บริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
232.00
1.00 (0.43%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3619 out_tok=2074 at=2026-07-26T06:08:21 -->
# STANLY พลิกกำไร Q4/2564 พุ่ง 1,061 ล้านบาท หลังยอดขายฟื้นตัว
## ยอดขายโต 22.59% หนุนกำไรสุทธิกลับมาสดใส หลังเผชิญปัจจัยลบจากโควิด-19 ในปีก่อน
บริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ STANLY รายงานผลประกอบการปีบัญชี 2564 (1 เมษายน 2563 - 31 มีนาคม 2564) พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 1,061.34 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่ขาดทุน 1,997.50 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนหลักจากการฟื้นตัวของยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ STANLY พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 1,061.34 ล้านบาทในปีบัญชี 2564 มาจากการฟื้นตัวของยอดขายที่เติบโตถึง 22.59% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ชดเชยผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เคยฉุดรั้งผลประกอบการในปีบัญชี 2563
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปีก่อนหน้าส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งในประเทศและการส่งออก ทำให้ยอดการผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ยอดขายของบริษัทในปีบัญชี 2563 ลดลงถึง 3,422.48 ล้านบาท หรือ 22.59% เมื่อเทียบกับปีบัญชี 2562 อย่างไรก็ตาม ในปีบัญชี 2564 สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ส่งผลให้ยอดการผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์ปรับตัวดีขึ้น โดยยอดการผลิตรถยนต์เพิ่มขึ้น 29.14% และรถจักรยานยนต์เพิ่มขึ้น 17.10% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ทำให้ยอดขายของบริษัทกลับมาฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่ง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร การฟื้นตัวของยอดขายในปีบัญชี 2564 เป็นผลมาจากการคลี่คลายของสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบในปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มในอนาคต หรือปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาวอย่างชัดเจน จึงประเมินได้ว่า **ลักษณะการฟื้นตัวนี้อาจมีลักษณะครั้งคราว** ขึ้นอยู่กับสถานการณ์การระบาดและกำลังซื้อของตลาด หากสถานการณ์ยังคงทรงตัวในทิศทางที่ดีขึ้น ก็มีโอกาสที่ยอดขายจะยังคงเติบโตได้ต่อเนื่อง แต่หากมีปัจจัยลบใหม่ๆ เข้ามากระทบ ก็อาจส่งผลให้ยอดขายชะลอตัวลงได้เช่นกัน
## Highlight สำคัญ
* **พลิกกำไรสุทธิ 1,061.34 ล้านบาท:** บริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ STANLY รายงานกำไรสุทธิในปีบัญชี 2564 (1 เม.ย. 63 - 31 มี.ค. 64) เติบโตอย่างมีนัยสำคัญจากปีก่อน
* **ยอดขายฟื้นตัว 22.59%:** ยอดขายรวมอยู่ที่ 11,727.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 15,150.09 ล้านบาท ในปีบัญชี 2563 ซึ่งเป็นผลจากการกลับมาผลิตและจำหน่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่เพิ่มขึ้น
* **อุตสาหกรรมยานยนต์ฟื้นตัว:** ยอดการผลิตรถยนต์เพิ่มขึ้น 29.14% และรถจักรยานยนต์เพิ่มขึ้น 17.10% เป็นปัจจัยหนุนสำคัญต่อยอดขายของบริษัท
* **ต้นทุนคงที่ยังเป็นภาระ:** แม้ยอดขายจะฟื้นตัว แต่บริษัทมีต้นทุนคงที่ เช่น ค่าเสื่อมราคา ค่าแรงงาน ที่ยังคงเป็นภาระ เนื่องจากยังคงเปิดดำเนินงานและไม่มีการปลดพนักงาน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปีบัญชี 2564 บริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายทั้งสิ้น 11,727.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีบัญชี 2563 ที่มียอดขาย 15,150.09 ล้านบาท คิดเป็นการลดลง 3,422.48 ล้านบาท หรือ 22.59% อย่างไรก็ตาม การกลับมาฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ส่งผลให้บริษัทสามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 1,061.34 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุน 1,997.50 ล้านบาทในปีบัญชี 2563
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์:** การที่ยอดการผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์กลับมาเพิ่มขึ้น สะท้อนถึงการฟื้นตัวของอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นโอกาสในการเพิ่มยอดขายและรายได้ให้กับบริษัท
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** แม้จะมีต้นทุนคงที่ แต่การปรับแผนการผลิตและมาตรการลดค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่บริษัทได้ดำเนินการไป อาจช่วยบรรเทาผลกระทบและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำกำไรได้ในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของสถานการณ์โควิด-19:** การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อการผลิตและอุปสงค์ในอุตสาหกรรมยานยนต์ได้อีกครั้ง
* **ต้นทุนคงที่:** การที่บริษัทยังคงมีต้นทุนคงที่จำนวนมาก เช่น ค่าเสื่อมราคาและค่าแรงงาน อาจเป็นภาระกดดันอัตรากำไร หากยอดขายไม่สามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** อุตสาหกรรมยานยนต์มีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ผลิตชิ้นส่วนรายเดิมและผู้ผลิตรายใหม่ ซึ่งอาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและอัตรากำไรของบริษัท
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในประเทศและต่างประเทศ
* มาตรการบริหารจัดการต้นทุนของบริษัท
* ผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ต่ออุปสงค์ในอุตสาหกรรมยานยนต์
* การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (หากมีผลกระทบต่อต้นทุนหรือรายได้)
* การปรับแผนการผลิตและการลงทุนของบริษัทในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่การที่ยอดขายและยอดผลิตฟื้นตัวขึ้น สะท้อนว่าโรงงานน่าจะมีการกลับมาเดินเครื่องจักรมากขึ้น
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การฟื้นตัวของยอดขายบ่งชี้ถึงคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น
* **ราคาวัตถุดิบ:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงราคาวัตถุดิบ
* **GPM:** เอกสารไม่ได้ระบุ Gross Profit Margin โดยตรง แต่ระบุว่า "ยอดขายและการผลิตยังลดลงจึงส่งผลต่อ GPM" ซึ่งหมายถึง GPM ลดลงในปีบัญชี 2563 และการฟื้นตัวในปี 2564 น่าจะช่วยให้ GPM ปรับตัวดีขึ้น
* **ส่งออก:** ยอดขายส่งออกรถยนต์ลดลง 30.19% ในปีบัญชี 2563 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยอดขายรวมที่ลดลง
* **ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงระดับสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัท
## สรุปท้าย
บริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ STANLY สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 1,061.34 ล้านบาทในปีบัญชี 2564 จากการฟื้นตัวของยอดขายที่เติบโต 22.59% ซึ่งเป็นผลมาจากการกลับมาผลิตและจำหน่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทต้องเผชิญกับความท้าทายจากต้นทุนคงที่ที่ยังเป็นภาระ และความเสี่ยงจากความผันผวนของสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคต การบริหารจัดการต้นทุนและติดตามแนวโน้มอุตสาหกรรมจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STANLY ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
11,847.31
ล้านบาท
↓ 3.2% YoY
กำไรขั้นต้น
2,703.97
ล้านบาท
↑ 5.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
22.82
%
กำไรสุทธิ
1,924.85
ล้านบาท
↑ 38.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
16.25
%
D/E Ratio
0.12
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
11,847
↓ -3.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,704
↑ + 5.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,925
↑ + 38.7%
YoY
D/E Ratio
0.12
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STANLY
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.12
ROE (%)
8.93
ROA (%)
9.70
Book Value/หุ้น
271.68
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STANLY
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+2,307
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-1,041
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STANLY
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
2,306.95
+9.14%
|
2,113.69
|
— |
2,995.26
+16.41%
|
2,573.10
-10.44%
|
2,872.90
-6.57%
|
3,075.06
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
-1,041.37
-14.96%
|
-1,224.52
|
— |
-2,911.40
+34.72%
|
-2,161.00
-21.78%
|
-2,762.65
+194.10%
|
-939.37
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
-1,532.49
|
-1,532.50
|
— |
-651.31
+54.54%
|
-421.44
-33.33%
|
-632.16
+0.09%
|
-631.62
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
-266.91
-58.51%
|
-643.33
|
— |
-567.45
+5,981.99%
|
-9.33
-98.21%
|
-521.90
-134.70%
|
1,504.07
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
1,356.92
-32.16%
|
2,000.19
-4.03%
|
— |
2,655.94
-0.28%
|
2,663.33
-16.18%
|
3,177.44
+90.04%
|
1,672.00
-16.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
0.00
|
0.00
|
— |
2,084.20
-21.53%
|
2,655.94
-0.28%
|
2,663.33
-16.18%
|
3,177.44
+90.04%
|