บริษัท สกาย ทาวเวอร์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.03
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3675 out_tok=2177 at=2026-07-26T07:22:05 -->
# STOWER Q1/2565 โกยรายได้โต 58% รับธุรกิจฟิลิปปินส์หนุน
## รายได้พุ่งแรงจากบริการโทรคมนาคมในฟิลิปปินส์ ขณะต้นทุนงานโครงการในประเทศยังกดดัน
บริษัท สกาย ทาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ STOWER รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้รวม 67.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58.36% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการขยายตัวของธุรกิจให้บริการติดตั้งและทดสอบระบบส่งสัญญาณสื่อสารในประเทศฟิลิปปินส์ ผ่านบริษัทย่อยที่เข้าซื้อกิจการ ขณะที่รายได้จากงานโครงการในประเทศยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ต้นทุนคงที่ถูกนำมาคิดรวมกับรายได้ที่ลดลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ STOWER ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการให้บริการด้านโทรคมนาคมในประเทศฟิลิปปินส์** ซึ่งชดเชยผลกระทบจากรายได้งานโครงการในประเทศที่ลดลง
### 1) หัวใจคืออะไร
ปัจจัยหลักที่ทำให้รายได้รวมของบริษัทเติบโตถึง 58.36% มาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการด้านโทรคมนาคมในประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 51.44% ของรายได้รวม หรือจำนวน 34.89 ล้านบาท ในขณะที่รายได้จากการผลิตเสาโทรคมนาคมและงานโครงการของรัฐในประเทศลดลงเหลือ 21.45 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตในฟิลิปปินส์เป็นผลมาจากการที่บริษัทอัลตร้า เอเชีย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ได้เข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท QROI Network Service Inc. (QNSI) ซึ่งดำเนินธุรกิจให้บริการติดตั้งและทดสอบระบบส่งสัญญาณสื่อสารบนเสาโทรคมนาคมในประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565 ด้วยสัดส่วน 67% ทำให้บริษัทสามารถรับรู้รายได้จากธุรกิจดังกล่าวได้ทันที
ในทางกลับกัน รายได้จากงานโครงการในประเทศลดลง เนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เลื่อนการเปิดประมูลงานติดตั้งเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงขนาดใหญ่หลายโครงการมาตั้งแต่ปลายปี 2563 ส่งผลให้ปริมาณการสั่งซื้อเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงในปี 2564 จนถึงไตรมาส 1 ปี 2565 ชะลอตัวลง ปัญหานี้ยังส่งผลให้ต้นทุนคงที่จากกำลังการผลิตที่ไม่ได้ใช้ (Cost of Idle Capacity) ถูกนำมาคิดรวมเป็นต้นทุนของรายได้จากงานโครงการ ทำให้ตัวเลขต้นทุนงานโครงการในงบการเงินสูงกว่ารายได้จากงานโครงการ
นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 7.68 ล้านบาท โดยมีผลมาจากค่าใช้จ่ายเพื่อพัฒนาธุรกิจในต่างประเทศ และขาดทุนจากการจำหน่ายอุปกรณ์เก่าที่ไม่สามารถใช้งานได้ 3.01 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินลดลงอย่างมากจาก 4.50 ล้านบาท เหลือ 1.48 ล้านบาท เนื่องจากการชำระคืนหนี้เงินกู้ยืมบางส่วน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจในฟิลิปปินส์ เนื่องจากเป็นการรับรู้รายได้จากกิจการที่เพิ่งเข้าซื้อมา อย่างไรก็ตาม การเติบโตในระยะยาวจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนของ QNSI และการขยายตัวของตลาดโทรคมนาคมในฟิลิปปินส์ ส่วนรายได้จากงานโครงการในประเทศยังคงต้องติดตามสถานการณ์การเปิดประมูลงานของ กฟผ. และแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังโควิด-19
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q1/2565 พุ่ง 58.36% YoY** แตะ 67.83 ล้านบาท
* **ธุรกิจฟิลิปปินส์เป็นพระเอก** รายได้ 34.89 ล้านบาท จากการเข้าซื้อกิจการ QNSI
* **งานโครงการในประเทศชะลอตัว** จากผลกระทบโควิด-19 และการเลื่อนประมูลงาน กฟผ.
* **ต้นทุนคงที่กดดันกำไร** จากกำลังการผลิตที่ไม่ได้ใช้ในส่วนงานโครงการ
* **ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น** จากการพัฒนาธุรกิจในต่างประเทศและขาดทุนจากการจำหน่ายอุปกรณ์
* **ภาระดอกเบี้ยลดลง** หลังชำระคืนหนี้เงินกู้ยืม
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวม 67.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25 ล้านบาท หรือ 58.36% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน รายได้ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจให้บริการด้านโทรคมนาคมในประเทศฟิลิปปินส์ (34.89 ล้านบาท) ตามมาด้วยรายได้จากการผลิตเสาโทรคมนาคมและงานโครงการของรัฐในประเทศ (21.45 ล้านบาท) และรายได้อื่น (11.49 ล้านบาท)
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจโทรคมนาคมในฟิลิปปินส์:** การเข้าซื้อกิจการ QNSI เปิดโอกาสให้บริษัทสามารถขยายฐานรายได้และส่วนแบ่งการตลาดในภูมิภาคได้
* **การกลับมาของงานโครงการภาครัฐ:** หากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย และ กฟผ. กลับมาเปิดประมูลงานติดตั้งเสาส่งไฟฟ้าแรงสูง จะเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากงานโครงการในประเทศ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและการบริหารจัดการต้นทุนคงที่ จะช่วยเพิ่มอัตรากำไรในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความล่าช้าของงานโครงการในประเทศ:** การเลื่อนการประมูลงานของ กฟผ. ยังคงเป็นความเสี่ยงต่อรายได้และกำไรจากธุรกิจเสาโทรคมนาคมในประเทศ
* **ต้นทุนคงที่จากกำลังการผลิตที่ไม่ได้ใช้:** หากปริมาณงานโครงการยังคงน้อย อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรจากการที่ต้องรับภาระต้นทุนคงที่
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจและสถานการณ์โควิด-19:** การแพร่ระบาดของโรคและการชะลอตัวทางเศรษฐกิจอาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและกำลังซื้อ
* **การแข่งขันในตลาดฟิลิปปินส์:** การเติบโตของธุรกิจในฟิลิปปินส์อาจเผชิญกับการแข่งขันจากผู้ประกอบการรายอื่น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ความคืบหน้าการเปิดประมูลงานติดตั้งเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงของ กฟผ.
* ผลประกอบการและแนวโน้มการเติบโตของ QNSI ในประเทศฟิลิปปินส์
* การบริหารจัดการต้นทุนคงที่ของโรงงานผลิตเสาโทรคมนาคม
* แผนการพัฒนาธุรกิจในต่างประเทศเพิ่มเติมของบริษัท
* การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบหรือนโยบายที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและพลังงาน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
ในฐานะผู้ประกอบการในกลุ่มทรัพยากรที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและโทรคมนาคม STOWER เผชิญกับปัจจัยขับเคลื่อนที่แตกต่างกันในแต่ละส่วนธุรกิจ
* **ธุรกิจโทรคมนาคม (ฟิลิปปินส์):** รายได้หลักมาจากบริการติดตั้งและทดสอบระบบส่งสัญญาณบนเสาโทรคมนาคม ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการขยายตัวของโครงข่าย 5G และความต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้นในฟิลิปปินส์ การเข้าซื้อ QNSI เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการและขยายฐานลูกค้าในตลาดนี้
* **ธุรกิจผลิตเสาโทรคมนาคมและงานโครงการรัฐ (ไทย):** รายได้ส่วนนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและโทรคมนาคมของภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะโครงการของ กฟผ. ที่เป็นแหล่งรายได้สำคัญ การชะลอตัวของโครงการเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณการผลิตและยอดขาย รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนคงที่ของโรงงานผลิต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงการชำระหนี้เงินกู้ยืมบางส่วน ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## สรุปท้าย
STOWER ในไตรมาส 1 ปี 2565 แสดงให้เห็นถึงการพลิกฟื้นของรายได้จากการขยายธุรกิจในฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก แม้ว่าธุรกิจงานโครงการในประเทศยังคงเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยภายนอก แต่การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่ลดลงและการพัฒนาธุรกิจในต่างประเทศเป็นสัญญาณบวกที่ต้องจับตาว่าบริษัทจะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตและบริหารจัดการต้นทุนคงที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาวหรือไม่
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STOWER ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
47.72
ล้านบาท
↓ 49% YoY
กำไรขั้นต้น
-0.70
ล้านบาท
↓ 104% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-1.46
%
กำไรสุทธิ
-36.28
ล้านบาท
↑ 103.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-76.03
%
D/E Ratio
0.22
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
48
↓ -49%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-1
↓ -104%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-36
↑ + 103.8%
YoY
D/E Ratio
0.22
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STOWER
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.22
ROE (%)
-12.29
ROA (%)
-8.98
Book Value/หุ้น
0.17
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STOWER
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-89
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-52
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STOWER
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-88.74
-178.73%
|
112.72
+386.28%
|
23.18
-54.94%
|
51.44
-53.96%
|
111.73
+331.22%
|
25.91
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-51.89
-138.78%
|
133.80
-1,501.05%
|
-9.55
-57.89%
|
-22.68
-79.62%
|
-111.27
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2.27
-38.15%
|
3.67
-19.52%
|
4.56
-100.91%
|
-499.72
+55.23%
|
-321.93
-47.39%
|
-611.94
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-138.37
-179.87%
|
173.25
-1,530.64%
|
-12.11
-97.43%
|
-470.96
+46.50%
|
-321.47
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
149.87
-35.24%
|
231.42
+160.73%
|
88.76
-67.91%
|
276.58
+229.65%
|
83.90
-73.15%
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
204.15
+36.22%
|
149.87
-35.24%
|
231.42
+160.73%
|
88.76
-67.91%
|
276.58
+229.65%
|
0.00
|