บริษัท ทรัพย์ศรีไทย จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
1.02
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7027 out_tok=2094 at=2026-07-26T06:23:20 -->
# SST กำไรสุทธิ Q2/2566 หดตัว 71% รับรายได้หลักวูบ-ต้นทุนพุ่ง
## รายได้-กำไรสุทธิ SST Q2/2566 ปรับลงแรง ฝ่ายจัดการชี้ต้นทุนสินค้า-ค่าใช้จ่ายพุ่ง กดดัน GPM
บริษัท ทรัพย์ศรีไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SST รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 10.00 ล้านบาท ลดลง 71% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 34.31 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายและบริการที่ลดลง ประกอบกับต้นทุนสินค้าและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการในไตรมาสนี้เผชิญแรงกดดัน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ SST ในไตรมาส 2 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **การลดลงของรายได้จากการขายและบริการ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าคงค้างและกลุ่มเครื่องดื่ม** ประกอบกับ **ต้นทุนสินค้าและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ปรับตัวสูงขึ้น** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้จากการขายและบริการลดลง:**
* **กลุ่มสินค้าคงค้างและขายต่อ:** รายได้ลดลง 98 ล้านบาท (4%) เนื่องจากบริษัทชะลอการทำธุรกิจ
* **กลุ่มเครื่องดื่ม:** รายได้ลดลง 274 ล้านบาท (25%) จากการชะลอตัวของธุรกิจ
* **กลุ่มผ้าสำเร็จรูป:** รายได้ลดลง 4 ล้านบาท (7%) จากการเพิ่มขึ้นของยอดขายทาง G-Channel
* **รายได้อื่น:** ลดลง 33 ล้านบาท (157%) เนื่องจากไม่มีรายได้จากการขายสมาชิก, รายได้จากการออกแบบขอเครื่องแต่งกาย และกำไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **ต้นทุนสินค้าและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น:**
* **ต้นทุนขายสินค้าและบริการ:** แม้ต้นทุนขายสินค้าจะลดลง 336 ล้านบาท (48%) จากการชะลอธุรกิจ แต่ต้นทุนในการบริการเพิ่มขึ้น 1 ล้านบาท (2%) ทำให้สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้นจาก 35.89% เป็น 55.50%
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:**
* ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 56 ล้านบาท (14%) เนื่องจากยอดขาย (ไม่รวมธุรกิจเรียน) ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มขึ้นตาม โดยสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้นจาก 30.50% เป็น 43.06%
* ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 18 ล้านบาท (24%) จากค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ของสาขาในต่างประเทศ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากการที่ฝ่ายจัดการระบุว่าการลดลงของรายได้ในกลุ่มสินค้าคงค้างและเครื่องดื่มเกิดจากการ "ชะลอธุรกิจ" และ "ชะลอตัวของธุรกิจ" ซึ่งอาจเป็นผลจากการปรับกลยุทธ์หรือสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนสินค้าและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ส่งผลกระทบต่อ GPM อาจต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาวหรือไม่
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/2566 ลดลง 71% YoY:** อยู่ที่ 10.00 ล้านบาท จาก 34.31 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายและบริการลดลง 4% YoY:** อยู่ที่ 1,982 ล้านบาท จาก 2,065 ล้านบาทในปีก่อน
* **ต้นทุนขายสินค้าลดลง 48%:** แต่ต้นทุนบริการเพิ่มขึ้น 2%
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่ม 14% และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่ม 24%
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง:** สัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **หนี้สินรวมลดลง 4%:** อยู่ที่ 5,014 ล้านบาท จาก 5,235 ล้านบาทในปีก่อน
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ลดลง:** อยู่ที่ 1.85 เท่า จาก 1.92 เท่าในปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท ทรัพย์ศรีไทย จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,982 ล้านบาท ลดลง 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของรายได้ในกลุ่มสินค้าคงค้างและเครื่องดื่ม ขณะที่ต้นทุนขายสินค้าลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากการชะลอธุรกิจ แต่ต้นทุนบริการและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 71% มาอยู่ที่ 10.00 ล้านบาท
## โอกาส
* **การปรับโครงสร้างธุรกิจ:** การชะลอธุรกิจในบางกลุ่มอาจเป็นการปรับกลยุทธ์เพื่อมุ่งเน้นไปยังธุรกิจที่มีศักยภาพหรือการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** หากบริษัทสามารถควบคุมต้นทุนสินค้าและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดีขึ้น จะส่งผลดีต่ออัตรากำไรในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจค้าปลีกและอาหารยังคงมีการแข่งขันสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อยอดขายและอัตรากำไร
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** หากราคาวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตหรือจัดหาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและอัตรากำไร
* **ภาวะเศรษฐกิจ:** ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจอาจส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและยอดขายของบริษัท
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้ในกลุ่มสินค้าคงค้างและเครื่องดื่ม:** จะมีการฟื้นตัวหรือปรับกลยุทธ์อย่างไร
* **การบริหารจัดการต้นทุนสินค้าและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** จะสามารถควบคุมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมได้หรือไม่
* **การเติบโตของธุรกิจอื่น:** มีโอกาสในการขยายธุรกิจใหม่ๆ หรือเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มสินค้าอื่นหรือไม่
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** หากมีรายได้หรือต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินต่างประเทศ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** เอกสารไม่ได้ระบุราคาวัตถุดิบหรือสินค้าที่ชัดเจน แต่ชี้แจงว่าต้นทุนขายสินค้าลดลงจากการชะลอธุรกิจ
* **Volume:** รายได้จากการขายและบริการลดลง 4% ซึ่งสะท้อนถึงปริมาณการขายที่อาจลดลงในบางกลุ่ม
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ได้รับผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนต้นทุนต่อรายได้รวม
* **ช่องทางขาย:** มีการกล่าวถึง G-Channel และสาขาในต่างประเทศ แต่ไม่ได้ลงรายละเอียด
* **สต็อก:** การชะลอธุรกิจในกลุ่มสินค้าคงค้างอาจบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการสต็อกที่ระมัดระวัง
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** มีการกล่าวถึงกำไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนในรายได้อื่นที่ลดลง
* **ฤดูกาลผลิต:** เอกสารไม่ได้ระบุถึงปัจจัยฤดูกาลผลิตที่ชัดเจน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 7,719 ล้านบาท ลดลง 3% จากปีก่อน โดยมีหนี้สินรวม 5,014 ล้านบาท ลดลง 4% ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 1.85 เท่า ลดลงจาก 1.92 เท่าในปีก่อน ซึ่งแสดงถึงการบริหารจัดการหนี้สินที่ดีขึ้น
## สรุปท้าย
SST ในไตรมาส 2 ปี 2566 เผชิญกับแรงกดดันจากรายได้ที่ลดลงในกลุ่มสินค้าหลัก ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนสินค้าและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าการชะลอธุรกิจในบางส่วนอาจเป็นปัจจัยชั่วคราว แต่การบริหารจัดการต้นทุนและการปรับกลยุทธ์เพื่อเพิ่มรายได้จะเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาในอนาคต เพื่อผลักดันการเติบโตของผลประกอบการให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SST ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
653.43
ล้านบาท
↓ 22.5% YoY
กำไรขั้นต้น
356.34
ล้านบาท
↓ 27.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
54.53
%
กำไรสุทธิ
-245.22
ล้านบาท
↑ 173.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-37.53
%
D/E Ratio
2.76
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
653
↓ -22.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
356
↓ -27.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-245
↑ + 173.8%
YoY
D/E Ratio
2.76
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SST
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.76
ROE (%)
-31.74
ROA (%)
-8.59
Book Value/หุ้น
2.23
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SST
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-306
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+15
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SST
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
-305.88
+34.70%
|
-227.08
-14.82%
|
-266.59
-489.35%
|
68.47
-148.99%
|
-139.77
-125.97%
|
538.23
+166.66%
|
201.84
-13.05%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
15.46
+33.05%
|
11.62
-92.76%
|
160.52
-61.44%
|
416.28
+317.70%
|
99.66
-134.86%
|
-285.87
+57.95%
|
-180.99
-164.73%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
92.47
-17.74%
|
112.41
-78.52%
|
523.32
-963.71%
|
-60.59
-76.72%
|
-260.28
+62.44%
|
-160.23
+113.19%
|
-75.16
-85.06%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
-109.39
+210.86%
|
-35.19
-107.55%
|
466.25
+14.04%
|
408.86
-270.99%
|
-239.11
-374.02%
|
87.26
-265.74%
|
-52.65
-405.93%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
104.76
-32.46%
|
155.11
-65.70%
|
452.19
+40.83%
|
321.08
+21.91%
|
263.37
+49.55%
|
176.11
-23.02%
|
228.76
+8.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
122.00
+16.46%
|
104.76
-32.46%
|
155.11
-65.70%
|
452.19
+40.83%
|
321.08
+21.91%
|
263.37
+49.55%
|
176.11
-23.02%
|