บริษัท สกาย ทาวเวอร์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.03
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5207 out_tok=2650 at=2026-07-26T06:09:39 -->
# STOWER พลิกขาดทุนหนักปี 63 สู่กำไรลดลงปี 64 รับผลบวกจากรายได้เช่าต่างประเทศ-ขายเงินลงทุน
## รายได้เช่าสถานีโทรคมนาคมในต่างประเทศเริ่มรับรู้ต่อเนื่อง หนุนผลประกอบการปี 64 แม้ภาพรวมยังขาดทุน
บริษัท สกาย ทาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ STOWER รายงานผลประกอบการปี 2564 มีรายได้รวม 250.40 ล้านบาท และผลขาดทุนสุทธิ 50.60 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลดลงของผลขาดทุนเมื่อเทียบกับปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 318.07 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อผลประกอบการในปีนี้มาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการให้เช่าสถานีโทรคมนาคมในต่างประเทศและการขายเงินลงทุนบางส่วน แม้ว่ารายได้จากงานโครงการจะลดลงเนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ STOWER ในปี 2564 ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน คือ **การลดลงของผลขาดทุนสุทธิอย่างมีนัยสำคัญ** โดยมีปัจจัยหลักมาจาก **การรับรู้รายได้จากการให้เช่าสถานีโทรคมนาคมในต่างประเทศที่เริ่มต่อเนื่อง** และ **กำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทร่วม** ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบจากรายได้งานโครงการที่ลดลง
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้จากการให้เช่าสถานีโทรคมนาคมในต่างประเทศ:** บริษัทเริ่มรับรู้รายได้จากสถานีโทรคมนาคมที่สร้างเสร็จและให้ลูกค้าผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือเข้าติดตั้งอุปกรณ์ในต่างประเทศอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2564 ซึ่งเป็นสัญญาเช่าระยะยาว ทำให้มีรายได้เข้ามาอย่างสม่ำเสมอ
* **กำไรจากการขายเงินลงทุน:** บริษัทได้ขายเงินลงทุนในบริษัทร่วมคือ บริษัท สระบุรี เอ็นเนอร์จีซิสเท็มส์ 2 จำกัด ให้แก่บริษัท 59ทุ่งล่าง Advanced Power จำกัด มูลค่า 4.03 ล้านบาท ซึ่งบริษัทรับรู้กำไรจากการขายเงินลงทุนจำนวน 71.63 ล้านบาทในปี 2564
* **การลดลงของต้นทุนทางการเงิน:** บริษัทได้ชำระคืนหนี้เงินกู้ยืมบางส่วน ทำให้ภาระดอกเบี้ยลดลงอย่างมาก ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจาก 3.52 เท่าในปี 2563 เหลือเพียง 0.38 เท่าในปี 2564
อย่างไรก็ตาม รายได้จากงานโครงการลดลงอย่างมีนัยสำคัญในปี 2564 เนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เลื่อนการเปิดประมูลงานติดตั้งเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงหลายโครงการ ส่งผลให้ต้นทุนงานโครงการสูงกว่ารายได้จากงานโครงการ เนื่องจากมีการบันทึกต้นทุนคงที่จากกำลังการผลิตที่ไม่ได้ใช้ (Idle Capacity) รวมเป็นต้นทุนของรายได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของรายได้จากการให้เช่าสถานีโทรคมนาคมในต่างประเทศ เนื่องจากเป็นการรับรู้รายได้จากสัญญาเช่าระยะยาวที่เริ่มต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม รายได้จากงานโครงการยังคงมีความไม่แน่นอนสูง ขึ้นอยู่กับการกลับมาเปิดประมูลงานของ กฟผ. และสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่วนกำไรจากการขายเงินลงทุนเป็นรายการที่ไม่เกิดขึ้นประจำ (Non-recurring)
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมปี 2564 อยู่ที่ 250.40 ล้านบาท** เพิ่มขึ้นจากปีก่อน
* **ผลขาดทุนสุทธิปี 2564 อยู่ที่ 50.60 ล้านบาท** ลดลง 267.47 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ขาดทุน 318.07 ล้านบาท
* **รายได้หลักมาจาก** การผลิตเสาโทรคมนาคมและงานโครงการ (129.70 ล้านบาท), กำไรจากการขายเงินลงทุน (71.63 ล้านบาท) และรายได้อื่น (49.07 ล้านบาท)
* **รายได้งานโครงการลดลง** เนื่องจาก กฟผ. เลื่อนการเปิดประมูลงานติดตั้งเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงจากผลกระทบโควิด-19
* **อัตรากำไรขั้นต้นของผลิตภัณฑ์หลัก** (โครงสร้างสถานีไฟฟ้าย่อย, เสาโทรคมนาคม, โครงสร้างเหล็กทั่วไป) อยู่ที่ประมาณ 15%-25% หากคิดตามสัดส่วนปริมาณการผลิตจริง
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง** เนื่องจากไม่มีการขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์เหมือนปีก่อน และต้นทุนทางการเงินลดลงจากการชำระคืนหนี้
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงอย่างมาก** จาก 3.52 เท่า เป็น 0.38 เท่า หลังจากการชำระคืนหนี้
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวม 250.40 ล้านบาท และมีผลขาดทุนสุทธิ 50.60 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลดลงของผลขาดทุนสุทธิเมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีผลขาดทุน 318.07 ล้านบาท การเปลี่ยนแปลงนี้มีสาเหตุหลักมาจากการรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการให้เช่าสถานีโทรคมนาคมในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง และกำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทร่วม ซึ่งช่วยชดเชยรายได้จากงานโครงการที่ลดลงอย่างมากอันเนื่องมาจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เลื่อนการเปิดประมูลงานติดตั้งเสาส่งไฟฟ้าแรงสูง นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินยังลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากการชำระคืนหนี้ ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงอย่างมาก
## โอกาส
* **การรับรู้รายได้ต่อเนื่องจากธุรกิจให้เช่าสถานีโทรคมนาคมในต่างประเทศ:** เป็นแหล่งรายได้ที่มั่นคงจากสัญญาเช่าระยะยาว
* **การฟื้นตัวของงานโครงการ:** หากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย และ กฟผ. กลับมาเปิดประมูลงานติดตั้งเสาส่งไฟฟ้าแรงสูง จะเป็นโอกาสในการเพิ่มรายได้จากธุรกิจหลัก
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** บริษัทมีการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่ดีขึ้นจากการชำระคืนหนี้
## ความเสี่ยง
* **ความล่าช้าในการเปิดประมูลงานโครงการ:** การแพร่ระบาดของโควิด-19 และปัจจัยอื่น ๆ อาจทำให้ กฟผ. เลื่อนการเปิดประมูลงานติดตั้งเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงออกไปอีก ส่งผลกระทบต่อรายได้จากงานโครงการ
* **การบันทึกต้นทุนคงที่จากกำลังการผลิตที่ไม่ได้ใช้:** หากปริมาณงานโครงการยังคงลดลง อาจส่งผลให้ต้นทุนคงที่ถูกนำมาคิดเป็นต้นทุนของรายได้ ทำให้ความสามารถในการทำกำไรลดลง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้จะไม่ได้ระบุในเอกสาร แต่เป็นความเสี่ยงทั่วไปของธุรกิจผลิตโครงสร้างเหล็ก
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าในการเปิดประมูลงานติดตั้งเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงของ กฟผ.:** เป็นปัจจัยสำคัญต่อการฟื้นตัวของรายได้จากงานโครงการ
* **แนวโน้มการรับรู้รายได้จากธุรกิจให้เช่าสถานีโทรคมนาคมในต่างประเทศ:** จำนวนสถานีที่เพิ่มขึ้นและอัตราการเช่า
* **การบริหารจัดการต้นทุนคงที่:** เพื่อลดผลกระทบจากกำลังการผลิตที่ไม่ได้ใช้
* **การใช้สิทธิใบสำคัญแสดงสิทธิ (Warrant):** แม้ในครั้งนี้จะไม่มีผู้ใช้สิทธิ แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **ราคา Commodity/ASP:** เอกสารไม่ได้ระบุถึงราคาขายสินค้าโภคภัณฑ์โดยตรง แต่กล่าวถึงอัตรากำไรขั้นต้นของผลิตภัณฑ์หลัก (โครงสร้างสถานีไฟฟ้าย่อย, เสาโทรคมนาคม, โครงสร้างเหล็กทั่วไป) อยู่ที่ประมาณ 15%-25% หากคิดตามสัดส่วนปริมาณการผลิตจริง
* **ปริมาณขาย-ผลิต:** รายได้จากงานโครงการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสะท้อนถึงปริมาณการผลิตที่ลดลงในส่วนนี้ ขณะที่ธุรกิจให้เช่าสถานีโทรคมนาคมในต่างประเทศมีการรับรู้รายได้ต่อเนื่อง
* **ต้นทุนต่อหน่วย:** มีการกล่าวถึงต้นทุนคงที่จากกำลังการผลิตที่ไม่ได้ใช้ (Idle Capacity) ถูกนำมาคิดรวมเป็นต้นทุนของรายได้จากงานโครงการ ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในส่วนนี้
* **กำลังการผลิต:** กำลังการผลิตในส่วนของงานโครงการไม่ได้ถูกใช้งานเต็มที่ ส่งผลให้มีต้นทุนคงที่ที่ต้องรับภาระ
* **โครงการลงทุน:** มีการลงทุนในสถานีโทรคมนาคมให้เช่าที่เพิ่มขึ้นในประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งส่งผลให้มีการรับรู้สินทรัพย์สิทธิการใช้เพิ่มขึ้น
* **กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ 31 ธ.ค. 64 อยู่ที่ 851.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.45% จากปีก่อน สาเหตุหลักมาจากเงินสดที่เพิ่มขึ้นจากการขายหุ้นเพิ่มทุน และการรับรู้สินทรัพย์สิทธิการใช้ที่เพิ่มขึ้นจากสถานีโทรคมนาคมให้เช่าในฟิลิปปินส์
* **หนี้สินรวม:** ณ 31 ธ.ค. 64 อยู่ที่ 234.37 ล้านบาท ลดลง 55.68% จากปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการชำระคืนหนี้เงินกู้ยืมและเจ้าหนี้การค้า
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ 31 ธ.ค. 64 อยู่ที่ 617.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 311.23% จากปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการขายหุ้นเพิ่มทุนให้ผู้ถือหุ้นเดิม และการใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุนจากใบสำคัญแสดงสิทธิ
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 3.52 เท่า เป็น 0.38 เท่า
* **กระแสเงินสด:** เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน หรือการจัดหาเงินโดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของเงินสดจากการขายหุ้นและการลดลงของหนี้สินบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการสภาพคล่องที่ดีขึ้น
## สรุปท้าย
STOWER ในปี 2564 สามารถพลิกสถานการณ์จากผลขาดทุนจำนวนมากในปี 2563 มาสู่การลดลงของผลขาดทุนในปีนี้ได้ โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการรับรู้รายได้ที่ต่อเนื่องจากธุรกิจให้เช่าสถานีโทรคมนาคมในต่างประเทศ และกำไรจากการขายเงินลงทุน แม้ว่ารายได้จากงานโครงการจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการหนี้สินที่แข็งแกร่งขึ้น และการลดลงของต้นทุนทางการเงิน เป็นสัญญาณบวกที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความคืบหน้าในการกลับมาเปิดประมูลงานโครงการของ กฟผ. ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการฟื้นตัวของรายได้หลักในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STOWER ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
47.72
ล้านบาท
↓ 49% YoY
กำไรขั้นต้น
-0.70
ล้านบาท
↓ 104% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-1.46
%
กำไรสุทธิ
-36.28
ล้านบาท
↑ 103.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-76.03
%
D/E Ratio
0.22
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
48
↓ -49%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-1
↓ -104%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-36
↑ + 103.8%
YoY
D/E Ratio
0.22
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STOWER
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.22
ROE (%)
-12.29
ROA (%)
-8.98
Book Value/หุ้น
0.17
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STOWER
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-89
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-52
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STOWER
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-88.74
-178.73%
|
112.72
+386.28%
|
23.18
-54.94%
|
51.44
-53.96%
|
111.73
+331.22%
|
25.91
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-51.89
-138.78%
|
133.80
-1,501.05%
|
-9.55
-57.89%
|
-22.68
-79.62%
|
-111.27
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2.27
-38.15%
|
3.67
-19.52%
|
4.56
-100.91%
|
-499.72
+55.23%
|
-321.93
-47.39%
|
-611.94
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-138.37
-179.87%
|
173.25
-1,530.64%
|
-12.11
-97.43%
|
-470.96
+46.50%
|
-321.47
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
149.87
-35.24%
|
231.42
+160.73%
|
88.76
-67.91%
|
276.58
+229.65%
|
83.90
-73.15%
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
204.15
+36.22%
|
149.87
-35.24%
|
231.42
+160.73%
|
88.76
-67.91%
|
276.58
+229.65%
|
0.00
|