STOWER
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
STOWER
บริษัท สกาย ทาวเวอร์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.04
+0.00 (+0.00%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5207 out_tok=2650 at=2026-07-26T06:09:39 --> # STOWER พลิกขาดทุนหนักปี 63 สู่กำไรลดลงปี 64 รับผลบวกจากรายได้เช่าต่างประเทศ-ขายเงินลงทุน ## รายได้เช่าสถานีโทรคมนาคมในต่างประเทศเริ่มรับรู้ต่อเนื่อง หนุนผลประกอบการปี 64 แม้ภาพรวมยังขาดทุน บริษัท สกาย ทาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ STOWER รายงานผลประกอบการปี 2564 มีรายได้รวม 250.40 ล้านบาท และผลขาดทุนสุทธิ 50.60 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลดลงของผลขาดทุนเมื่อเทียบกับปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 318.07 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อผลประกอบการในปีนี้มาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการให้เช่าสถานีโทรคมนาคมในต่างประเทศและการขายเงินลงทุนบางส่วน แม้ว่ารายได้จากงานโครงการจะลดลงเนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ STOWER ในปี 2564 ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน คือ **การลดลงของผลขาดทุนสุทธิอย่างมีนัยสำคัญ** โดยมีปัจจัยหลักมาจาก **การรับรู้รายได้จากการให้เช่าสถานีโทรคมนาคมในต่างประเทศที่เริ่มต่อเนื่อง** และ **กำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทร่วม** ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบจากรายได้งานโครงการที่ลดลง ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **รายได้จากการให้เช่าสถานีโทรคมนาคมในต่างประเทศ:** บริษัทเริ่มรับรู้รายได้จากสถานีโทรคมนาคมที่สร้างเสร็จและให้ลูกค้าผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือเข้าติดตั้งอุปกรณ์ในต่างประเทศอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2564 ซึ่งเป็นสัญญาเช่าระยะยาว ทำให้มีรายได้เข้ามาอย่างสม่ำเสมอ * **กำไรจากการขายเงินลงทุน:** บริษัทได้ขายเงินลงทุนในบริษัทร่วมคือ บริษัท สระบุรี เอ็นเนอร์จีซิสเท็มส์ 2 จำกัด ให้แก่บริษัท 59ทุ่งล่าง Advanced Power จำกัด มูลค่า 4.03 ล้านบาท ซึ่งบริษัทรับรู้กำไรจากการขายเงินลงทุนจำนวน 71.63 ล้านบาทในปี 2564 * **การลดลงของต้นทุนทางการเงิน:** บริษัทได้ชำระคืนหนี้เงินกู้ยืมบางส่วน ทำให้ภาระดอกเบี้ยลดลงอย่างมาก ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจาก 3.52 เท่าในปี 2563 เหลือเพียง 0.38 เท่าในปี 2564 อย่างไรก็ตาม รายได้จากงานโครงการลดลงอย่างมีนัยสำคัญในปี 2564 เนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เลื่อนการเปิดประมูลงานติดตั้งเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงหลายโครงการ ส่งผลให้ต้นทุนงานโครงการสูงกว่ารายได้จากงานโครงการ เนื่องจากมีการบันทึกต้นทุนคงที่จากกำลังการผลิตที่ไม่ได้ใช้ (Idle Capacity) รวมเป็นต้นทุนของรายได้ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของรายได้จากการให้เช่าสถานีโทรคมนาคมในต่างประเทศ เนื่องจากเป็นการรับรู้รายได้จากสัญญาเช่าระยะยาวที่เริ่มต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม รายได้จากงานโครงการยังคงมีความไม่แน่นอนสูง ขึ้นอยู่กับการกลับมาเปิดประมูลงานของ กฟผ. และสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่วนกำไรจากการขายเงินลงทุนเป็นรายการที่ไม่เกิดขึ้นประจำ (Non-recurring) ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวมปี 2564 อยู่ที่ 250.40 ล้านบาท** เพิ่มขึ้นจากปีก่อน * **ผลขาดทุนสุทธิปี 2564 อยู่ที่ 50.60 ล้านบาท** ลดลง 267.47 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ขาดทุน 318.07 ล้านบาท * **รายได้หลักมาจาก** การผลิตเสาโทรคมนาคมและงานโครงการ (129.70 ล้านบาท), กำไรจากการขายเงินลงทุน (71.63 ล้านบาท) และรายได้อื่น (49.07 ล้านบาท) * **รายได้งานโครงการลดลง** เนื่องจาก กฟผ. เลื่อนการเปิดประมูลงานติดตั้งเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงจากผลกระทบโควิด-19 * **อัตรากำไรขั้นต้นของผลิตภัณฑ์หลัก** (โครงสร้างสถานีไฟฟ้าย่อย, เสาโทรคมนาคม, โครงสร้างเหล็กทั่วไป) อยู่ที่ประมาณ 15%-25% หากคิดตามสัดส่วนปริมาณการผลิตจริง * **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง** เนื่องจากไม่มีการขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์เหมือนปีก่อน และต้นทุนทางการเงินลดลงจากการชำระคืนหนี้ * **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงอย่างมาก** จาก 3.52 เท่า เป็น 0.38 เท่า หลังจากการชำระคืนหนี้ ## ภาพรวมผลประกอบการ ในปี 2564 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวม 250.40 ล้านบาท และมีผลขาดทุนสุทธิ 50.60 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลดลงของผลขาดทุนสุทธิเมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีผลขาดทุน 318.07 ล้านบาท การเปลี่ยนแปลงนี้มีสาเหตุหลักมาจากการรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการให้เช่าสถานีโทรคมนาคมในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง และกำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทร่วม ซึ่งช่วยชดเชยรายได้จากงานโครงการที่ลดลงอย่างมากอันเนื่องมาจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เลื่อนการเปิดประมูลงานติดตั้งเสาส่งไฟฟ้าแรงสูง นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินยังลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากการชำระคืนหนี้ ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงอย่างมาก ## โอกาส * **การรับรู้รายได้ต่อเนื่องจากธุรกิจให้เช่าสถานีโทรคมนาคมในต่างประเทศ:** เป็นแหล่งรายได้ที่มั่นคงจากสัญญาเช่าระยะยาว * **การฟื้นตัวของงานโครงการ:** หากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย และ กฟผ. กลับมาเปิดประมูลงานติดตั้งเสาส่งไฟฟ้าแรงสูง จะเป็นโอกาสในการเพิ่มรายได้จากธุรกิจหลัก * **การบริหารจัดการต้นทุน:** บริษัทมีการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่ดีขึ้นจากการชำระคืนหนี้ ## ความเสี่ยง * **ความล่าช้าในการเปิดประมูลงานโครงการ:** การแพร่ระบาดของโควิด-19 และปัจจัยอื่น ๆ อาจทำให้ กฟผ. เลื่อนการเปิดประมูลงานติดตั้งเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงออกไปอีก ส่งผลกระทบต่อรายได้จากงานโครงการ * **การบันทึกต้นทุนคงที่จากกำลังการผลิตที่ไม่ได้ใช้:** หากปริมาณงานโครงการยังคงลดลง อาจส่งผลให้ต้นทุนคงที่ถูกนำมาคิดเป็นต้นทุนของรายได้ ทำให้ความสามารถในการทำกำไรลดลง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้จะไม่ได้ระบุในเอกสาร แต่เป็นความเสี่ยงทั่วไปของธุรกิจผลิตโครงสร้างเหล็ก ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **ความคืบหน้าในการเปิดประมูลงานติดตั้งเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงของ กฟผ.:** เป็นปัจจัยสำคัญต่อการฟื้นตัวของรายได้จากงานโครงการ * **แนวโน้มการรับรู้รายได้จากธุรกิจให้เช่าสถานีโทรคมนาคมในต่างประเทศ:** จำนวนสถานีที่เพิ่มขึ้นและอัตราการเช่า * **การบริหารจัดการต้นทุนคงที่:** เพื่อลดผลกระทบจากกำลังการผลิตที่ไม่ได้ใช้ * **การใช้สิทธิใบสำคัญแสดงสิทธิ (Warrant):** แม้ในครั้งนี้จะไม่มีผู้ใช้สิทธิ แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน) * **ราคา Commodity/ASP:** เอกสารไม่ได้ระบุถึงราคาขายสินค้าโภคภัณฑ์โดยตรง แต่กล่าวถึงอัตรากำไรขั้นต้นของผลิตภัณฑ์หลัก (โครงสร้างสถานีไฟฟ้าย่อย, เสาโทรคมนาคม, โครงสร้างเหล็กทั่วไป) อยู่ที่ประมาณ 15%-25% หากคิดตามสัดส่วนปริมาณการผลิตจริง * **ปริมาณขาย-ผลิต:** รายได้จากงานโครงการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสะท้อนถึงปริมาณการผลิตที่ลดลงในส่วนนี้ ขณะที่ธุรกิจให้เช่าสถานีโทรคมนาคมในต่างประเทศมีการรับรู้รายได้ต่อเนื่อง * **ต้นทุนต่อหน่วย:** มีการกล่าวถึงต้นทุนคงที่จากกำลังการผลิตที่ไม่ได้ใช้ (Idle Capacity) ถูกนำมาคิดรวมเป็นต้นทุนของรายได้จากงานโครงการ ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในส่วนนี้ * **กำลังการผลิต:** กำลังการผลิตในส่วนของงานโครงการไม่ได้ถูกใช้งานเต็มที่ ส่งผลให้มีต้นทุนคงที่ที่ต้องรับภาระ * **โครงการลงทุน:** มีการลงทุนในสถานีโทรคมนาคมให้เช่าที่เพิ่มขึ้นในประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งส่งผลให้มีการรับรู้สินทรัพย์สิทธิการใช้เพิ่มขึ้น * **กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงในเอกสาร ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด * **สินทรัพย์รวม:** ณ 31 ธ.ค. 64 อยู่ที่ 851.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.45% จากปีก่อน สาเหตุหลักมาจากเงินสดที่เพิ่มขึ้นจากการขายหุ้นเพิ่มทุน และการรับรู้สินทรัพย์สิทธิการใช้ที่เพิ่มขึ้นจากสถานีโทรคมนาคมให้เช่าในฟิลิปปินส์ * **หนี้สินรวม:** ณ 31 ธ.ค. 64 อยู่ที่ 234.37 ล้านบาท ลดลง 55.68% จากปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการชำระคืนหนี้เงินกู้ยืมและเจ้าหนี้การค้า * **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ 31 ธ.ค. 64 อยู่ที่ 617.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 311.23% จากปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการขายหุ้นเพิ่มทุนให้ผู้ถือหุ้นเดิม และการใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุนจากใบสำคัญแสดงสิทธิ * **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 3.52 เท่า เป็น 0.38 เท่า * **กระแสเงินสด:** เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน หรือการจัดหาเงินโดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของเงินสดจากการขายหุ้นและการลดลงของหนี้สินบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการสภาพคล่องที่ดีขึ้น ## สรุปท้าย STOWER ในปี 2564 สามารถพลิกสถานการณ์จากผลขาดทุนจำนวนมากในปี 2563 มาสู่การลดลงของผลขาดทุนในปีนี้ได้ โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการรับรู้รายได้ที่ต่อเนื่องจากธุรกิจให้เช่าสถานีโทรคมนาคมในต่างประเทศ และกำไรจากการขายเงินลงทุน แม้ว่ารายได้จากงานโครงการจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการหนี้สินที่แข็งแกร่งขึ้น และการลดลงของต้นทุนทางการเงิน เป็นสัญญาณบวกที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความคืบหน้าในการกลับมาเปิดประมูลงานโครงการของ กฟผ. ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการฟื้นตัวของรายได้หลักในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STOWER ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
47.72 ล้านบาท
↓ 49% YoY
กำไรขั้นต้น
-0.70 ล้านบาท
↓ 104% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-1.46 %
กำไรสุทธิ
-36.28 ล้านบาท
↑ 103.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-76.03 %
D/E Ratio
0.22
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
48
↓ -49% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-1
↓ -104% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-36
↑ + 103.8% YoY
D/E Ratio
0.22

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STOWER

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
47.72
-48.98%
93.53
+140.16%
38.95
-66.59%
116.57
+90.05%
61.34
+414.96%
-19.48
กำไรขั้นต้น —
-0.70
-103.98%
17.49
+609.55%
-3.43
-112.91%
26.58
+326.19%
-11.75
-356.78%
4.58
+103.77%
ค่าใช้จ่ายรวม —
21.52
+11.57%
19.29
-49.49%
38.18
-6.68%
40.92
+20.54%
33.95
+21.98%
27.83
+144.94%
กำไรสุทธิ —
-36.28
-103.75%
-17.81
+82.24%
-100.24
-240.66%
-29.42
+10.42%
-32.85
-2.82%
-31.95
กำไรต่อหุ้น —
-0.01
-100.00%
-0.01
+81.48%
-0.03
-237.50%
-0.01
+11.11%
-0.01
-0.01
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
-1.46
-107.81%
18.70
+312.26%
-8.81
-138.64%
22.80
+219.00%
-19.16
+18.47%
-23.50
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
45.10
+118.72%
20.62
-78.97%
98.05
+179.34%
35.10
-36.57%
55.34
+138.73%
-142.90
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
-76.03
-299.32%
-19.04
+92.60%
-257.38
-919.73%
-25.24
+52.87%
-53.55
-132.65%
164.03
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
-3.51
+75.98%
-14.61
-111.62%
125.72
+1,406.86%
-9.62
-555.92%
2.11
-24.37%
2.79
ROE(%) —
-12.29
-48.79%
-8.26
+60.36%
-20.84
-65.66%
-12.58
+0.71%
-12.67
+86.76%
-95.67
-474.94%
ROA(%) —
-8.98
-66.60%
-5.39
+69.55%
-17.70
-99.10%
-8.89
-108.20%
-4.27
-67.45%
-2.55
+80.61%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.22
0.22
-24.14%
0.29
+107.14%
0.14
-63.16%
0.38
-89.20%
3.52
+1,366.67%
P/E —
-100.00
-100.00
-100.00
-100.00
0.00
0.00
P/BV —
0.10
-61.54%
0.26
-54.39%
0.57
-57.46%
1.34
-56.63%
3.09
+15.73%
2.67
+506.82%
BV —
0.19
-17.39%
0.23
-11.54%
0.26
+766.67%
0.03
0.03
+200.00%
0.01
-85.71%
YIELD(%) —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ราคาหุ้น —
0.02
-66.67%
0.06
-60.00%
0.15
+275.00%
0.04
0.00
-100.00%
0.05
+66.67%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.22
ROE (%)
-12.29
ROA (%)
-8.98
Book Value/หุ้น
0.16

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STOWER

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
387.65
-19.28%
480.25
+5.72%
454.27
-19.43%
563.80
+31.10%
430.07
+80.04%
238.87
-87.29%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
424.95
-3.49%
440.33
-36.28%
690.40
+5.35%
655.36
+55.42%
421.67
-4.18%
440.08
+4.47%
รวมสินทรัพย์ —
812.60
-11.73%
920.58
-19.62%
1,144.67
-6.11%
1,219.16
+43.14%
851.74
+25.45%
678.95
-70.48%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
79.17
-14.66%
92.77
-17.34%
112.22
+80.84%
62.05
-56.97%
144.22
-68.15%
452.80
-68.75%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
67.93
-5.66%
72.01
-51.54%
147.94
+63.67%
90.39
+0.27%
90.15
+18.59%
76.02
-79.82%
รวมหนี้สิน —
147.10
-10.73%
164.78
-36.83%
260.16
+70.66%
152.44
-34.96%
234.37
-55.68%
528.82
-71.03%
รวมส่วนของเจ้าของ —
665.49
-11.95%
755.80
-14.55%
884.51
-17.08%
1,066.72
+72.79%
617.37
+311.23%
150.13
-68.37%
D/E —
0.22
0.22
0.29
0.14
0.38
3.52
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
-12.29
-8.26
-20.84
-12.58
-12.67
-95.67
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
-8.98
-5.39
-17.70
-8.89
-4.27
-2.55
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
4.90
5.18
4.05
9.09
2.98
0.53
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
3.16
3.14
2.76
3.36
2.35
0.31
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
167.51
108.05
0.00
0.00
164.09
90.19
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
140.23
89.48
0.00
0.00
202.91
169.11
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
93.25
73.70
0.00
0.00
224.43
255.67
วงจรเงินสด —
214.49
123.83
0.00
0.00
142.57
3.63
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-89
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-52
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STOWER

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-88.74
-178.73%
112.72
+386.28%
23.18
-54.94%
51.44
-53.96%
111.73
+331.22%
25.91
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
-51.89
-138.78%
133.80
-1,501.05%
-9.55
-57.89%
-22.68
-79.62%
-111.27
0.00
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
2.27
-38.15%
3.67
-19.52%
4.56
-100.91%
-499.72
+55.23%
-321.93
-47.39%
-611.94
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
-138.37
-179.87%
173.25
-1,530.64%
-12.11
-97.43%
-470.96
+46.50%
-321.47
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
149.87
-35.24%
231.42
+160.73%
88.76
-67.91%
276.58
+229.65%
83.90
-73.15%
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
204.15
+36.22%
149.87
-35.24%
231.42
+160.73%
88.76
-67.91%
276.58
+229.65%
0.00