บริษัท ทรัพย์ศรีไทย จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
1.02
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5337 out_tok=2571 at=2026-07-26T07:02:53 -->
# SST พลิกขาดทุน Q1/2566 สู่กำไร 6.07 ล้านบาท รับธุรกิจอาหารโตแรง
## รายได้อาหารพุ่ง 34% หนุนผลงาน SST กลับมาเป็นบวก ขณะต้นทุน-ค่าใช้จ่ายบริหารจัดการได้ดี
บริษัท ทรัพย์ศรีไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SST รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 6.07 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 25.30 ล้านบาท การเปลี่ยนแปลงนี้มีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ปรับตัวดีขึ้น แม้ธุรกิจคลังสินค้าจะเผชิญแรงกดดันด้านรายได้ก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ SST พลิกจากขาดทุนกลับมามีกำไรในไตรมาส 1 ปี 2566 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งสามารถชดเชยผลประกอบการที่ลดลงของธุรกิจคลังสินค้าได้ทั้งหมด**
### 1) หัวใจคืออะไร
ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SST ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือ **การเพิ่มขึ้นของรายได้ในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มถึง 34%** โดยมีรายได้จากการขายรวม 832 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 211 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า การเติบโตนี้ส่งผลให้บริษัทพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 6.07 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุน 25.30 ล้านบาทในปี 2565
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การเพิ่มขึ้นของรายได้ในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มเป็นผลมาจากการ **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่คลี่คลายลง** ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและการบริโภคฟื้นตัว ซึ่งส่งผลดีต่อยอดขายสินค้าอาหารและเครื่องดื่มโดยตรง ในขณะเดียวกัน ธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูปก็มีการเติบโตเล็กน้อย 9% จากการเพิ่มยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์ ส่วนธุรกิจคลังสินค้าและท่าเทียบเรือมีรายได้ลดลง 6% หรือ 6 ล้านบาท เนื่องจากสถานการณ์ที่ยังคงทรงตัว
ในด้านต้นทุนและค่าใช้จ่าย บริษัทมีการบริหารจัดการที่ดี โดยต้นทุนในการขายสินค้าเพิ่มขึ้น 39% สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้รวมยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ (38.22% ในปี 2566 เทียบกับ 35.25% ในปี 2565) ต้นทุนในการบริการลดลง 3% และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 9% ซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่ออัตรากำไร
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก** การฟื้นตัวของธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มจากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 เป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ ซึ่งหากสถานการณ์ยังคงดีขึ้นต่อเนื่อง ยอดขายในส่วนนี้ก็มีแนวโน้มเติบโตต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม ธุรกิจคลังสินค้าที่ยังคงมีรายได้ลดลง อาจเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงิน 30% จากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น อาจเป็นแรงกดดันต่อกำไรในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **พลิกมีกำไร:** SST มีกำไรสุทธิ 6.07 ล้านบาทใน Q1/2566 เทียบกับขาดทุน 25.30 ล้านบาทใน Q1/2565
* **ธุรกิจอาหารเติบโตโดดเด่น:** รายได้ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มเพิ่มขึ้น 34% หรือ 211 ล้านบาท เป็น 832 ล้านบาท
* **ธุรกิจคลังสินค้าชะลอตัว:** รายได้ธุรกิจคลังสินค้าและท่าเทียบเรือลดลง 6% หรือ 6 ล้านบาท เป็น 90 ล้านบาท
* **ต้นทุนและค่าใช้จ่ายบริหารจัดการได้ดี:** ต้นทุนบริการลดลง 3% และค่าใช้จ่ายบริหารลดลง 9%
* **ส่วนแบ่งกำไรเงินลงทุนเพิ่มขึ้น:** เพิ่มขึ้น 160% เป็น 13 ล้านบาท
* **ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น:** เพิ่มขึ้น 30% เป็น 56 ล้านบาท จากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัท ทรัพย์ศรีไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SST มีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 967 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 207 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่เพิ่มขึ้น 211 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจคลังสินค้าและท่าเทียบเรือมีรายได้ลดลง 6 ล้านบาท ต้นทุนในการขายสินค้าเพิ่มขึ้น 39% สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ยังคงอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 23% ตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น แต่สัดส่วนต่อรายได้รวมลดลงเล็กน้อย ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 9% และมีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 160% อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 30% จากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิ 6.07 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 25.30 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคเศรษฐกิจ:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 หนุนการบริโภคและการใช้จ่าย ซึ่งเป็นผลดีต่อธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม
* **การเติบโตของช่องทางออนไลน์:** การเพิ่มยอดขายทางออนไลน์ในธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูปเป็นโอกาสในการขยายฐานลูกค้า
* **การลงทุนในบริษัทร่วม:** ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจากบริษัทร่วมบ่งชี้ถึงศักยภาพการเติบโตของธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ:** แม้ปัจจุบันจะบริหารจัดการได้ แต่ต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวนอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในอนาคต
* **การแข่งขันในธุรกิจอาหาร:** ธุรกิจอาหารมีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งการตลาดและอัตรากำไร
* **อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น:** ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอาจกดดันผลกำไรในระยะยาว
* **ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ:** สภาวะเศรษฐกิจโลกและภายในประเทศที่อาจชะลอตัว ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและปริมาณการใช้บริการคลังสินค้า
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม:** จะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **ทิศทางรายได้ธุรกิจคลังสินค้า:** จะมีสัญญาณการฟื้นตัว หรือยังคงเผชิญแรงกดดันต่อไป
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ
* **ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ย:** ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลต่อกำไรสุทธิมากน้อยเพียงใด
* **การเติบโตจากบริษัทร่วม:** ศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในบริษัทร่วม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
**ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม:** เป็นพระเอกในไตรมาสนี้ โดยมีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นถึง 34% หรือ 211 ล้านบาท เป็น 832 ล้านบาท ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าได้รับแรงหนุนจากการคลี่คลายของสถานการณ์โควิด-19 ทำให้การบริโภคกลับมาคึกคัก การเติบโตนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทพลิกกลับมามีกำไรได้ แม้ว่าต้นทุนในการขายสินค้าจะเพิ่มขึ้น 39% หรือ 109 ล้านบาท เป็น 391 ล้านบาท แต่สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้รวมยังคงอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ที่ 38.22%
**ธุรกิจคลังสินค้าและท่าเทียบเรือ:** ยังคงเผชิญความท้าทาย โดยมีรายได้จากการให้บริการลดลง 6% หรือ 6 ล้านบาท เป็น 90 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงสภาวะตลาดที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ สัดส่วนต้นทุนในการบริการต่อรายได้รวมลดลงจาก 7.25% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 5.48% ในปีนี้ ซึ่งแสดงถึงความพยายามในการบริหารจัดการต้นทุนบริการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
**ธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูป:** มีการเติบโตเล็กน้อย 9% หรือ 5 ล้านบาท เป็น 62 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเพิ่มยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งเป็นทิศทางที่สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบัน
**รายได้อื่น:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 54% หรือ 14 ล้านบาท เป็น 40 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากรายได้จากการขายบัตรสมาชิก รายได้จากการรับจ้างออกแบบของเกรฮาวด์ แฟชั่น และกำไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการกระจายแหล่งรายได้ที่หลากหลายขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 7,726 ล้านบาท ลดลง 2.97% จากสิ้นปี 2565 โดยมีหนี้สินรวม 4,998 ล้านบาท ลดลง 4.53% ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.83 เท่า ลดลงจาก 1.92 เท่า ณ สิ้นปี 2565 ซึ่งฝ่ายจัดการประเมินว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับบริษัท การลดลงของสินทรัพย์และหนี้สินอาจสะท้อนถึงการบริหารจัดการโครงสร้างทางการเงินและการชำระคืนหนี้บางส่วน
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระแสเงินสดโดยตรง แต่การลดลงของหนี้สินรวมอาจบ่งชี้ถึงการบริหารกระแสเงินสดที่เพียงพอต่อการชำระหนี้ หรือการปรับโครงสร้างหนี้
## สรุปท้าย
SST พลิกเกมกลับมามีกำไรในไตรมาส 1 ปี 2566 ด้วยแรงขับเคลื่อนหลักจากธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังโควิด-19 ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ แม้ธุรกิจคลังสินค้าจะยังคงเผชิญความท้าทาย แต่การเติบโตของธุรกิจอาหารและส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเป็นสัญญาณบวกที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจอาหารอย่างต่อเนื่อง ความสามารถในการพลิกฟื้นของธุรกิจคลังสินค้า และผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SST ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
653.43
ล้านบาท
↓ 22.5% YoY
กำไรขั้นต้น
356.34
ล้านบาท
↓ 27.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
54.53
%
กำไรสุทธิ
-245.22
ล้านบาท
↑ 173.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-37.53
%
D/E Ratio
2.76
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
653
↓ -22.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
356
↓ -27.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-245
↑ + 173.8%
YoY
D/E Ratio
2.76
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SST
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.76
ROE (%)
-31.74
ROA (%)
-8.59
Book Value/หุ้น
2.23
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SST
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-306
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+15
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SST
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
-305.88
+34.70%
|
-227.08
-14.82%
|
-266.59
-489.35%
|
68.47
-148.99%
|
-139.77
-125.97%
|
538.23
+166.66%
|
201.84
-13.05%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
15.46
+33.05%
|
11.62
-92.76%
|
160.52
-61.44%
|
416.28
+317.70%
|
99.66
-134.86%
|
-285.87
+57.95%
|
-180.99
-164.73%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
92.47
-17.74%
|
112.41
-78.52%
|
523.32
-963.71%
|
-60.59
-76.72%
|
-260.28
+62.44%
|
-160.23
+113.19%
|
-75.16
-85.06%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
-109.39
+210.86%
|
-35.19
-107.55%
|
466.25
+14.04%
|
408.86
-270.99%
|
-239.11
-374.02%
|
87.26
-265.74%
|
-52.65
-405.93%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
104.76
-32.46%
|
155.11
-65.70%
|
452.19
+40.83%
|
321.08
+21.91%
|
263.37
+49.55%
|
176.11
-23.02%
|
228.76
+8.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
122.00
+16.46%
|
104.76
-32.46%
|
155.11
-65.70%
|
452.19
+40.83%
|
321.08
+21.91%
|
263.37
+49.55%
|
176.11
-23.02%
|