บริษัท ทรัพย์ศรีไทย จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
1.02
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4155 out_tok=2558 at=2026-07-26T06:34:04 -->
# SST พลิกขาดทุนหนัก Q3/2564 รับผลกระทบปิดเมือง ฉุดรายได้อาหาร-เสื้อผ้าดิ่ง
## รายได้อาหาร-เสื้อผ้าทรุด 36-41% จากล็อกดาวน์ ขณะที่ต้นทุน-ค่าใช้จ่ายลดตาม แต่ค่าใช้จ่ายบริหารพุ่ง ดันผลขาดทุนสุทธิบานปลาย
บริษัท ทรัพย์ศรีไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SST รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 พลิกขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 45.04 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 18.10 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายสินค้าในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม และเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากการประกาศปิดเมืองของภาครัฐ ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการอ่อนตัวลงอย่างมาก แม้จะมีการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายที่ลดลงตามยอดขายก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตราผลขาดทุนสุทธิของ SST ในไตรมาส 3 ปี 2564 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (ขาดทุนเพิ่มขึ้น 26.94 ล้านบาท หรือ 149% YoY) มาจาก **การหดตัวอย่างรุนแรงของรายได้ในกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มและเสื้อผ้าสำเร็จรูป** ซึ่งเป็นธุรกิจหลักที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการประกาศปิดเมืองและมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การประกาศปิดเมืองในช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม 2564 ส่งผลให้ยอดขายในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มลดลง 197 ล้านบาท หรือ 36% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่กลุ่มเสื้อผ้าสำเร็จรูปมียอดขายลดลง 16 ล้านบาท หรือ 41% เมื่อเทียบกับปีก่อน การลดลงของรายได้นี้ส่งผลกระทบต่อภาพรวมของบริษัทฯ แม้ว่าต้นทุนขายสินค้าและบริการ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายจะลดลงตามยอดขายที่ลดลงก็ตาม อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการบริหารกลับปรับเพิ่มขึ้น 15 ล้านบาท หรือ 17% โดยส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ของร้านอาหารสาขาในต่างประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ซ้ำเติมผลประกอบการให้ขาดทุนเพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร การหดตัวของรายได้ในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มและเสื้อผ้าสำเร็จรูปมีสาเหตุหลักมาจากมาตรการปิดเมือง ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบเป็นช่วงเวลา การที่รัฐบาลมีการผ่อนคลายมาตรการและเปิดเมืองมากขึ้นในช่วงปลายไตรมาส 3 และต่อเนื่องมาถึงไตรมาส 4 อาจส่งผลให้สถานการณ์ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการไม่ได้ให้ Guidance ที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มในอนาคต แต่การระบุว่าสาเหตุหลักมาจากการปิดเมืองบ่งชี้ว่าเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ผลประกอบการในส่วนนี้มีโอกาสฟื้นตัวได้
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 149% YoY:** บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีผลขาดทุนสุทธิ 45.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 18.10 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้อาหารและเครื่องดื่มหดตัว 36%:** ยอดขายกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มลดลง 197 ล้านบาท เป็นผลจากการประกาศปิดเมือง
* **รายได้เสื้อผ้าสำเร็จรูปหดตัว 41%:** ยอดขายกลุ่มเสื้อผ้าสำเร็จรูปลดลง 16 ล้านบาท จากผลกระทบมาตรการปิดเมืองเช่นกัน
* **ต้นทุนและค่าใช้จ่ายขายลดลงตามยอดขาย:** ต้นทุนขายสินค้าลดลง 16% และค่าใช้จ่ายขายและจัดจำหน่ายลดลง 21%
* **ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น 17%:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 15 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากร้านอาหารในต่างประเทศ
* **D/E Ratio ปรับเพิ่มขึ้น:** อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.60 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 1.48 เท่าในปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัท ทรัพย์ศรีไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SST มีผลขาดทุนสุทธิ 45.04 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 18.10 ล้านบาท คิดเป็นการขาดทุนที่เพิ่มขึ้น 26.94 ล้านบาท หรือ 149% โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายและให้บริการที่ลดลง โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่ลดลง 36% และกลุ่มเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่ลดลง 41% ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากการประกาศปิดเมืองของรัฐบาลในช่วงดังกล่าว แม้ว่าต้นทุนขายสินค้าและบริการ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายจะลดลงตามยอดขายที่ลดลง แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารกลับปรับเพิ่มขึ้น 17% ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการอ่อนตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ
## โอกาส
* **การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19:** การที่รัฐบาลทยอยผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์และเปิดเมืองมากขึ้น อาจส่งผลดีต่อการฟื้นตัวของยอดขายในกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มและเสื้อผ้าสำเร็จรูปในไตรมาสถัดไป
* **ธุรกิจคลังสินค้าและท่าเทียบเรือ:** ธุรกิจนี้ยังคงมีรายได้คงที่ 98 ล้านบาท ไม่เปลี่ยนแปลงจากปีก่อน แสดงถึงความมั่นคงของรายได้จากส่วนงานนี้
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของการแพร่ระบาดโควิด-19:** การกลับมาระบาดระลอกใหม่ หรือการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส อาจนำไปสู่การกลับมาตรึงมาตรการควบคุมที่เข้มงวดอีกครั้ง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มและเสื้อผ้า
* **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** การที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไรในระยะยาว หากไม่สามารถควบคุมหรือบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ที่เพิ่มขึ้น:** การที่ D/E Ratio ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 1.60 เท่า อาจสะท้อนถึงภาระหนี้สินที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อความสามารถในการกู้ยืมหรือต้นทุนทางการเงินในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้กลุ่มอาหารและเครื่องดื่มและเสื้อผ้าสำเร็จรูป:** การฟื้นตัวของยอดขายในกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการปิดเมือง
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** ความสามารถของฝ่ายจัดการในการควบคุมและลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้
* **ผลกระทบจากการเปิดเมืองต่อการบริโภค:** การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคหลังการผ่อนคลายมาตรการ
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** แนวโน้ม D/E Ratio และความสามารถในการชำระหนี้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
สำหรับกลุ่มธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารของ SST ในไตรมาส 3 ปี 2564 พบว่ามีผลกระทบอย่างหนักจากสถานการณ์โควิด-19 โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มและเสื้อผ้าสำเร็จรูป รายได้จากการขายในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มลดลงถึง 36% หรือ 197 ล้านบาท และกลุ่มเสื้อผ้าสำเร็จรูปก็ลดลง 41% หรือ 16 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการประกาศปิดเมืองของรัฐบาลในช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม 2564 ที่ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและการบริโภคชะลอตัวลงอย่างมาก
แม้ว่าต้นทุนในการขายสินค้าจะลดลง 16% หรือ 36 ล้านบาท และต้นทุนในการบริการลดลง 5% หรือ 3 ล้านบาท ตามยอดขายที่ลดลง แต่สัดส่วนต้นทุนในการขายสินค้าต่อรายได้รวมกลับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 30.01% เป็น 30.43% ในขณะที่สัดส่วนต้นทุนในการบริการต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้นจาก 8.53% เป็น 9.76% ซึ่งอาจสะท้อนถึงการบริหารต้นทุนที่ยังไม่สามารถปรับลดลงได้ทันกับยอดขายที่ลดลงอย่างรวดเร็ว
ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายลดลง 21% หรือ 69 ล้านบาท สอดคล้องกับยอดขายที่ลดลง ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายต่อรายได้รวมลดลงจาก 45.50% เป็น 43.55% ซึ่งถือเป็นการบริหารจัดการที่ดี อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการบริหารกลับเพิ่มขึ้น 17% หรือ 15 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ของร้านอาหารสาขาในต่างประเทศ ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 11.87% เป็น 16.72% ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันผลประกอบการให้ขาดทุนเพิ่มขึ้น
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมลดลง 20% หรือ 1 ล้านบาท และต้นทุนทางการเงินลดลง 12% หรือ 6 ล้านบาท จากการไถ่ถอนหุ้นกู้ที่ครบกำหนด
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 6,905 ล้านบาท ลดลง 59 ล้านบาท หรือ 1% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2563 โดยมีหนี้สินรวม 4,251 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 100 ล้านบาท หรือ 2% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2563 การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่วนใหญ่มาจากการไถ่ถอนหุ้นกู้เดิมที่ครบกำหนดในเดือนกรกฎาคม 2564 ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.60 เท่า เพิ่มขึ้น 0.12 เท่า หรือ 8% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2563 ที่ 1.48 เท่า
## สรุปท้าย
หัวใจหลักที่ทำให้ SST พลิกขาดทุนหนักในไตรมาส 3 ปี 2564 คือผลกระทบจากการปิดเมืองที่ฉุดรายได้กลุ่มอาหารและเครื่องดื่มและเสื้อผ้าสำเร็จรูปให้ดิ่งลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายขายที่ลดลงตามยอดขาย แต่ค่าใช้จ่ายบริหารที่เพิ่มขึ้นก็เป็นปัจจัยซ้ำเติม อย่างไรก็ตาม การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 เป็นโอกาสสำคัญในการฟื้นตัวของธุรกิจในระยะถัดไป แต่ยังคงต้องจับตาความเสี่ยงจากการระบาดที่อาจกลับมา และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารอย่างใกล้ชิด.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SST ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
653.43
ล้านบาท
↓ 22.5% YoY
กำไรขั้นต้น
356.34
ล้านบาท
↓ 27.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
54.53
%
กำไรสุทธิ
-245.22
ล้านบาท
↑ 173.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-37.53
%
D/E Ratio
2.76
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
653
↓ -22.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
356
↓ -27.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-245
↑ + 173.8%
YoY
D/E Ratio
2.76
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SST
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.76
ROE (%)
-31.74
ROA (%)
-8.59
Book Value/หุ้น
2.23
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SST
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-306
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+15
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SST
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
-305.88
+34.70%
|
-227.08
-14.82%
|
-266.59
-489.35%
|
68.47
-148.99%
|
-139.77
-125.97%
|
538.23
+166.66%
|
201.84
-13.05%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
15.46
+33.05%
|
11.62
-92.76%
|
160.52
-61.44%
|
416.28
+317.70%
|
99.66
-134.86%
|
-285.87
+57.95%
|
-180.99
-164.73%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
92.47
-17.74%
|
112.41
-78.52%
|
523.32
-963.71%
|
-60.59
-76.72%
|
-260.28
+62.44%
|
-160.23
+113.19%
|
-75.16
-85.06%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
-109.39
+210.86%
|
-35.19
-107.55%
|
466.25
+14.04%
|
408.86
-270.99%
|
-239.11
-374.02%
|
87.26
-265.74%
|
-52.65
-405.93%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
104.76
-32.46%
|
155.11
-65.70%
|
452.19
+40.83%
|
321.08
+21.91%
|
263.37
+49.55%
|
176.11
-23.02%
|
228.76
+8.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
122.00
+16.46%
|
104.76
-32.46%
|
155.11
-65.70%
|
452.19
+40.83%
|
321.08
+21.91%
|
263.37
+49.55%
|
176.11
-23.02%
|