บริษัท ทรัพย์ศรีไทย จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
0.99
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-3.1-flash-lite in_tok=5484 out_tok=1771 at=2026-09-16T05:22:35 -->
# SST เผยผลงาน Q1/2569 ขาดทุนเพิ่ม 116 ล้านบาท กดดันจากกำลังซื้อชะลอตัวและการปิดสาขา
## ธุรกิจอาหารและเสื้อผ้าเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจชะลอตัว พร้อมบันทึกด้อยค่าทรัพย์สินจากการปรับโครงสร้างสาขา
บริษัท ทรัพย์ศรีไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SST รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 โดยมีผลขาดทุนสำหรับงวด 116.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 125% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุน 51.49 ล้านบาท โดยได้รับแรงกดดันหลักจากรายได้ในกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่ปรับตัวลดลงตามกำลังซื้อของผู้บริโภคในประเทศที่ชะลอตัว ประกอบกับการบันทึกรายการด้อยค่าทรัพย์สินจากการปิดสาขาที่ไม่มีกำไร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อภาพรวมผลประกอบการในไตรมาสนี้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญของผลประกอบการในไตรมาส 1/2569 คือการหดตัวของรายได้ในธุรกิจหลักและการบันทึกค่าใช้จ่ายพิเศษจากการปรับโครงสร้างธุรกิจ ซึ่งส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
**1) หัวใจคืออะไร**
ปัจจัยหลักที่ทำให้ผลขาดทุนเพิ่มขึ้นคือ รายได้จากธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่ลดลง 143 ล้านบาท (-25% YoY) และธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่ลดลง 15 ล้านบาท (-22% YoY) ผนวกกับการบันทึก "ค่าใช้จ่ายอื่น" เพิ่มขึ้นถึง 81 ล้านบาท ซึ่งมาจากการตั้งด้อยค่าร้านอาหารที่ไม่มีกำไรและการตัดจำหน่ายทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการปิดสาขาในระหว่างไตรมาส
**2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น**
* **กำลังซื้ออ่อนแอ:** ภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัวส่งผลกระทบโดยตรงต่อยอดขายในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและเสื้อผ้า
* **การปรับโครงสร้าง:** บริษัทตัดสินใจปิดสาขาที่มีรายได้น้อยและสาขาที่ขาดทุน เพื่อลดภาระต้นทุนในระยะยาว แม้จะส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายพิเศษ (One-time expense) เกิดขึ้นในไตรมาสนี้ แต่ในทางกลับกันก็ช่วยลดต้นทุนการขายและค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายลงได้ 62 ล้านบาท และ 82 ล้านบาท ตามลำดับ
* **รายได้อื่นช่วยพยุง:** บริษัทมีรายได้อื่นเพิ่มขึ้น 22 ล้านบาท (+56% YoY) ซึ่งส่วนใหญ่มาจากกำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อย ช่วยบรรเทาผลกระทบจากผลการดำเนินงานหลักได้บางส่วน
**3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่**
สถานการณ์นี้มีลักษณะเป็น **"การปรับตัวเพื่อลดภาระในระยะยาว"** โดยการปิดสาขาที่ขาดทุนเป็นกลยุทธ์ที่บริษัทเลือกใช้เพื่อบริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ชะลอตัวยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไปว่าการปรับโครงสร้างสาขาจะช่วยให้ผลประกอบการฟื้นตัวได้ตามเป้าหมายหรือไม่
## Highlight สำคัญ
* **ผลขาดทุนสุทธิ:** 116.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64.78 ล้านบาท (+125% YoY)
* **รายได้ธุรกิจอาหาร:** 428 ล้านบาท ลดลง 143 ล้านบาท (-25% YoY)
* **รายได้ธุรกิจเสื้อผ้า:** 52 ล้านบาท ลดลง 15 ล้านบาท (-22% YoY)
* **ค่าใช้จ่ายพิเศษ:** บันทึกด้อยค่าร้านอาหารและตัดจำหน่ายทรัพย์สินสาขาที่ปิดตัวลง 82 ล้านบาท
* **ธุรกิจคลังสินค้า:** รายได้ทรงตัวที่ 86 ล้านบาท (+0.3% YoY)
* **สถานะการเงิน:** หนี้สินรวมลดลงเหลือ 4,417 ล้านบาท จากการชำระคืนเงินกู้ยืมและหนี้สินตามสัญญาเช่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
รายได้รวมของบริษัทลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากธุรกิจอาหารและเสื้อผ้า ขณะที่ธุรกิจคลังสินค้าและท่าเทียบเรือยังคงรักษาฐานรายได้ไว้ได้ใกล้เคียงกับปีก่อน แม้บริษัทจะสามารถลดต้นทุนการขายและค่าใช้จ่ายในการขายได้ แต่การบันทึกด้อยค่าทรัพย์สินก้อนใหญ่ทำให้ผลขาดทุนรวมขยายตัวขึ้น
## โอกาส
การปรับโครงสร้างโดยการปิดสาขาที่ไม่มีกำไรจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายดำเนินงาน (OPEX) ในอนาคต และทำให้บริษัทสามารถมุ่งเน้นทรัพยากรไปยังสาขาที่มีศักยภาพในการทำกำไรได้ดีขึ้น รวมถึงการมีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่ยังคงเติบโตเล็กน้อยที่ 14 ล้านบาท
## ความเสี่ยง
ความเสี่ยงหลักยังคงอยู่ที่ภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค ซึ่งอาจกดดันยอดขายในธุรกิจอาหารและเสื้อผ้าต่อเนื่อง รวมถึงความเสี่ยงด้านต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 63 ล้านบาท (+5% YoY) และอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ที่ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 2.87 เท่า
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
1. การฟื้นตัวของยอดขายในสาขาที่เหลืออยู่หลังการปรับโครงสร้าง
2. ทิศทางของกำลังซื้อผู้บริโภคในประเทศในช่วงไตรมาสที่เหลือของปี
3. การบริหารจัดการกระแสเงินสดเพื่อชำระคืนหนี้สินและลดภาระดอกเบี้ย
4. ผลการดำเนินงานของธุรกิจคลังสินค้าว่าจะสามารถรักษาเสถียรภาพได้ต่อเนื่องหรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มของ SST เผชิญกับความท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจที่ทำให้การบริโภคลดลงอย่างชัดเจน การที่บริษัทเลือกปิดสาขาที่ขาดทุนสะท้อนถึงการปรับตัวเพื่อรักษาอัตรากำไร (GPM) โดยสัดส่วนต้นทุนการขายต่อรายได้รวมปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 31.3% (จาก 33.8% ในปีก่อน) อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้นเป็น 12.9% (จาก 11.0%) ซึ่งเป็นผลจากฐานรายได้ที่ลดลง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 5,959 ล้านบาท ลดลง 5% จากสิ้นปี 2568 หนี้สินรวมลดลง 3.9% เหลือ 4,417 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการชำระคืนเงินกู้ยืมและหนี้สินตามสัญญาเช่า รวมถึงการตัดจำหน่ายทรัพย์สินจากการปิดสาขา
## สรุปท้าย
SST ในไตรมาส 1/2569 อยู่ในช่วงของการ "ตัดเนื้อร้าย" เพื่อปรับโครงสร้างธุรกิจให้กระชับขึ้น แม้จะมีผลขาดทุนเพิ่มขึ้นจากการบันทึกด้อยค่าทรัพย์สินและยอดขายที่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ แต่การลดลงของต้นทุนดำเนินงานในหลายส่วนสะท้อนถึงความพยายามของฝ่ายจัดการในการควบคุมค่าใช้จ่าย นักลงทุนควรจับตาดูว่ากลยุทธ์การปิดสาขาที่ขาดทุนจะส่งผลบวกต่อบรรทัดสุดท้าย (Bottom line) ในไตรมาสถัดไปได้เพียงใดท่ามกลางความท้าทายของกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัวชัดเจน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SST ไตรมาส 1/2569
รายได้รวม
653.43
ล้านบาท
↓ 22.5% YoY
กำไรขั้นต้น
356.34
ล้านบาท
↓ 27.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
54.53
%
กำไรสุทธิ
-245.22
ล้านบาท
↑ 173.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-37.53
%
D/E Ratio
2.76
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
653
↓ -22.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
356
↓ -27.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-245
↑ + 173.8%
YoY
D/E Ratio
2.76
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SST
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.76
ROE (%)
-31.74
ROA (%)
-8.59
Book Value/หุ้น
2.06
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SST
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-306
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+15
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SST
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-305.88
+34.70%
|
-227.08
-14.82%
|
-266.59
-489.35%
|
68.47
-148.99%
|
-139.77
-125.97%
|
538.23
+166.66%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
15.46
+33.05%
|
11.62
-92.76%
|
160.52
-61.44%
|
416.28
+317.70%
|
99.66
-134.86%
|
-285.87
+57.95%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
92.47
-17.74%
|
112.41
-78.52%
|
523.32
-963.71%
|
-60.59
-76.72%
|
-260.28
+62.44%
|
-160.23
+113.19%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-109.39
+210.86%
|
-35.19
-107.55%
|
466.25
+14.04%
|
408.86
-270.99%
|
-239.11
-374.02%
|
87.26
-265.74%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
104.76
-32.46%
|
155.11
-65.70%
|
452.19
+40.83%
|
321.08
+21.91%
|
263.37
+49.55%
|
176.11
-23.02%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
122.00
+16.46%
|
104.76
-32.46%
|
155.11
-65.70%
|
452.19
+40.83%
|
321.08
+21.91%
|
263.37
+49.55%
|