STOWER
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
STOWER
บริษัท สกาย ทาวเวอร์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.03
+0.00 (+0.00%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4270 out_tok=2781 at=2026-07-26T06:53:49 --> STOWER พลิกขาดทุนลด Q2/2565 รับรายได้ฟิลิปปินส์-งานรัฐฟื้น รายได้โตแรง 548% จากธุรกิจโทรคมนาคมในฟิลิปปินส์ ขณะที่งานภาครัฐในไทยเริ่มกลับมาหลังโควิดคลี่คลาย แต่ยังขาดทุนสุทธิลดลงเล็กน้อย บริษัท สกาย ทาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ STOWER รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้จากการขายและบริการรวม 95.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 548.41% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากบริษัท QROI Network Services Inc. (QNSI) ในประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 76.25% ของรายได้รวม นอกจากนี้ ยังมีรายได้จากการผลิตโครงสร้างสถานีไฟฟ้าและเสาโทรคมนาคมในประเทศ รวมถึงรายได้จากการขายสินค้าอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ 25.81 ล้านบาท ลดลง 13.13% เมื่อเทียบกับปีก่อน ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ทำให STOWER มีรายได้เติบโตอย่างก้าวกระโดดในไตรมาส 2 ปี 2565 มาจากการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสของบริษัทย่อยในประเทศฟิลิปปินส์ ประกอบกับการฟื้นตัวของงานโครงการภาครัฐในประเทศไทยหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย **1) หัวใจคืออะไร** ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้คือการรับรู้รายได้จาก QROI Network Services Inc. (QNSI) ในฟิลิปปินส์เต็มไตรมาส ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 76.25% ของรายได้รวม 95.17 ล้านบาท นอกจากนี้ งานโครงการภาครัฐในประเทศไทยเริ่มกลับมามีรายได้สูงขึ้นหลังการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 แม้ว่าภาพรวมบริษัทยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ 25.81 ล้านบาท แต่ถือว่าขาดทุนลดลง 13.13% เมื่อเทียบกับปีก่อน **2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น** การรับรู้รายได้จาก QNSI เต็มไตรมาสส่งผลโดยตรงต่อรายได้รวมของบริษัทฯ ในขณะที่งานโครงการภาครัฐในไทยที่เคยชะลอตัวเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เริ่มกลับมาดำเนินการได้อีกครั้ง โดยเฉพาะโครงการติดตั้งเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่คาดว่าจะมีการเปิดประมูลอีกครั้งในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ซึ่งจะส่งผลดีต่อรายได้ในอนาคต **3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่** มีโอกาสต่อเนื่อง โดยฝ่ายจัดการคาดว่ารายได้จะปรับตัวดีขึ้นตามลำดับจากการฟื้นตัวของงานโครงการในประเทศ ซึ่งจะช่วยลดสัดส่วนต้นทุนคงที่จากกำลังการผลิตที่ไม่ได้ใช้ (Cost of Idle Capacity) นอกจากนี้ การที่โครงการงานติดตั้งเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ จะกลับมาเปิดประมูลอีกครั้งในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ เป็นปัจจัยบวกที่สนับสนุนแนวโน้มการเติบโตของรายได้ในระยะต่อไป ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวม 95.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 548.41% YoY:** เป็นผลจากการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสของ QNSI ในฟิลิปปินส์ และการฟื้นตัวของงานโครงการในไทย * **รายได้หลักจากฟิลิปปินส์ 72.57 ล้านบาท:** คิดเป็น 76.25% ของรายได้รวม * **งานภาครัฐในไทยเริ่มฟื้นตัว:** หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย คาดโครงการ กฟผ. จะกลับมาเปิดประมูล * **กำไรขั้นต้น 4.90 ล้านบาท (5.15% ของรายได้):** เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่สัดส่วนกำไรขั้นต้นลดลง * **ขาดทุนสุทธิ 25.81 ล้านบาท ลดลง 13.13% YoY:** ขาดทุนลดลงจากการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย * **ฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้นหลังเพิ่มทุน:** สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 55%, หนี้สินรวมลดลง 25%, ส่วนผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 86% ส่งผลให้ D/E Ratio ลดลงเหลือ 0.15 ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัท สกาย ทาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและบริการรวม 95.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 548.41% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจาก QROI Network Services Inc. (QNSI) ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 76.25% ของรายได้รวม ขณะที่รายได้จากการผลิตโครงสร้างสถานีไฟฟ้าและเสาโทรคมนาคมในประเทศอยู่ที่ 20.24 ล้านบาท และรายได้จากการขายสินค้าอุตสาหกรรม 2.36 ล้านบาท กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 4.90 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 5.15% ของรายได้รวม ซึ่งเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่สัดส่วนกำไรขั้นต้นลดลง ฝ่ายจัดการคาดว่ากำไรขั้นต้นจะมีแนวโน้มดีขึ้นตามลำดับจากการฟื้นตัวของงานโครงการในประเทศ ซึ่งจะช่วยลดสัดส่วนต้นทุนคงที่จากกำลังการผลิตที่ไม่ได้ใช้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 2.35 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยส่วนใหญ่เกิดจากค่าใช้จ่ายในการพัฒนาโครงการต่างประเทศ ส่งผลให้บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 25.81 ล้านบาท ลดลง 13.13% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ขาดทุน 29.71 ล้านบาท (ไม่รวมรายการกำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์) ## โอกาส * **การฟื้นตัวของงานโครงการภาครัฐในไทย:** หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย คาดว่าโครงการงานติดตั้งเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงขนาดใหญ่ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่เคยถูกเลื่อนออกไป จะกลับมาเปิดประมูลอีกครั้งในครึ่งหลังของปี 2565 ซึ่งจะส่งผลดีต่อรายได้ * **การเติบโตของธุรกิจโทรคมนาคมในฟิลิปปินส์:** การรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจาก QNSI เป็นสัญญาณที่ดี และมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อเนื่องหากมีการขยายเครือข่ายหรือการลงทุนด้านโทรคมนาคมในฟิลิปปินส์ * **การปรับปรุงโครงสร้างธุรกิจ:** การเพิ่มทุนและการปรับปรุงโครงสร้างธุรกิจใหม่ ทำให้บริษัทฯ มีฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น พร้อมสำหรับการลงทุนและขยายธุรกิจในอนาคต ## ความเสี่ยง * **ความไม่แน่นอนของโครงการภาครัฐ:** แม้คาดว่าโครงการ กฟผ. จะกลับมาเปิดประมูล แต่ยังมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับช่วงเวลาที่ชัดเจนและผลการประมูล * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจผลิตโครงสร้างสถานีไฟฟ้าและเสาโทรคมนาคมมีการแข่งขันสูง ซึ่งอาจส่งผลต่ออัตรากำไร * **ความผันผวนของเศรษฐกิจ:** สภาวะเศรษฐกิจโดยรวมอาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนในโครงการต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ * **ต้นทุนคงที่จากกำลังการผลิตที่ไม่ได้ใช้:** แม้คาดว่าจะลดลง แต่หากปริมาณงานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ต้นทุนส่วนนี้ยังคงเป็นภาระ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **ความคืบหน้าการประมูลโครงการ กฟผ.:** การกลับมาเปิดประมูลและผลการประมูลจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อรายได้ในอนาคต * **แนวโน้มรายได้จาก QNSI ในฟิลิปปินส์:** การเติบโตต่อเนื่องและศักยภาพในการขยายธุรกิจในตลาดฟิลิปปินส์ * **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมต้นทุนคงที่และต้นทุนผันแปร เพื่อเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น * **แผนการลงทุนและขยายธุรกิจ:** การใช้ประโยชน์จากฐานะการเงินที่แข็งแกร่งหลังเพิ่มทุน ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน) ในฐานะบริษัทที่อยู่ในกลุ่มทรัพยากร โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและโทรคมนาคม STOWER ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการลงทุนภาครัฐ * **ราคา Commodity/ASP:** แม้เอกสารไม่ได้ระบุราคาวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตโครงสร้างสถานีไฟฟ้าและเสาโทรคมนาคมโดยตรง แต่การที่งานโครงการภาครัฐกลับมาดำเนินการได้ สะท้อนถึงความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลดีต่อราคาขายเฉลี่ย (ASP) หากอุปทานยังคงจำกัด * **ปริมาณขาย-ผลิต:** รายได้ที่เพิ่มขึ้นบ่งชี้ถึงปริมาณการผลิตและขายที่สูงขึ้น โดยเฉพาะจากธุรกิจในฟิลิปปินส์ และการกลับมาของงานโครงการในไทย * **ต้นทุนต่อหน่วย:** ฝ่ายจัดการคาดว่าต้นทุนคงที่จากกำลังการผลิตที่ไม่ได้ใช้จะลดลงเมื่อมีปริมาณงานเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อต้นทุนต่อหน่วยโดยรวม * **กำลังการผลิต:** การที่บริษัทฯ สามารถรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจาก QNSI และมีงานโครงการในไทยกลับมา แสดงให้เห็นถึงการใช้ประโยชน์จากกำลังการผลิตที่มีอยู่ * **โครงการลงทุน:** การเพิ่มทุนและการปรับปรุงโครงสร้างธุรกิจใหม่ สะท้อนถึงความพร้อมในการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจในอนาคต * **กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม:** แม้เอกสารไม่ได้กล่าวถึงโดยตรง แต่โครงการติดตั้งเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงมักเกี่ยวข้องกับกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมและการขออนุญาต ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่ต้องพิจารณาในการดำเนินโครงการ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ภายหลังการเพิ่มทุน บริษัทฯ มีฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565: * **สินทรัพย์รวม:** 1,324.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55% * **หนี้สินรวม:** 176.28 ล้านบาท ลดลง 25% * **ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม:** 1,148.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 86% * **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio):** ลดลงเหลือ 0.15 เท่า จากเดิม 0.33 เท่า การปรับปรุงโครงสร้างทางการเงินนี้ ทำให้บริษัทฯ มีสภาพคล่องทางการเงินและเงินทุนสำรองเพียงพอต่อการลงทุนขยายธุรกิจตามแผน และสร้างความมั่นคงให้กับฐานะการเงินในระยะยาว ## สรุปท้าย STOWER ในไตรมาส 2 ปี 2565 แสดงสัญญาณบวกจากการเติบโตของรายได้ที่ก้าวกระโดด โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสของบริษัทย่อยในฟิลิปปินส์ และการฟื้นตัวของงานโครงการภาครัฐในไทย แม้บริษัทยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ แต่ถือว่าขาดทุนลดลงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการปรับปรุงโครงสร้างทางการเงินให้แข็งแกร่งขึ้นหลังการเพิ่มทุน ทำให้บริษัทฯ มีความพร้อมในการคว้าโอกาสจากการกลับมาของโครงการลงทุนต่างๆ โดยเฉพาะโครงการของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ ที่คาดว่าจะมีการประมูลในครึ่งหลังของปีนี้ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความคืบหน้าของการประมูลดังกล่าว รวมถึงแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจในต่างประเทศ และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STOWER ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
47.72 ล้านบาท
↓ 49% YoY
กำไรขั้นต้น
-0.70 ล้านบาท
↓ 104% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-1.46 %
กำไรสุทธิ
-36.28 ล้านบาท
↑ 103.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-76.03 %
D/E Ratio
0.22
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
48
↓ -49% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-1
↓ -104% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-36
↑ + 103.8% YoY
D/E Ratio
0.22

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STOWER

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
47.72
-48.98%
93.53
+140.16%
38.95
-66.59%
116.57
+90.05%
61.34
+414.96%
-19.48
กำไรขั้นต้น
-0.70
-103.98%
17.49
+609.55%
-3.43
-112.91%
26.58
+326.19%
-11.75
-356.78%
4.58
+103.77%
ค่าใช้จ่ายรวม
21.52
+11.57%
19.29
-49.49%
38.18
-6.68%
40.92
+20.54%
33.95
+21.98%
27.83
+144.94%
กำไรสุทธิ
-36.28
-103.75%
-17.81
+82.24%
-100.24
-240.66%
-29.42
+10.42%
-32.85
-2.82%
-31.95
กำไรต่อหุ้น
-0.01
-100.00%
-0.01
+81.48%
-0.03
-237.50%
-0.01
+11.11%
-0.01
-0.01
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
-1.46
-107.81%
18.70
+312.26%
-8.81
-138.64%
22.80
+219.00%
-19.16
+18.47%
-23.50
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
45.10
+118.72%
20.62
-78.97%
98.05
+179.34%
35.10
-36.57%
55.34
+138.73%
-142.90
อัตรากำไรสุทธิ(%)
-76.03
-299.32%
-19.04
+92.60%
-257.38
-919.73%
-25.24
+52.87%
-53.55
-132.65%
164.03
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
-3.51
+75.98%
-14.61
-111.62%
125.72
+1,406.86%
-9.62
-555.92%
2.11
-24.37%
2.79
ROE(%)
-12.29
-48.79%
-8.26
+60.36%
-20.84
-65.66%
-12.58
+0.71%
-12.67
+86.76%
-95.67
-474.94%
ROA(%)
-8.98
-66.60%
-5.39
+69.55%
-17.70
-99.10%
-8.89
-108.20%
-4.27
-67.45%
-2.55
+80.61%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.22
0.22
-24.14%
0.29
+107.14%
0.14
-63.16%
0.38
-89.20%
3.52
+1,366.67%
P/E
-100.00
-100.00
-100.00
-100.00
0.00
0.00
P/BV
0.10
-61.54%
0.26
-54.39%
0.57
-57.46%
1.34
-56.63%
3.09
+15.73%
2.67
+506.82%
BV
0.19
-17.39%
0.23
-11.54%
0.26
+766.67%
0.03
0.03
+200.00%
0.01
-85.71%
YIELD(%)
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ราคาหุ้น
0.02
-66.67%
0.06
-60.00%
0.15
+275.00%
0.04
0.00
-100.00%
0.05
+66.67%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.22
ROE (%)
-12.29
ROA (%)
-8.98
Book Value/หุ้น
0.17

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STOWER

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
387.65
-19.28%
480.25
+5.72%
454.27
-19.43%
563.80
+31.10%
430.07
+80.04%
238.87
-87.29%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
424.95
-3.49%
440.33
-36.28%
690.40
+5.35%
655.36
+55.42%
421.67
-4.18%
440.08
+4.47%
รวมสินทรัพย์
812.60
-11.73%
920.58
-19.62%
1,144.67
-6.11%
1,219.16
+43.14%
851.74
+25.45%
678.95
-70.48%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
79.17
-14.66%
92.77
-17.34%
112.22
+80.84%
62.05
-56.97%
144.22
-68.15%
452.80
-68.75%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
67.93
-5.66%
72.01
-51.54%
147.94
+63.67%
90.39
+0.27%
90.15
+18.59%
76.02
-79.82%
รวมหนี้สิน
147.10
-10.73%
164.78
-36.83%
260.16
+70.66%
152.44
-34.96%
234.37
-55.68%
528.82
-71.03%
รวมส่วนของเจ้าของ
665.49
-11.95%
755.80
-14.55%
884.51
-17.08%
1,066.72
+72.79%
617.37
+311.23%
150.13
-68.37%
D/E
0.22
0.22
0.29
0.14
0.38
3.52
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
-12.29
-8.26
-20.84
-12.58
-12.67
-95.67
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
-8.98
-5.39
-17.70
-8.89
-4.27
-2.55
อัตราส่วนสภาพคล่อง
4.90
5.18
4.05
9.09
2.98
0.53
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
3.16
3.14
2.76
3.36
2.35
0.31
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
167.51
108.05
0.00
0.00
164.09
90.19
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
140.23
89.48
0.00
0.00
202.91
169.11
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
93.25
73.70
0.00
0.00
224.43
255.67
วงจรเงินสด
214.49
123.83
0.00
0.00
142.57
3.63
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-89
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-52
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STOWER

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-88.74
-178.73%
112.72
+386.28%
23.18
-54.94%
51.44
-53.96%
111.73
+331.22%
25.91
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
-51.89
-138.78%
133.80
-1,501.05%
-9.55
-57.89%
-22.68
-79.62%
-111.27
0.00
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
2.27
-38.15%
3.67
-19.52%
4.56
-100.91%
-499.72
+55.23%
-321.93
-47.39%
-611.94
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-138.37
-179.87%
173.25
-1,530.64%
-12.11
-97.43%
-470.96
+46.50%
-321.47
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
149.87
-35.24%
231.42
+160.73%
88.76
-67.91%
276.58
+229.65%
83.90
-73.15%
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
204.15
+36.22%
149.87
-35.24%
231.42
+160.73%
88.76
-67.91%
276.58
+229.65%
0.00