STANLY
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
STANLY
บริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
228.00
2.00 (0.87%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 3 ปี 2565

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3567 out_tok=2346 at=2026-07-26T06:38:34 --> # STANLY Q3/2565 กำไรพุ่ง 82% รับอุตสาหกรรมยานยนต์ฟื้นตัว ## ยอดขายโต 17.7% หนุนกำไรสุทธิพุ่งแรง จากการผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ STANLY รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 (1 ก.ค. - 30 ก.ย. 2565) มีรายได้จากการขายรวม 3,551.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.68% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่กลับมาเพิ่มกำลังการผลิตหลังสถานการณ์โควิด-19 และปัญหาขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์คลี่คลาย ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 82.19% อยู่ที่ 486.70 ล้านบาท ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่ ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ STANLY ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมยานยนต์** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อยอดขายและการผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยยอดขายเติบโต 17.68% และกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 82.19% ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นผลมาจากหลายปัจจัยประการแรก การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่คลี่คลายลง ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาดำเนินได้ตามปกติ ประการที่สอง ปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์ซึ่งเป็นคอขวดสำคัญในการผลิตรถยนต์เริ่มคลี่คลายลง ทำให้ผู้ผลิตยานยนต์สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้มากขึ้น ข้อมูลจากเอกสารระบุว่า ในไตรมาส 3 ปี 2565 การผลิตรถยนต์รวมอยู่ที่ 493,926 คัน เพิ่มขึ้น 34.58% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยยอดส่งออกเพิ่มขึ้น 25.90% และยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น 32.13% ขณะที่รถจักรยานยนต์มียอดการผลิตรวม 540,327 คัน เพิ่มขึ้นถึง 97.08% และยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น 38.20% การเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิตและการขายนี้ ส่งผลให้ STANLY ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ มีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ ฝ่ายจัดการยังได้เน้นย้ำถึง **การพัฒนาด้านประสิทธิภาพการผลิต (Operational Excellence)** อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการควบคุมของเสียและค่าใช้จ่ายต่างๆ อย่างเข้มงวด ซึ่งเป็นปัจจัยเสริมที่ช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) และส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตได้ดีกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้เพียงอย่างเดียว ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยอิงจากแนวโน้มการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ยังคงดำเนินต่อไป แม้ว่าอาจจะยังมีความผันผวนจากปัจจัยภายนอกอยู่บ้าง แต่การที่ผู้ผลิตยานยนต์สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้มากขึ้น สะท้อนถึงความต้องการที่ยังคงมีอยู่ นอกจากนี้ การที่บริษัทมีการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง จะช่วยรักษาความสามารถในการทำกำไรได้ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามสถานการณ์การขาดแคลนชิ้นส่วน และปัจจัยด้านต้นทุนวัตถุดิบที่อาจส่งผลกระทบต่อ GPM ในอนาคต ## Highlight สำคัญ * **รายได้จากการขาย 3,551.21 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 17.68% YoY จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ * **กำไรสุทธิ 486.70 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 82.19% YoY หนุนโดยยอดขายที่เพิ่มขึ้นและประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น * **การผลิตรถยนต์เพิ่มขึ้น 34.58%:** สะท้อนการกลับมาของดีมานด์ทั้งในและต่างประเทศ * **การผลิตรถจักรยานยนต์เพิ่มขึ้น 97.08%:** เป็นอีกแรงหนุนสำคัญต่อยอดขาย * **ฝ่ายจัดการเน้นย้ำประสิทธิภาพการผลิต:** การควบคุมต้นทุนและของเสียช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ STANLY มีรายได้จากการขายรวม 3,551.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 533.59 ล้านบาท หรือ 17.68% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (Q3/2564) ที่มียอดขาย 3,017.62 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากการกลับมาผลิตเพิ่มขึ้นของอุตสาหกรรมยานยนต์หลังสถานการณ์โควิด-19 และปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์คลี่คลายลง สำหรับกำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 486.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 82.19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มียอดกำไรสุทธิ 267.15 ล้านบาท การเติบโตของกำไรเป็นผลมาจากยอดขายและการผลิตที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการประสิทธิภาพการผลิต การควบคุมของเสีย และค่าใช้จ่ายต่างๆ อย่างเข้มงวด ## โอกาส * **การฟื้นตัวต่อเนื่องของอุตสาหกรรมยานยนต์:** ความต้องการรถยนต์และรถจักรยานยนต์ทั้งในประเทศและตลาดส่งออกมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง * **การเพิ่มกำลังการผลิตของผู้ผลิตยานยนต์:** การที่ผู้ผลิตยานยนต์สามารถเพิ่มการผลิตได้ จะส่งผลดีโดยตรงต่อ STANLY ในฐานะผู้ผลิตชิ้นส่วน * **การพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต:** การมุ่งเน้น Operational Excellence และการควบคุมต้นทุนอย่างต่อเนื่อง จะช่วยรักษาและเพิ่มความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว * **การขยายตลาดส่งออก:** หากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกเอื้ออำนวย การส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ไปยังตลาดต่างประเทศยังมีโอกาสเติบโตได้อีก ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์อาจผันผวนตามสภาวะเศรษฐกิจโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) * **ปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์:** แม้จะคลี่คลายลง แต่ยังคงมีความเสี่ยงที่ปัญหาดังกล่าวอาจกลับมาส่งผลกระทบต่อการผลิตยานยนต์ได้อีก * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินบาทอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และต้นทุนจากการนำเข้า-ส่งออก * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์อาจกดดันราคาขายและอัตรากำไร ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * แนวโน้มการผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในไตรมาสถัดไป * สถานการณ์การขาดแคลนชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์และผลกระทบต่อผู้ผลิตยานยนต์ * ความเคลื่อนไหวของราคาวัตถุดิบสำคัญที่ใช้ในการผลิต * ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท * แผนการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตและการควบคุมต้นทุนของบริษัท ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) ในไตรมาส 3 ปี 2565 STANLY ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลิตรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นถึง 34.58% และรถจักรยานยนต์ที่เพิ่มขึ้นถึง 97.08% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึง utilization rate ที่เพิ่มขึ้นของผู้ผลิตยานยนต์ และส่งผลให้ปริมาณคำสั่งซื้อ (order book) ของ STANLY เพิ่มขึ้นตามไปด้วย แม้ว่าเอกสารจะไม่ได้ระบุถึงราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่การที่กำไรสุทธิเติบโตในอัตราที่สูงกว่ารายได้ อาจบ่งชี้ว่าบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบได้ดี หรือมีการปรับราคาขาย (ASP) ให้สอดคล้องกับต้นทุนที่สูงขึ้นได้ในระดับหนึ่ง ประกอบกับการควบคุมของเสียและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ GPM มีแนวโน้มดีขึ้น การส่งออกรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น 25.90% และยอดขายในประเทศที่เพิ่มขึ้น 32.13% แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของตลาดทั้งสองส่วน ขณะที่รถจักรยานยนต์ก็มีการเติบโตที่โดดเด่นเช่นกันในทุกมิติ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด (เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทในไตรมาส 3 ปี 2565 จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้) ## สรุปท้าย การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักที่ทำให้ STANLY มีผลประกอบการที่โดดเด่นในไตรมาส 3 ปี 2565 โดยรายได้จากการขายและกำไรสุทธิเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จากปริมาณการผลิตและการขายที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิตที่ดีเยี่ยม แม้จะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยน แต่แนวโน้มการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ยังคงเป็นปัจจัยบวกที่สนับสนุนการเติบโตของบริษัทในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STANLY ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
11,847.31 ล้านบาท
↓ 3.2% YoY
กำไรขั้นต้น
2,703.97 ล้านบาท
↑ 5.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
22.82 %
กำไรสุทธิ
1,924.85 ล้านบาท
↑ 38.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
16.25 %
D/E Ratio
0.12
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
11,847
↓ -3.2% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,704
↑ + 5.8% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,925
↑ + 38.7% YoY
D/E Ratio
0.12

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STANLY

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
11,847.31
-3.17%
12,234.73
—
14,447.85
+6.37%
13,582.33
+15.81%
11,727.61
+19.84%
9,785.76
+185.83%
กำไรขั้นต้น
2,703.97
+5.84%
2,554.72
—
2,608.75
+4.78%
2,489.82
+40.21%
1,775.76
-21.02%
2,248.41
+170.21%
ค่าใช้จ่ายรวม
1,142.51
-13.03%
1,313.68
—
1,093.35
+6.74%
1,024.35
+15.97%
883.31
+56.19%
565.53
+177.94%
กำไรสุทธิ
1,924.85
+38.68%
1,387.95
—
1,745.68
+14.79%
1,520.80
+43.29%
1,061.34
-39.39%
1,751.17
+200.61%
กำไรต่อหุ้น
25.12
+38.68%
18.11
—
22.78
+14.79%
19.85
+43.29%
13.85
-39.39%
22.85
+200.59%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
392.19
+43.86%
272.62
—
145.07
+126.18%
64.14
-38.89%
104.95
-32.97%
156.57
ROE(%)
8.93
+38.66%
6.44
—
8.45
+7.64%
7.85
+33.28%
5.89
-27.91%
8.17
ROA(%)
9.70
+37.39%
7.06
—
9.09
+7.19%
8.48
+37.00%
6.19
-30.29%
8.88
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.12
0.12
—
0.14
-6.67%
0.15
0.15
+7.14%
0.14
P/E
9.11
+9.36%
8.33
—
8.11
-4.48%
8.49
+3.92%
8.17
-28.02%
11.35
+66.67%
P/BV
0.84
+23.53%
0.68
—
0.69
-1.43%
0.70
0.70
-4.11%
0.73
-14.12%
BV
271.68
-2.43%
278.46
—
269.55
+1.15%
266.48
+6.57%
250.04
+8.13%
231.24
+9.40%
YIELD(%)
10.96
+72.60%
6.35
—
10.78
+135.37%
4.58
+45.86%
3.14
-36.05%
4.91
+7.21%
ราคาหุ้น
228.00
+20.63%
189.00
—
185.50
185.50
+6.00%
175.00
+4.17%
168.00
-6.67%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
22.82
+9.29%
20.88
—
18.06
-1.47%
18.33
+21.07%
15.14
-34.12%
22.98
-5.43%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
9.64
-10.24%
10.74
—
7.57
+0.40%
7.54
+0.13%
7.53
+30.28%
5.78
-2.69%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
16.25
+43.30%
11.34
—
12.08
+7.86%
11.20
+23.76%
9.05
-49.44%
17.90
+5.17%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.12
ROE (%)
8.93
ROA (%)
9.70
Book Value/หุ้น
271.68

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STANLY

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
12,232.54
+3.40%
11,830.34
+0.01%
—
11,165.24
+17.05%
9,539.14
+19.24%
8,000.16
+0.13%
7,990.14
-11.55%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
12,157.07
-0.58%
12,227.71
-5.57%
—
13,160.16
-2.64%
13,517.51
-0.18%
13,542.45
+9.39%
12,379.79
+21.12%
รวมสินทรัพย์
24,389.61
+1.38%
24,058.04
-2.90%
—
24,325.40
+5.50%
23,056.66
+7.03%
21,542.61
+5.76%
20,369.93
+5.79%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
1,576.05
+0.69%
1,565.29
-19.14%
—
1,992.33
-3.53%
2,065.24
+4.97%
1,967.44
-20.34%
2,469.90
-14.33%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
1,116.14
+2.12%
1,092.95
-4.12%
—
1,046.36
+8.47%
964.64
+12.51%
857.39
+48.28%
578.22
+42.83%
รวมหนี้สิน
2,692.19
+1.28%
2,658.25
-13.57%
—
3,038.69
+0.29%
3,029.88
+7.26%
2,824.83
-7.33%
3,048.11
-7.29%
รวมส่วนของเจ้าของ
21,697.42
+1.39%
21,399.80
-1.39%
—
21,286.71
+6.29%
20,026.78
+6.99%
18,717.78
+8.06%
17,321.82
+8.49%
D/E
0.12
0.12
—
0.14
0.15
0.15
0.18
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
8.93
6.44
—
8.45
7.85
5.89
8.17
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
9.70
7.06
—
9.09
8.48
6.19
8.88
อัตราส่วนสภาพคล่อง
7.76
7.56
—
5.60
4.62
4.07
6.11
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
7.04
6.97
—
5.29
4.24
3.80
5.80
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
57.66
64.86
—
0.00
0.00
59.21
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
37.52
25.31
—
0.00
0.00
21.77
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
41.75
44.37
—
0.00
0.00
45.91
0.00
วงจรเงินสด
53.43
45.80
—
0.00
0.00
35.07
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+2,307
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-1,041
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STANLY

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
2,306.95
+9.14%
2,113.69
—
2,995.26
+16.41%
2,573.10
-10.44%
2,872.90
-6.57%
3,075.06
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
-1,041.37
-14.96%
-1,224.52
—
-2,911.40
+34.72%
-2,161.00
-21.78%
-2,762.65
+194.10%
-939.37
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-1,532.49
-1,532.50
—
-651.31
+54.54%
-421.44
-33.33%
-632.16
+0.09%
-631.62
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-266.91
-58.51%
-643.33
—
-567.45
+5,981.99%
-9.33
-98.21%
-521.90
-134.70%
1,504.07
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
1,356.92
-32.16%
2,000.19
-4.03%
—
2,655.94
-0.28%
2,663.33
-16.18%
3,177.44
+90.04%
1,672.00
-16.90%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
0.00
0.00
—
2,084.20
-21.53%
2,655.94
-0.28%
2,663.33
-16.18%
3,177.44
+90.04%