บริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
232.00
1.00 (0.43%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3560 out_tok=2316 at=2026-07-27T12:55:03 -->
# STANLY พลิกกำไร Q2/2564 โตแรง 87% รับอุตสาหกรรมยานยนต์ฟื้นตัว
## ยอดขายพุ่งรับอานิสงส์การผลิตรถยนต์-รถจักรยานยนต์กลับมาคึกคัก ขณะที่การควบคุมต้นทุนช่วยหนุนกำไรสุทธิพลิกบวก
บริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ STANLY รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 383.48 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 184.05 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งในประเทศและส่งออก ส่งผลให้ยอดขายรวมเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ STANLY พลิกกลับมามีกำไรในไตรมาส 2 ปี 2564 มาจาก **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมยานยนต์** ซึ่งเป็นภาคธุรกิจหลักที่บริษัทดำเนินงานอยู่ โดยเฉพาะการผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่กลับมาเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักคือ **การเพิ่มขึ้นของยอดขายรวม 87.29%** หรือ 1,500.13 ล้านบาท มาอยู่ที่ 3,218.77 ล้านบาท ซึ่งส่งผลให้บริษัทพลิกจากขาดทุนสุทธิ 184.05 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2563 มาเป็นกำไรสุทธิ 383.48 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2564 ปัจจัยนี้เกิดจากการฟื้นตัวของภาคการผลิตยานยนต์
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นผลมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่คลี่คลายลงในช่วงเวลาดังกล่าว ทำให้การผลิตรถยนต์เพิ่มขึ้นถึง 148.45% โดยมียอดผลิตรวม 378,768 คัน และยอดส่งออกเพิ่มขึ้น 114.80% เป็น 215,381 คัน ขณะที่ยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น 41.58% นอกจากนี้ การผลิตรถจักรยานยนต์ก็เติบโตขึ้นอย่างมากเช่นกัน โดยยอดผลิตรวมเพิ่มขึ้น 137.33% เป็น 488,908 คัน และยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น 45.01% การเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิตและการขายนี้ส่งผลโดยตรงต่อยอดขายของ STANLY
นอกจากนี้ ฝ่ายจัดการยังระบุถึง **การพัฒนาด้านประสิทธิภาพการผลิต (Operational Excellence)** อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการควบคุมของเสียและค่าใช้จ่ายต่างๆ อย่างเข้มงวด ซึ่งเป็นปัจจัยเสริมที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรและทำให้ผลประกอบการโดยรวมดีขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยอิงจากข้อมูลที่ระบุว่าการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นผลมาจากการกลับมาผลิตเพิ่มขึ้นหลังจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งบ่งชี้ว่าเป็นการฟื้นตัวจากฐานที่ต่ำในปีก่อน อย่างไรก็ตาม การระบุว่า "อุตสาหกรรมยานยนต์กลับมาผลิตเพิ่มขึ้น" โดยไม่ได้ระบุถึงแนวโน้มในอนาคตที่ชัดเจน ทำให้ต้องติดตามสถานการณ์การผลิตและการส่งออกในไตรมาสถัดไปอย่างใกล้ชิด แต่การที่บริษัทมีการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตอย่างต่อเนื่องและควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด จะเป็นปัจจัยสนับสนุนผลประกอบการที่ดีในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **ยอดขายรวมเติบโต 87.29%** แตะ 3,218.77 ล้านบาท จาก 1,718.64 ล้านบาท ใน Q2/2563
* **พลิกมีกำไรสุทธิ 383.48 ล้านบาท** จากขาดทุนสุทธิ 184.05 ล้านบาท ใน Q2/2563
* **การผลิตรถยนต์เพิ่มขึ้น 148.45%** และรถจักรยานยนต์เพิ่มขึ้น 137.33% เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก
* **ยอดส่งออกรถยนต์เติบโต 114.80%** สะท้อนการฟื้นตัวของตลาดต่างประเทศ
* **การควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่าย** รวมถึงการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตมีส่วนสำคัญต่อการพลิกกำไร
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 3,218.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 87.29% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 1,718.64 ล้านบาท การเติบโตนี้เป็นผลมาจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่กลับมาเพิ่มกำลังการผลิตอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์ทั้งในประเทศและเพื่อการส่งออก ส่งผลให้บริษัทสามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 383.48 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุนสุทธิ 184.05 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก:** หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังคงคลี่คลายและเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว จะส่งผลดีต่อปริมาณการผลิตและการขายรถยนต์ ซึ่งเป็นตลาดหลักของ STANLY
* **การขยายตลาดส่งออก:** การเติบโตของยอดส่งออกรถยนต์บ่งชี้ถึงโอกาสในการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดในต่างประเทศ
* **การพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต:** การมุ่งเน้น Operational Excellence และการควบคุมต้นทุนอย่างต่อเนื่อง จะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและอัตรากำไรในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของสถานการณ์โควิด-19:** การกลับมาระบาดระลอกใหม่หรือการกลายพันธุ์ของไวรัส อาจส่งผลกระทบต่อการผลิตและการบริโภคในอุตสาหกรรมยานยนต์อีกครั้ง
* **ปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์:** ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการผลิตรถยนต์ทั่วโลก ซึ่งอาจกระทบต่อปริมาณคำสั่งซื้อของ STANLY
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง แต่การส่งออกจำนวนมากอาจมีความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินบาท
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่สูงในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ อาจกดดันราคาขายและอัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการผลิตและการส่งออกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในไตรมาส 3 และ 4 ปี 2564
* สถานการณ์การขาดแคลนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายของบริษัทอย่างต่อเนื่อง
* การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนและผลกระทบต่อรายได้จากการส่งออก
* การปรับตัวของบริษัทต่อความต้องการของตลาดและเทคโนโลยีใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมยานยนต์
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** การเพิ่มขึ้นของยอดขายและการผลิตบ่งชี้ถึง **Utilization Rate ที่สูงขึ้น** อย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 2 ปี 2564 เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ได้รับผลกระทบจากการหยุดชะงักของการผลิต
* **Order Book:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุตัวเลข Order Book โดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของการผลิตและการส่งออกสะท้อนถึง **คำสั่งซื้อที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง** เพื่อรองรับความต้องการของตลาด
* **ราคาวัตถุดิบ:** เอกสารไม่ได้ระบุถึงราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่การควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวดอาจบ่งชี้ถึงความพยายามในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่อาจมีความผันผวน
* **GPM (Gross Profit Margin):** เอกสารไม่ได้ระบุ GPM โดยตรง แต่การพลิกจากขาดทุนเป็นกำไรสุทธิ และการกล่าวถึงการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่าย บ่งชี้ว่า **GPM มีแนวโน้มดีขึ้น** หรือสามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้ดีขึ้น
* **การส่งออก:** ยอดส่งออกรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น 114.80% เป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของรายได้
* **ค่าเงิน:** ไม่ได้ระบุผลกระทบจากค่าเงินโดยตรง แต่การส่งออกจำนวนมากอาจมีความเสี่ยงจากความผันผวน
* **สินค้าคงคลัง:** ไม่ได้ระบุข้อมูลสินค้าคงคลังโดยตรง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดในงวดไตรมาส 2 ปี 2564
## สรุปท้าย
STANLY พลิกเกมกลับมามีกำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2564 จากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ทำให้ยอดขายรวมพุ่งสูงขึ้นถึง 87.29% ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะมีโอกาสต่อเนื่องจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรม แต่ความเสี่ยงจากสถานการณ์โควิด-19 และการขาดแคลนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STANLY ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
11,847.31
ล้านบาท
↓ 3.2% YoY
กำไรขั้นต้น
2,703.97
ล้านบาท
↑ 5.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
22.82
%
กำไรสุทธิ
1,924.85
ล้านบาท
↑ 38.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
16.25
%
D/E Ratio
0.12
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
11,847
↓ -3.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,704
↑ + 5.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,925
↑ + 38.7%
YoY
D/E Ratio
0.12
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STANLY
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.12
ROE (%)
8.93
ROA (%)
9.70
Book Value/หุ้น
271.68
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STANLY
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+2,307
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-1,041
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STANLY
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
2,306.95
+9.14%
|
2,113.69
|
— |
2,995.26
+16.41%
|
2,573.10
-10.44%
|
2,872.90
-6.57%
|
3,075.06
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
-1,041.37
-14.96%
|
-1,224.52
|
— |
-2,911.40
+34.72%
|
-2,161.00
-21.78%
|
-2,762.65
+194.10%
|
-939.37
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
-1,532.49
|
-1,532.50
|
— |
-651.31
+54.54%
|
-421.44
-33.33%
|
-632.16
+0.09%
|
-631.62
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
-266.91
-58.51%
|
-643.33
|
— |
-567.45
+5,981.99%
|
-9.33
-98.21%
|
-521.90
-134.70%
|
1,504.07
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
1,356.92
-32.16%
|
2,000.19
-4.03%
|
— |
2,655.94
-0.28%
|
2,663.33
-16.18%
|
3,177.44
+90.04%
|
1,672.00
-16.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
0.00
|
0.00
|
— |
2,084.20
-21.53%
|
2,655.94
-0.28%
|
2,663.33
-16.18%
|
3,177.44
+90.04%
|