเฉพาะกิจการลดลง 6.27% YoY:** อยู่ที่ 553.26 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะเพิ่มขึ้น 6.67% เป็น 1,255.24 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายทางการเงินพุ่ง 28.52% YoY:** เป็น 287.26 ล้านบาท จากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นตามอัตราดอกเบี้ย
* **ผลขาดทุนด้านเครดิตฯ เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว (96.47% YoY):** อยู่ที่ 140.28 ล้านบาท สะท้อนความเสี่ยงด้านเครดิตที่เพิ่มขึ้น
* **สินทรัพย์รวมเติบโต 7.46% YoY:** อยู่ที่ 56,021.28 ล้านบาท โดยมีลูกหนี้สินเชื่อเช่าซื้อและเช่าทางการเงินเพิ่มขึ้น 5.21%
* **บริษัทย่อย (RTN Insurance Broker) มีกำไรสุทธิ Q2/66 ที่ 42.25 ล้านบาท**
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิรวม 425.06 ล้านบาท อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) อยู่ที่ 13.84% ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีรายได้รวม 1,142.73 ล้านบาท มีค่าใช้จ่ายทางการเงิน 287.26 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร 176.46 ล้านบาท และผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 140.28 ล้านบาท
ในส่วนของงบการเงินเฉพาะกิจการ บริษัทมีกำไรสุทธิ 553.26 ล้านบาท ลดลง 36.98 ล้านบาท หรือ 6.27% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะเพิ่มขึ้น 78.47 ล้านบาท หรือ 6.67% เป็น 1,255.24 ล้านบาท แต่ถูกหักล้างด้วยค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 63.74 ล้านบาท (28.52%) และผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นที่เพิ่มขึ้นถึง 68.88 ล้านบาท (96.47%)
## โอกาส
* **การเติบโตของสินเชื่อ:** ลูกหนี้สินเชื่อเช่าซื้อและเช่าทางการเงินสุทธิเพิ่มขึ้น 5.21% YoY และสินเชื่อเงินให้กู้ยืมเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 496.07% YoY ซึ่งสะท้อนถึงการขยายตัวของธุรกิจสินเชื่อ
* **การสนับสนุนจากธุรกิจประกัน:** บริษัท อาร์ทีเอ็น อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิ 42.25 ล้านบาทในไตรมาสนี้ และมีบทบาทสนับสนุนการบริการประกันภัยให้แก่ลูกหนี้ของ THANI
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยส่งผลโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายทางการเงินของบริษัท ซึ่งอาจกระทบต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) ในอนาคต
* **ความเสี่ยงด้านเครดิตที่เพิ่มขึ้น:** การตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บ่งชี้ถึงความกังวลต่อคุณภาพสินทรัพย์ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ยังเปราะบางและภาระค่าครองชีพที่สูง
* **ปัจจัยมหภาค:** ความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ, นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่, สัญญาณชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และผลกระทบต่อคุณภาพหนี้จากอัตราดอกเบี้ยที่ปรับสูงขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ทิศทางอัตราดอกเบี้ย:** การปรับขึ้นหรือทรงตัวของอัตราดอกเบี้ยจะมีผลต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัทโดยตรง
* **การตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิต:** การเพิ่มขึ้นของการตั้งสำรองในไตรมาสนี้เป็นสัญญาณที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่าจะเป็นเพียงการตั้งสำรองล่วงหน้า หรือสะท้อนถึงคุณภาพสินทรัพย์ที่แย่ลง
* **คุณภาพของพอร์ตสินเชื่อ:** การติดตาม NPL (Non-Performing Loan) และการบริหารจัดการหนี้เสียของบริษัท
* **การเติบโตของสินเชื่อ:** การขยายตัวของสินเชื่อเช่าซื้อและสินเชื่อเงินให้กู้ยืมในไตรมาสถัดไป
* **ผลกระทบจากเศรษฐกิจมหภาค:** ความผันผวนของเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลก
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
* **NIM/NII:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุตัวเลข NIM โดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายทางการเงิน 28.52% YoY ในขณะที่รายได้รวมเพิ่มขึ้น 6.67% YoY บ่งชี้ว่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยอาจถูกกดดัน
* **NPL/Coverage:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข NPL โดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ถึง 96.47% YoY สะท้อนถึงการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านเครดิตที่เข้มข้นขึ้น หรือความกังวลต่อคุณภาพสินทรัพย์
* **สัดส่วนสินเชื่อ:** ลูกหนี้สินเชื่อเช่าซื้อและเช่าทางการเงินสุทธิคิดเป็น 96.06% ของสินทรัพย์รวม แสดงให้เห็นถึงการพึ่งพิงธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อเป็นหลัก
* **รายได้ค่าธรรมเนียม:** มีการกล่าวถึงรายได้จากบริษัทย่อยด้านนายหน้าประกันภัย ซึ่งมีส่วนช่วยสนับสนุนรายได้รวม แต่ไม่ได้ระบุตัวเลขรายได้ค่าธรรมเนียมโดยตรง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2/2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 56,021.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.46% YoY โดยมีลูกหนี้สินเชื่อเช่าซื้อและเช่าทางการเงินสุทธิ 53,354.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.21% YoY และมีสินเชื่อเงินให้กู้ยืม 460.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 496.07% YoY หนี้สินรวมอยู่ที่ 43,834.23 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 12,187.05 ล้านบาท
เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 2.55% โดยมีลูกหนี้สินเชื่อเช่าซื้อและเช่าทางการเงินสุทธิเพิ่มขึ้น 1.03% และสินเชื่อเงินให้กู้ยืมเพิ่มขึ้น 26.60% ในขณะที่หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 4.29% และส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 3.25%
## สรุปท้าย
THANI ในไตรมาส 2/2566 เผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นตามทิศทางอัตราดอกเบี้ย และการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิเฉพาะกิจการปรับลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจไทยจะยังคงขยายตัวได้จากการท่องเที่ยว แต่ความเปราะบางจากภาระค่าครองชีพและปัจจัยภายนอกยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญ การเติบโตของสินเชื่อยังคงเป็นปัจจัยบวก แต่การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านเครดิตและการควบคุมต้นทุนทางการเงินจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ THANI ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
880.87
ล้านบาท
↓ 12.9% YoY
กำไรขั้นต้น
761.38
ล้านบาท
↓ 14.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
86.44
%
กำไรสุทธิ
314.93
ล้านบาท
↑ 156.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
35.75
%
D/E Ratio
1.91
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
881
↓ -12.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
761
↓ -14.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
315
↑ + 156.7%
YoY
D/E Ratio
1.91
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — THANI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.91
ROE (%)
8.37
ROA (%)
5.35
Book Value/หุ้น
2.26
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — THANI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-7,227
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+9
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — THANI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-7,227.35
+44.24%
|
-5,010.72
-365.68%
|
1,886.02
+9.64%
|
1,720.25
-463.11%
|
-473.75
-108.00%
|
5,924.69
-2,869.32%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
8.87
+1,871.11%
|
0.45
-109.22%
|
-4.88
-110.61%
|
45.99
+864.15%
|
4.77
-129.25%
|
-16.31
+39.28%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
9,862.30
+106.50%
|
4,775.82
-400.69%
|
-1,588.31
-35.81%
|
-2,474.57
-3,021.23%
|
84.71
-101.60%
|
-5,293.72
-1,300.83%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
2,643.82
-1,227.62%
|
-234.46
-180.06%
|
292.84
-141.34%
|
-708.34
+84.33%
|
-384.27
-162.52%
|
614.66
+185.65%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
3,690.63
+157.66%
|
1,432.37
+120.22%
|
650.44
+36.58%
|
476.22
-54.38%
|
1,043.79
+143.23%
|
429.13
+100.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,214.68
-67.09%
|
3,690.63
+157.66%
|
1,432.37
+120.22%
|
650.44
+36.58%
|
476.22
-54.38%
|
1,043.79
+143.23%
|