STOWER
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
STOWER
บริษัท สกาย ทาวเวอร์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.04
+0.00 (+0.00%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=13163 out_tok=2655 at=2026-07-26T06:48:42 --> # STOWER รายได้ Q3/66 โต 3.8% รับแรงหนุนค่าเช่า-บริการ แม้ต้นทุนการเงินพุ่ง ## รายได้รวม ALLY REIT ไตรมาส 3/66 แตะ 426 ล้านบาท เติบโต YoY 3.8% สวนทางต้นทุนการเงินที่สูงขึ้น ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์อัลไล (ALLY REIT) หรือ STOWER รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้รวม 426.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ต้นทุนทางการเงินจะปรับสูงขึ้นตามอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แต่รายได้ค่าเช่าและบริการที่เติบโตได้ดีช่วยหนุนภาพรวม ขณะที่อัตราการเช่าเฉลี่ยยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 93.2% ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ ALLY REIT ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การเติบโตของรายได้ค่าเช่าและบริการที่แข็งแกร่ง** ซึ่งสามารถชดเชยต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นได้ ส่งผลให้รายได้รวมเติบโต 3.8% YoY และรายได้จากการลงทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 5.8% YoY โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการกลับมาดำเนินธุรกิจตามปกติของผู้เช่าและการบริหารจัดการพื้นที่เช่าที่มีประสิทธิภาพ ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเติบโตของรายได้ค่าเช่าและบริการมาจากหลายปัจจัยประการแรก การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและการกลับมาดำเนินธุรกิจตามปกติของผู้เช่า ทำให้ความต้องการใช้พื้นที่เช่าเพิ่มขึ้น ประการที่สอง ALLY REIT มีการบริหารจัดการพื้นที่เช่าที่ดี โดยอัตราการเช่าเฉลี่ยยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 93.2% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนและช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าอัตราค่าเช่าเฉลี่ยต่อตารางเมตรจะลดลงเล็กน้อย 0.3% YoY แต่การเพิ่มขึ้นของปริมาณพื้นที่เช่าที่ถูกใช้ประโยชน์ (จากอัตราการเช่าที่สูงขึ้น) ส่งผลให้รายได้รวมเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 34.8% YoY เป็นปัจจัยกดดันที่สำคัญ ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย แต่ด้วยการบริหารจัดการรายได้ที่แข็งแกร่ง ทำให้ผลประกอบการโดยรวมยังคงเติบโตได้ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่คาดว่าจะฟื้นตัวต่อเนื่องในปี 2567 จากการบริโภคภาคเอกชน การท่องเที่ยว และการส่งออกที่ดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค และความต้องการใช้พื้นที่ค้าปลีก นอกจากนี้ ฝ่ายจัดการยังคงมุ่งเน้นการบริหารจัดการพื้นที่เช่าให้มีประสิทธิภาพ และการเข้าลงทุนในทรัพย์สินใหม่ๆ ที่มีศักยภาพ (แม้ว่าแผนการลงทุนในโครงการ 111 ประดิษฐ์มนูธรรมจะถูกเลื่อนออกไปก่อน) อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยที่อาจยังทรงตัวในระดับสูง หรือปรับขึ้นอีก อาจเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวมเติบโต 3.8% YoY:** อยู่ที่ 426.0 ล้านบาท ในไตรมาส 3/2566 หนุนโดยรายได้ค่าเช่าและบริการที่เพิ่มขึ้น 6.5% YoY * **รายได้จากการลงทุนสุทธิเพิ่ม 5.8% YoY:** อยู่ที่ 161.6 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าเช่าและบริการ และการลดลงของต้นทุนค่าเช่าและบริการ * **อัตราการเช่าเฉลี่ยทรงตัวสูง:** อยู่ที่ 93.2% ณ สิ้นไตรมาส 3/2566 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนและปีก่อน * **ต้นทุนทางการเงินพุ่ง 34.8% YoY:** เป็นผลจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย * **การลงทุนในโครงการ 111 ประดิษฐ์มนูธรรม เลื่อนออกไป:** เนื่องจากสภาวะตลาดทุนผันผวนและเพื่อรอสภาวะที่เหมาะสม ## ภาพรวมผลประกอบการ ALLY REIT มีรายได้รวม 426.0 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2566 เพิ่มขึ้น 3.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าเช่าและบริการ 6.5% เป็น 399.4 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน รายได้รวมลดลง 0.6% เนื่องจากรายได้ค่าเช่าและบริการลดลง 1.0% สำหรับ 9 เดือนแรกของปี 2566 รายได้รวมอยู่ที่ 1,274.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.2% YoY โดยมีรายได้ค่าเช่าและบริการ 1,197.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.7% YoY ซึ่งเป็นผลมาจากการกลับมาดำเนินธุรกิจตามปกติของผู้เช่า ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 264.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.6% YoY โดยมีต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นถึง 34.8% YoY จากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 1.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน เนื่องจากต้นทุนค่าเช่าและบริการลดลง 8.5% รายได้จากการลงทุนสุทธิอยู่ที่ 161.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.8% YoY และเพิ่มขึ้น 0.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ## โอกาส * **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย:** แนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่องในปี 2566-2567 จะช่วยหนุนกำลังซื้อของผู้บริโภคและภาคธุรกิจ * **การท่องเที่ยวฟื้นตัว:** การกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในธุรกิจค้าปลีก * **นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ:** หากมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม จะช่วยสนับสนุนตลาดค้าปลีก * **การบริหารจัดการพื้นที่เช่า:** อัตราการเช่าเฉลี่ยที่สูงและมีแนวโน้มทรงตัว แสดงถึงความสามารถในการบริหารจัดการพื้นที่ ## ความเสี่ยง * **อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น:** ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ กนง. เป็นปัจจัยกดดันที่สำคัญ * **สภาวะตลาดทุนผันผวน:** อาจส่งผลกระทบต่อแผนการลงทุนในทรัพย์สินใหม่ๆ และต้นทุนการระดมทุน * **การแข่งขันในตลาดค้าปลีก:** การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากการขยายตัวของคู่แข่งและรูปแบบการค้าปลีกที่หลากหลาย * **ปรากฏการณ์เอลนีโญ:** อาจส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าเกษตรและกำลังซื้อของผู้บริโภคในบางหมวด ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **ทิศทางอัตราดอกเบี้ย:** การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ กนง. และผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินของ ALLY REIT * **แผนการลงทุนในอนาคต:** ความคืบหน้าในการเข้าลงทุนในทรัพย์สินใหม่ๆ หรือการปรับปรุงโครงการเดิม * **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการบริหาร * **แนวโน้มอัตราการเช่าและค่าเช่า:** การเปลี่ยนแปลงของอัตราการเช่าและค่าเช่าเฉลี่ยในแต่ละโครงการ * **ผลกระทบจากนโยบายภาครัฐ:** มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่อาจส่งผลต่อตลาดค้าปลีก ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน) แม้ว่า ALLY REIT จะอยู่ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ แต่การวิเคราะห์ในส่วนนี้จะพิจารณาตามเลนส์ของกลุ่มทรัพยากร/พลังงาน โดยเน้นที่ปัจจัยที่อาจมีผลกระทบต่อรายได้และต้นทุนในลักษณะเดียวกัน * **ราคา Commodity/ASP:** ในบริบทของอสังหาริมทรัพย์ ค่าเช่าเฉลี่ยต่อตารางเมตร (ASP) เป็นตัวชี้วัดที่คล้ายคลึงกับราคา Commodity ในกลุ่มพลังงาน ในไตรมาส 3/2566 ค่าเช่าเฉลี่ยลดลงเล็กน้อย 0.3% YoY ซึ่งสะท้อนถึงแรงกดดันด้านราคาในตลาด * **ปริมาณขาย-ผลิต:** ในที่นี้คือ "อัตราการเช่า" ซึ่งยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 93.2% แสดงถึงความต้องการใช้พื้นที่เช่าที่ยังคงมีอยู่ * **ต้นทุนต่อหน่วย:** ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 34.8% YoY เป็นต้นทุนที่สำคัญที่ส่งผลกระทบต่อผลกำไร * **กำลังการผลิต:** ในบริบทนี้คือ "พื้นที่ให้เช่าสุทธิ" ซึ่งอยู่ที่ 160,170 ตารางเมตร และมีการบริหารจัดการให้มีอัตราการเช่าที่สูง * **โครงการลงทุน:** แผนการลงทุนในโครงการ 111 ประดิษฐ์มนูธรรมถูกเลื่อนออกไป ซึ่งอาจส่งผลต่อการเติบโตในอนาคตหากไม่สามารถหาโอกาสลงทุนใหม่ๆ ได้ * **กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม:** ไม่พบข้อมูลที่เกี่ยวข้องโดยตรงในเอกสารนี้ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 ALLY REIT มีสินทรัพย์รวม 13,571.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.4% YoY โดยมีเงินสดและเงินฝากธนาคาร 675.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.3% YoY หนี้สินรวมอยู่ที่ 5,018.9 ล้านบาท ลดลง 0.9% YoY โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของหนี้สินตามสัญญาเช่า 2.6% YoY และหนี้สินอื่นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สินทรัพย์สุทธิอยู่ที่ 8,552.4 ล้านบาท คิดเป็นสินทรัพย์สุทธิต่อหน่วย 9.7842 บาท ลดลงเล็กน้อย 0.2% จากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้น 1.2% YoY การจ่ายประโยชน์ตอบแทนให้แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 ประกาศจ่ายที่ 0.1600 บาทต่อหน่วย ## สรุปท้าย หัวใจหลักของผลประกอบการ ALLY REIT ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือการเติบโตของรายได้ค่าเช่าและบริการที่แข็งแกร่ง ซึ่งสามารถชดเชยต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้ ส่งผลให้รายได้รวมและรายได้จากการลงทุนสุทธิยังคงเติบโตได้เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่าอัตราค่าเช่าเฉลี่ยจะลดลงเล็กน้อย แต่การบริหารจัดการพื้นที่เช่าที่มีประสิทธิภาพทำให้อัตราการเช่าเฉลี่ยยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 93.2% โอกาสในการเติบโตยังคงมีอยู่จากแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่ดีขึ้นและการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นและสภาวะตลาดทุนที่ผันผวนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะแผนการลงทุนในอนาคตที่อาจส่งผลต่อการเติบโตในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STOWER ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
47.72 ล้านบาท
↓ 49% YoY
กำไรขั้นต้น
-0.70 ล้านบาท
↓ 104% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-1.46 %
กำไรสุทธิ
-36.28 ล้านบาท
↑ 103.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-76.03 %
D/E Ratio
0.22
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
48
↓ -49% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-1
↓ -104% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-36
↑ + 103.8% YoY
D/E Ratio
0.22

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STOWER

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
47.72
-48.98%
93.53
+140.16%
38.95
-66.59%
116.57
+90.05%
61.34
+414.96%
-19.48
กำไรขั้นต้น —
-0.70
-103.98%
17.49
+609.55%
-3.43
-112.91%
26.58
+326.19%
-11.75
-356.78%
4.58
+103.77%
ค่าใช้จ่ายรวม —
21.52
+11.57%
19.29
-49.49%
38.18
-6.68%
40.92
+20.54%
33.95
+21.98%
27.83
+144.94%
กำไรสุทธิ —
-36.28
-103.75%
-17.81
+82.24%
-100.24
-240.66%
-29.42
+10.42%
-32.85
-2.82%
-31.95
กำไรต่อหุ้น —
-0.01
-100.00%
-0.01
+81.48%
-0.03
-237.50%
-0.01
+11.11%
-0.01
-0.01
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
-1.46
-107.81%
18.70
+312.26%
-8.81
-138.64%
22.80
+219.00%
-19.16
+18.47%
-23.50
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
45.10
+118.72%
20.62
-78.97%
98.05
+179.34%
35.10
-36.57%
55.34
+138.73%
-142.90
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
-76.03
-299.32%
-19.04
+92.60%
-257.38
-919.73%
-25.24
+52.87%
-53.55
-132.65%
164.03
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
-3.51
+75.98%
-14.61
-111.62%
125.72
+1,406.86%
-9.62
-555.92%
2.11
-24.37%
2.79
ROE(%) —
-12.29
-48.79%
-8.26
+60.36%
-20.84
-65.66%
-12.58
+0.71%
-12.67
+86.76%
-95.67
-474.94%
ROA(%) —
-8.98
-66.60%
-5.39
+69.55%
-17.70
-99.10%
-8.89
-108.20%
-4.27
-67.45%
-2.55
+80.61%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.22
0.22
-24.14%
0.29
+107.14%
0.14
-63.16%
0.38
-89.20%
3.52
+1,366.67%
P/E —
-100.00
-100.00
-100.00
-100.00
0.00
0.00
P/BV —
0.10
-61.54%
0.26
-54.39%
0.57
-57.46%
1.34
-56.63%
3.09
+15.73%
2.67
+506.82%
BV —
0.19
-17.39%
0.23
-11.54%
0.26
+766.67%
0.03
0.03
+200.00%
0.01
-85.71%
YIELD(%) —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ราคาหุ้น —
0.02
-66.67%
0.06
-60.00%
0.15
+275.00%
0.04
0.00
-100.00%
0.05
+66.67%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.22
ROE (%)
-12.29
ROA (%)
-8.98
Book Value/หุ้น
0.16

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STOWER

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
387.65
-19.28%
480.25
+5.72%
454.27
-19.43%
563.80
+31.10%
430.07
+80.04%
238.87
-87.29%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
424.95
-3.49%
440.33
-36.28%
690.40
+5.35%
655.36
+55.42%
421.67
-4.18%
440.08
+4.47%
รวมสินทรัพย์ —
812.60
-11.73%
920.58
-19.62%
1,144.67
-6.11%
1,219.16
+43.14%
851.74
+25.45%
678.95
-70.48%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
79.17
-14.66%
92.77
-17.34%
112.22
+80.84%
62.05
-56.97%
144.22
-68.15%
452.80
-68.75%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
67.93
-5.66%
72.01
-51.54%
147.94
+63.67%
90.39
+0.27%
90.15
+18.59%
76.02
-79.82%
รวมหนี้สิน —
147.10
-10.73%
164.78
-36.83%
260.16
+70.66%
152.44
-34.96%
234.37
-55.68%
528.82
-71.03%
รวมส่วนของเจ้าของ —
665.49
-11.95%
755.80
-14.55%
884.51
-17.08%
1,066.72
+72.79%
617.37
+311.23%
150.13
-68.37%
D/E —
0.22
0.22
0.29
0.14
0.38
3.52
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
-12.29
-8.26
-20.84
-12.58
-12.67
-95.67
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
-8.98
-5.39
-17.70
-8.89
-4.27
-2.55
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
4.90
5.18
4.05
9.09
2.98
0.53
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
3.16
3.14
2.76
3.36
2.35
0.31
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
167.51
108.05
0.00
0.00
164.09
90.19
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
140.23
89.48
0.00
0.00
202.91
169.11
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
93.25
73.70
0.00
0.00
224.43
255.67
วงจรเงินสด —
214.49
123.83
0.00
0.00
142.57
3.63
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-89
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-52
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STOWER

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-88.74
-178.73%
112.72
+386.28%
23.18
-54.94%
51.44
-53.96%
111.73
+331.22%
25.91
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
-51.89
-138.78%
133.80
-1,501.05%
-9.55
-57.89%
-22.68
-79.62%
-111.27
0.00
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
2.27
-38.15%
3.67
-19.52%
4.56
-100.91%
-499.72
+55.23%
-321.93
-47.39%
-611.94
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
-138.37
-179.87%
173.25
-1,530.64%
-12.11
-97.43%
-470.96
+46.50%
-321.47
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
149.87
-35.24%
231.42
+160.73%
88.76
-67.91%
276.58
+229.65%
83.90
-73.15%
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
204.15
+36.22%
149.87
-35.24%
231.42
+160.73%
88.76
-67.91%
276.58
+229.65%
0.00