บริษัท สกาย ทาวเวอร์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.03
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7258 out_tok=2398 at=2026-07-26T06:24:24 -->
STOWER พลิกขาดทุนหนัก Q2/66 รับต้นทุนคงที่พุ่ง-รายได้หด
ฝ่ายบริหาร STOWER ชี้ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 ขาดทุนสุทธิ 46.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุน 26.21 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายและบริการลดลง ประกอบกับมีต้นทุนคงที่จากกำลังการผลิตที่ไม่ได้ใช้ (Cost of Idle Capacity) ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารปรับตัวสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ STOWER ในไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกขาดทุนเพิ่มขึ้น มาจาก **การลดลงของรายได้จากการขายและบริการ ประกอบกับต้นทุนคงที่จากกำลังการผลิตที่ไม่ได้ใช้ (Cost of Idle Capacity) และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น**
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า รายได้จากการขายและบริการรวมอยู่ที่ 43.11 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากรายได้จากการดำเนินงานที่ลดลง แม้ว่าจะมีรายได้จากธุรกิจโทรคมนาคมในประเทศฟิลิปปินส์ผ่านบริษัทย่อย Skytowers Infra Inc. ที่เพิ่มขึ้น 210.40% จากการให้เช่าเสาโทรคมนาคม 37 สถานี และการเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจ Tower Audit ของ QROI Network Services Inc. (QNSI) แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยภาพรวมรายได้ที่ลดลงได้ นอกจากนี้ บริษัทยังมีต้นทุนคงที่จากกำลังการผลิตที่ไม่ได้ใช้ ซึ่งเป็นภาระต้นทุนที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้นให้ขาดทุนถึง 10.59 ล้านบาท จากเดิมที่เคยมีกำไรขั้นต้น 4.90 ล้านบาท
ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 9.07 ล้านบาท หรือ 31.7% เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของบริษัทย่อยสูงขึ้น รวมถึงการปรับปรุงรายการสิทธิการใช้อาคาร (Right of Use) ที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างสถานีโทรคมนาคมที่แล้วเสร็จ ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่ลดลง 1.89 ล้านบาท แต่ไม่สามารถชดเชยผลขาดทุนจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นได้ ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 46.28 ล้านบาท
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** ฝ่ายจัดการมีแผนเพิ่มช่องทางการสร้างรายได้และการใช้กำลังการผลิต พร้อมกับการลดค่าใช้จ่าย ซึ่งคาดว่าจะทำให้อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นเป็นลำดับ นอกจากนี้ การที่บริษัทได้รับการสั่งซื้อในงานโครงการเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มูลค่าประมาณ 200 ล้านบาท และคาดว่าจะได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มเติมในไตรมาส 3 จะช่วยสนับสนุนการรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 4 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้นและการควบคุมค่าใช้จ่ายยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น:** ไตรมาส 2 ปี 2566 ขาดทุนสุทธิ 46.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุน 26.21 ล้านบาท
* **รายได้รวมลดลง:** รายได้จากการขายและบริการรวม 43.11 ล้านบาท ลดลง 54.7% YoY
* **อัตรากำไรขั้นต้นติดลบ:** ขาดทุนขั้นต้น 10.59 ล้านบาท พลิกจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรขั้นต้น 4.90 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายขายบริหารเพิ่ม:** เพิ่มขึ้น 9.07 ล้านบาท หรือ 31.7% YoY
* **ธุรกิจในฟิลิปปินส์เติบโต:** รายได้จากการให้เช่าเสาโทรคมนาคมเพิ่มขึ้น 210.40% และเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจ Tower Audit
* **รับงานภาครัฐมูลค่าสูง:** ได้รับคำสั่งซื้อโครงการเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงและโครงสร้างสถานีไฟฟ้าจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มูลค่าประมาณ 200 ล้านบาท คาดรับรู้รายได้ตั้งแต่ Q4/66
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท สกาย ทาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ STOWER มีรายได้จากการขายและบริการรวม 43.11 ล้านบาท ลดลง 54.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากธุรกิจภายในประเทศอยู่ที่ 25.24 ล้านบาท (58.53%) และรายได้จากธุรกิจโทรคมนาคมในประเทศฟิลิปปินส์อยู่ที่ 17.88 ล้านบาท (41.47%) บริษัทมีผลขาดทุนขั้นต้น 10.59 ล้านบาท พลิกจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรขั้นต้น 4.90 ล้านบาท เนื่องจากรายได้ลดลงและมีต้นทุนคงที่จากกำลังการผลิตที่ไม่ได้ใช้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 9.07 ล้านบาท เป็น 37.72 ล้านบาท ส่งผลให้ขาดทุนสุทธิสำหรับงวด 46.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุน 26.21 ล้านบาท
## โอกาส
* **งานโครงการภาครัฐ:** การทยอยประมูลงานภาครัฐที่เพิ่มขึ้น และการได้รับคำสั่งซื้อโครงการเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงและโครงสร้างสถานีไฟฟ้าจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มูลค่าประมาณ 200 ล้านบาท จะช่วยสนับสนุนการรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2566 เป็นต้นไป
* **ธุรกิจในฟิลิปปินส์:** การเติบโตของรายได้จากการให้เช่าเสาโทรคมนาคมในฟิลิปปินส์ที่เพิ่มขึ้น 210.40% และการเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจ Tower Audit รวมถึงแผนพัฒนาธุรกิจบริการด้านระบบไฟฟ้าและธุรกิจอื่นๆ ในต่างประเทศ จะเป็นแหล่งรายได้เพิ่มเติม
* **การเพิ่มการใช้กำลังการผลิต:** แผนเพิ่มช่องทางการสร้างรายได้และเพิ่มการใช้กำลังการผลิต พร้อมกับการลดค่าใช้จ่าย จะช่วยให้อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนคงที่จากกำลังการผลิตที่ไม่ได้ใช้:** การที่รายได้จากการดำเนินงานลดลง ส่งผลให้มีต้นทุนคงที่จากกำลังการผลิตที่ไม่ได้ใช้ ซึ่งเป็นภาระกดดันอัตรากำไรขั้นต้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของบริษัทย่อยที่สูงขึ้น และการปรับปรุงรายการสิทธิการใช้ ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น
* **การแข่งขันและความไม่แน่นอนของคำสั่งซื้อ:** แม้จะมีงานโครงการภาครัฐเข้ามา แต่ความไม่แน่นอนของการประมูลและการได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มเติมยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การฟื้นตัวของรายได้:** การรับรู้รายได้จากงานโครงการภาครัฐและการเติบโตของธุรกิจในฟิลิปปินส์ จะสามารถชดเชยรายได้ที่ลดลงได้หรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการลดต้นทุนคงที่จากกำลังการผลิตที่ไม่ได้ใช้ และการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
* **การเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น:** แผนการเพิ่มการใช้กำลังการผลิตและการลดค่าใช้จ่าย จะส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นกลับมาเป็นบวกได้อย่างไร
* **ความคืบหน้าของโครงการภาครัฐ:** การส่งมอบงานและรับรู้รายได้จากโครงการ กฟผ. ที่คาดว่าจะเริ่มตั้งแต่ Q4/66
* **การพัฒนาธุรกิจในต่างประเทศ:** ความคืบหน้าในการพัฒนาธุรกิจบริการด้านระบบไฟฟ้าและธุรกิจอื่นๆ ในต่างประเทศ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
ในฐานะบริษัทที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและโทรคมนาคม STOWER เผชิญกับความท้าทายจาก **กำลังการผลิตที่ไม่ได้ใช้ (Idle Capacity)** ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในกลุ่มธุรกิจที่ต้องมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ การที่รายได้ลดลงส่งผลให้ต้นทุนคงที่เหล่านี้กลายเป็นภาระหนัก กดดันอัตรากำไรขั้นต้นให้ติดลบอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม บริษัทกำลังพยายามพลิกสถานการณ์ด้วยการ **ขยายฐานรายได้** ผ่านการรับงานโครงการภาครัฐที่มูลค่าสูงอย่างโครงการของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ ซึ่งเป็นสัญญาณบวกที่สำคัญ และการเติบโตของธุรกิจในต่างประเทศ โดยเฉพาะในฟิลิปปินส์ ที่มีการขยายบริการให้เช่าเสาโทรคมนาคมและเพิ่มบริการตรวจสอบเสา (Tower Audit) ซึ่งเป็นทิศทางที่สอดคล้องกับการเติบโตของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมที่ต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง
การบริหารจัดการต้นทุนคงที่และการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้กำลังการผลิตจึงเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูกำไรของบริษัทในระยะต่อไป
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,205.31 ล้านบาท ลดลง 1.14% หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 40.06% เป็น 213.51 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 6.15% เป็น 1,008.09 ล้านบาท สัดส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.22 เท่า ซึ่งฝ่ายจัดการประเมินว่าโครงสร้างทุนมีความเหมาะสมและมีความเสี่ยงทางการเงินต่ำ บริษัทมีสภาพคล่องและเงินทุนสำรองเพียงพอต่อการลงทุนตามแผนการปรับปรุงโครงสร้างธุรกิจ
## สรุปท้าย
STOWER ในไตรมาส 2 ปี 2566 เผชิญแรงกดดันจากรายได้ที่ลดลงและต้นทุนคงที่จากกำลังการผลิตที่ไม่ได้ใช้ ส่งผลให้ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ธุรกิจในฟิลิปปินส์จะเติบโตและมีโอกาสจากงานโครงการภาครัฐมูลค่าสูงเข้ามา แต่การฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้นและการบริหารจัดการต้นทุนยังคงเป็นความท้าทายสำคัญที่ต้องจับตาในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STOWER ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
47.72
ล้านบาท
↓ 49% YoY
กำไรขั้นต้น
-0.70
ล้านบาท
↓ 104% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-1.46
%
กำไรสุทธิ
-36.28
ล้านบาท
↑ 103.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-76.03
%
D/E Ratio
0.22
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
48
↓ -49%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-1
↓ -104%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-36
↑ + 103.8%
YoY
D/E Ratio
0.22
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STOWER
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.22
ROE (%)
-12.29
ROA (%)
-8.98
Book Value/หุ้น
0.17
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STOWER
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-89
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-52
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STOWER
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-88.74
-178.73%
|
112.72
+386.28%
|
23.18
-54.94%
|
51.44
-53.96%
|
111.73
+331.22%
|
25.91
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-51.89
-138.78%
|
133.80
-1,501.05%
|
-9.55
-57.89%
|
-22.68
-79.62%
|
-111.27
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2.27
-38.15%
|
3.67
-19.52%
|
4.56
-100.91%
|
-499.72
+55.23%
|
-321.93
-47.39%
|
-611.94
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-138.37
-179.87%
|
173.25
-1,530.64%
|
-12.11
-97.43%
|
-470.96
+46.50%
|
-321.47
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
149.87
-35.24%
|
231.42
+160.73%
|
88.76
-67.91%
|
276.58
+229.65%
|
83.90
-73.15%
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
204.15
+36.22%
|
149.87
-35.24%
|
231.42
+160.73%
|
88.76
-67.91%
|
276.58
+229.65%
|
0.00
|