บริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
232.00
1.00 (0.43%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3560 out_tok=1855 at=2026-07-26T06:20:08 -->
# STANLY พลิกกำไร Q1/2565 โตแรง รับอุตสาหกรรมยานยนต์ฟื้นตัว
## ยอดขายทะยาน 87% หนุนกำไรสุทธิกลับมาเป็นบวก หลังภาคการผลิตยานยนต์ฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด-19
บริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ STANLY รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 (1 เมษายน - 30 มิถุนายน 2564) พลิกจากขาดทุนกลับมามีกำไรสุทธิ 383.48 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 184.05 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ทำให้ยอดขายรวมเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ STANLY ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมยานยนต์** ซึ่งส่งผลให้ยอดขายรวมของบริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 87.29% หรือ 1,500.13 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยสามารถพลิกจากสถานะขาดทุนสุทธิ 184.05 ล้านบาท กลับมามีกำไรสุทธิ 383.48 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นผลสืบเนื่องมาจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ภาคการผลิตกลับมาดำเนินการได้ใกล้เคียงภาวะปกติมากขึ้น โดยข้อมูลชี้ให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของการผลิตรถยนต์ทั้งในประเทศและเพื่อการส่งออก รวมถึงรถจักรยานยนต์ด้วย ตัวเลขการผลิตรถยนต์เพิ่มขึ้นถึง 148.45% และรถจักรยานยนต์เพิ่มขึ้น 137.33% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า การเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิตนี้ส่งผลโดยตรงต่อยอดขายของ STANLY ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์
นอกจากนี้ ฝ่ายจัดการยังระบุถึงปัจจัยสนับสนุนเพิ่มเติม ได้แก่ **การพัฒนาด้านประสิทธิภาพการผลิต (Operational Excellence)** อย่างต่อเนื่อง และการควบคุมของเสียและค่าใช้จ่ายต่างๆ อย่างเข้มงวด ซึ่งช่วยเสริมความสามารถในการทำกำไรให้ดียิ่งขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **มีโอกาสต่อเนื่อง** เนื่องจากเป็นการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมหลักที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ในปีก่อนหน้า การกลับมาผลิตเพิ่มขึ้นของอุตสาหกรรมยานยนต์บ่งชี้ถึงแนวโน้มเชิงบวก อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวนี้ยังคงต้องพึ่งพาสถานการณ์การแพร่ระบาดและปัจจัยมหภาคอื่นๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **ยอดขายรวม 3,218.77 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 87.29% YoY จาก 1,718.64 ล้านบาท
* **พลิกมีกำไรสุทธิ 383.48 ล้านบาท:** เทียบกับขาดทุนสุทธิ 184.05 ล้านบาทใน Q1/2564
* **การผลิตรถยนต์เพิ่มขึ้น 148.45%:** สะท้อนการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์
* **การผลิตรถจักรยานยนต์เพิ่มขึ้น 137.33%:** เป็นอีกปัจจัยหนุนยอดขาย
* **เน้นประสิทธิภาพการผลิตและการควบคุมค่าใช้จ่าย:** ช่วยเสริมความสามารถในการทำกำไร
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 3,218.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 1,500.13 ล้านบาท หรือ 87.29% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งอยู่ที่ 1,718.64 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นนี้ส่งผลให้บริษัทสามารถพลิกจากผลขาดทุนสุทธิ 184.05 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2564 กลับมามีกำไรสุทธิ 383.48 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2565
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์:** การกลับมาผลิตเพิ่มขึ้นของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ทั้งในประเทศและเพื่อการส่งออก เป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มยอดขายและรายได้
* **ประสิทธิภาพการผลิต:** การพัฒนาอย่างต่อเนื่องด้านประสิทธิภาพการผลิตและการควบคุมต้นทุน จะช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอุตสาหกรรมยานยนต์:** อุตสาหกรรมยานยนต์ยังคงมีความอ่อนไหวต่อปัจจัยภายนอก เช่น สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคระบาด, ปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์, และภาวะเศรษฐกิจโลก
* **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่าย:** แม้จะมีการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด แต่การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอื่นๆ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการผลิตและการส่งออกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในไตรมาสถัดไป
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการผลิต
* ผลกระทบจากปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ต่ออุตสาหกรรมยานยนต์
* การพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตอย่างต่อเนื่องของบริษัท
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** การผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (รถยนต์ +148.45%, รถจักรยานยนต์ +137.33%) บ่งชี้ถึงระดับ utilization ที่สูงขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อการบริหารต้นทุนต่อหน่วย
* **Order Book:** แม้จะไม่ได้ระบุตัวเลข order book โดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของการผลิตและการส่งออกสะท้อนถึงอุปสงค์ที่แข็งแกร่งในปัจจุบัน
* **ราคาวัตถุดิบ:** เอกสารไม่ได้ระบุถึงราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่เน้นการควบคุมของเสียและค่าใช้จ่าย ซึ่งอาจเป็นกลยุทธ์ในการรับมือกับต้นทุนที่อาจสูงขึ้น
* **GPM (Gross Profit Margin):** เอกสารไม่ได้ระบุ GPM โดยตรง แต่การพลิกจากขาดทุนเป็นกำไรสุทธิ และการเน้นประสิทธิภาพการผลิต บ่งชี้ถึงการปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิ
* **การส่งออก:** ยอดการส่งออกรถยนต์เพิ่มขึ้น 114.80% YoY ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของรายได้ที่เพิ่มขึ้น
* **ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับระดับสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัท
## สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 ของ STANLY ได้รับแรงหนุนหลักจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งส่งผลให้ยอดขายและปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ประกอบกับการบริหารจัดการประสิทธิภาพการผลิตที่ดี ทำให้บริษัทสามารถพลิกกลับมามีกำไรได้อย่างน่าประทับใจ แม้จะมีโอกาสต่อเนื่องจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรม แต่ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกและความผันผวนของตลาดก็ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STANLY ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
11,847.31
ล้านบาท
↓ 3.2% YoY
กำไรขั้นต้น
2,703.97
ล้านบาท
↑ 5.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
22.82
%
กำไรสุทธิ
1,924.85
ล้านบาท
↑ 38.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
16.25
%
D/E Ratio
0.12
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
11,847
↓ -3.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,704
↑ + 5.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,925
↑ + 38.7%
YoY
D/E Ratio
0.12
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STANLY
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.12
ROE (%)
8.93
ROA (%)
9.70
Book Value/หุ้น
271.68
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STANLY
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+2,307
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-1,041
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STANLY
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
2,306.95
+9.14%
|
2,113.69
|
— |
2,995.26
+16.41%
|
2,573.10
-10.44%
|
2,872.90
-6.57%
|
3,075.06
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
-1,041.37
-14.96%
|
-1,224.52
|
— |
-2,911.40
+34.72%
|
-2,161.00
-21.78%
|
-2,762.65
+194.10%
|
-939.37
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
-1,532.49
|
-1,532.50
|
— |
-651.31
+54.54%
|
-421.44
-33.33%
|
-632.16
+0.09%
|
-631.62
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
-266.91
-58.51%
|
-643.33
|
— |
-567.45
+5,981.99%
|
-9.33
-98.21%
|
-521.90
-134.70%
|
1,504.07
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
1,356.92
-32.16%
|
2,000.19
-4.03%
|
— |
2,655.94
-0.28%
|
2,663.33
-16.18%
|
3,177.44
+90.04%
|
1,672.00
-16.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
0.00
|
0.00
|
— |
2,084.20
-21.53%
|
2,655.94
-0.28%
|
2,663.33
-16.18%
|
3,177.44
+90.04%
|