บริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
232.00
1.00 (0.43%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=29504 out_tok=2170 at=2026-07-26T06:34:25 -->
# STANLY Q3/2564 กำไรสุทธิทรงตัว ปรับกลยุทธ์รับมือต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง
## รายได้และกำไรสุทธิทรงตัวจากปีก่อน ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายการผลิตเพิ่มขึ้น ส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้น
บริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ STANLY รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้จากการขาย 1,638.90 ล้านบาท ลดลง 1.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 183.13 ล้านบาท ลดลง 1.2% โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักของผลประกอบการ STANLY ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **แรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) แม้ว่ารายได้จากการขายจะทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า **ราคาวัตถุดิบหลัก เช่น เหล็กและอลูมิเนียม ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ประกอบกับ **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น** เช่น ค่าขนส่งและค่าแรงงาน ทำให้ต้นทุนการผลิตโดยรวมสูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 16.0% ในไตรมาส 3 ปี 2563 มาอยู่ที่ 14.0% ในไตรมาส 3 ปี 2564 แม้ว่าบริษัทจะพยายามบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นได้ทั้งหมด
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุว่า **แนวโน้มราคาวัตถุดิบยังคงอยู่ในระดับสูง** และคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตต่อไปในระยะสั้นถึงกลาง นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น เช่น ค่าขนส่ง ก็มีแนวโน้มที่จะยังคงอยู่ในระดับสูงเช่นกัน บริษัทจึงต้องเร่งหากลยุทธ์ในการบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขาย 1,638.90 ล้านบาท** ลดลง 1.3% YoY
* **กำไรสุทธิ 183.13 ล้านบาท** ลดลง 1.2% YoY
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง** จาก 16.0% เป็น 14.0%
* **ต้นทุนวัตถุดิบหลัก (เหล็ก, อลูมิเนียม) ปรับตัวสูงขึ้น**
* **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น** ทั้งค่าขนส่งและค่าแรงงาน
* **คำสั่งซื้อจากลูกค้าหลักยังคงมีเสถียรภาพ** แต่ต้องบริหารจัดการต้นทุนอย่างใกล้ชิด
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ STANLY มีรายได้จากการขาย 1,638.90 ล้านบาท ลดลง 1.3% เมื่อเทียบกับ 1,661.00 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2563 ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 183.13 ล้านบาท ลดลง 1.2% เมื่อเทียบกับ 185.33 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2563 การลดลงของกำไรสุทธิเป็นผลมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
## โอกาส
* **คำสั่งซื้อจากลูกค้าหลักยังคงมีเสถียรภาพ:** ลูกค้าหลักในอุตสาหกรรมยานยนต์ยังคงมีความต้องการผลิตภัณฑ์ของบริษัทอย่างต่อเนื่อง
* **การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ:** บริษัทพยายามปรับปรุงกระบวนการผลิตและเจรจาต่อรองกับซัพพลายเออร์เพื่อลดผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น
* **การขยายตลาดไปยังผลิตภัณฑ์ใหม่:** บริษัทอาจมีโอกาสในการพัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มแหล่งรายได้ในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาเหล็กและอลูมิเนียมซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักยังคงมีความผันผวนสูงและมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไร
* **ต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการขนส่งที่เพิ่มขึ้นส่งผลกระทบต่อต้นทุนโดยรวมของบริษัท
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** อุตสาหกรรมยานยนต์มีการแข่งขันสูง ซึ่งอาจส่งผลต่ออำนาจในการต่อรองราคาของบริษัท
* **ความล่าช้าในการส่งมอบผลิตภัณฑ์:** ปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในอุตสาหกรรมยานยนต์อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตและส่งมอบของลูกค้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคำสั่งซื้อของบริษัท
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** การเปลี่ยนแปลงของราคาเหล็กและอลูมิเนียมในตลาดโลก
* **ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถของบริษัทในการควบคุมต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
* **การปรับตัวของลูกค้า:** การเปลี่ยนแปลงปริมาณการผลิตและคำสั่งซื้อของลูกค้าในอุตสาหกรรมยานยนต์
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่:** ความคืบหน้าในการพัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ของบริษัท
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในไตรมาส 3 ปี 2564 STANLY เผชิญกับความท้าทายด้านต้นทุนอย่างชัดเจน โดย **ราคาวัตถุดิบหลัก เช่น เหล็กและอลูมิเนียม ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันหลักต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลงจาก 16.0% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 14.0% แม้ว่าบริษัทจะพยายามบริหารจัดการต้นทุนผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการเจรจาต่อรองกับซัพพลายเออร์ แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากราคาวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นได้ทั้งหมด นอกจากนี้ **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน เช่น ค่าขนส่งและค่าแรงงาน ก็ปรับตัวสูงขึ้น** ส่งผลให้ต้นทุนโดยรวมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ในด้านปริมาณการขาย **รายได้จากการขายทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน** อยู่ที่ 1,638.90 ล้านบาท สะท้อนถึงความต้องการผลิตภัณฑ์ของลูกค้าหลักในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ยังคงมีอยู่ อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังลูกค้าได้อย่างเต็มที่ ทำให้กำไรสุทธิลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 183.13 ล้านบาท
บริษัทมีการบริหารจัดการสินค้าคงคลังอย่างมีประสิทธิภาพ โดยระดับสินค้าคงคลัง ณ สิ้นไตรมาสอยู่ที่ 1,062.20 ล้านบาท ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 3,682.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 3,648.90 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,419.60 ล้านบาท ลดลงจาก 1,441.10 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2,262.50 ล้านบาท จาก 2,207.80 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.63 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานในงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 อยู่ที่ 254.60 ล้านบาท ลดลงจาก 320.80 ล้านบาท ในงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสอดคล้องกับผลประกอบการที่ได้รับแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้น
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญของผลประกอบการ STANLY ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **แรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ปรับตัวสูงขึ้น** ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น แม้ว่ารายได้จะทรงตัวและคำสั่งซื้อจากลูกค้าหลักยังคงมีเสถียรภาพ แต่บริษัทต้องเผชิญกับความท้าทายในการบริหารจัดการต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีโอกาสที่แรงกดดันด้านต้นทุนนี้จะยังคงอยู่ต่อไปในระยะสั้นถึงกลาง บริษัทจำเป็นต้องเร่งหากลยุทธ์ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและบริหารจัดการต้นทุนอย่างเข้มข้น เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรในสภาวะตลาดที่ผันผวนนี้
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STANLY ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
11,847.31
ล้านบาท
↓ 3.2% YoY
กำไรขั้นต้น
2,703.97
ล้านบาท
↑ 5.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
22.82
%
กำไรสุทธิ
1,924.85
ล้านบาท
↑ 38.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
16.25
%
D/E Ratio
0.12
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
11,847
↓ -3.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,704
↑ + 5.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,925
↑ + 38.7%
YoY
D/E Ratio
0.12
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STANLY
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.12
ROE (%)
8.93
ROA (%)
9.70
Book Value/หุ้น
271.68
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STANLY
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+2,307
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-1,041
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STANLY
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
2,306.95
+9.14%
|
2,113.69
|
— |
2,995.26
+16.41%
|
2,573.10
-10.44%
|
2,872.90
-6.57%
|
3,075.06
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
-1,041.37
-14.96%
|
-1,224.52
|
— |
-2,911.40
+34.72%
|
-2,161.00
-21.78%
|
-2,762.65
+194.10%
|
-939.37
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
-1,532.49
|
-1,532.50
|
— |
-651.31
+54.54%
|
-421.44
-33.33%
|
-632.16
+0.09%
|
-631.62
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
-266.91
-58.51%
|
-643.33
|
— |
-567.45
+5,981.99%
|
-9.33
-98.21%
|
-521.90
-134.70%
|
1,504.07
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
1,356.92
-32.16%
|
2,000.19
-4.03%
|
— |
2,655.94
-0.28%
|
2,663.33
-16.18%
|
3,177.44
+90.04%
|
1,672.00
-16.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
0.00
|
0.00
|
— |
2,084.20
-21.53%
|
2,655.94
-0.28%
|
2,663.33
-16.18%
|
3,177.44
+90.04%
|