บริษัท ศูนย์บริการเหล็กสยาม จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
2.30
0.02 (0.86%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3406 out_tok=2244 at=2026-07-26T06:37:55 -->
# SSSC ไตรมาส 3/2565 กำไรสุทธิหด 19.99% ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งกดดันมาร์จิ้น
## รายได้รวมโต 13.23% แต่ต้นทุนพุ่งสูงกว่า ส่งผลกำไรสุทธิลดลง ขณะที่ฝ่ายจัดการระบุปัจจัยหลักจากราคาเหล็กและค่าใช้จ่ายการผลิตที่เพิ่มขึ้น
บริษัท ศูนย์บริการเหล็กสยาม จำกัด (มหาชน) หรือ SSSC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 63.64 ล้านบาท ลดลง 19.99% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายและงานติดตั้งจะเติบโตได้ดี แต่ต้นทุนขายและบริการที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิโดยรวม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ SSSC ในไตรมาส 3 ปี 2565 ปรับตัวลดลง 19.99% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คือ **ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่เร็วกว่ารายได้จากการขาย** โดยต้นทุนดังกล่าวเพิ่มขึ้น 17.62% ขณะที่รายได้จากการขายและงานติดตั้งเพิ่มขึ้น 13.23% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นถูกกดดัน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า **ราคาวัตถุดิบเหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้นตามสภาวะตลาด** เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ **ค่าใช้จ่ายในการผลิตที่สูงขึ้น** เช่น เงินเดือน ค่าล่วงเวลา ค่าสวัสดิการ ค่าแรงผู้รับเหมา ค่าขนส่ง และค่าหีบห่อ ก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนโดยรวม แม้ว่าราคาเหล็กที่สูงขึ้นจะส่งผลดีต่อรายได้จากการขายและงานติดตั้ง รวมถึงค่าบริการตัดเหล็กที่เพิ่มขึ้น 25.97% แต่การปรับราคาสินค้าทำได้ยากในภาวะตลาดที่มีการแข่งขันสูง ทำให้ไม่สามารถผลักภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปให้ลูกค้าได้ทั้งหมด
นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายก็ปรับตัวเพิ่มขึ้น 18.84% โดยมีปัจจัยจากเงินเดือน ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ค่าน้ำมัน และค่าขนส่ง ขณะที่ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.92% โดยมีปัจจัยจากเงินเดือนและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง การที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นยังส่งผลให้ต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในอุตสาหกรรมโดยรวมเพิ่มขึ้นอีกด้วย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าราคาเหล็กปรับตัวสูงขึ้นตามสภาวะตลาด ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงความผันผวนของราคาวัตถุดิบในอนาคต แต่ก็ไม่ได้ให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มราคาวัตถุดิบในระยะถัดไป นอกจากนี้ การแข่งขันที่สูงและการปรับราคาสินค้าทำได้ยากเป็นข้อจำกัดที่อาจส่งผลต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมก่อสร้างที่ปรับตัวดีขึ้นจากการมีงานปรับปรุงอาคารเพิ่มขึ้น อาจเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนรายได้ในอนาคตได้ แต่ต้องจับตาดูว่า SSSC จะสามารถบริหารจัดการต้นทุนและปรับกลยุทธ์การตั้งราคาเพื่อรักษาอัตรากำไรได้มากน้อยเพียงใด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 19.99%** อยู่ที่ 63.64 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2565 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
* **รายได้จากการขายและงานติดตั้งเพิ่มขึ้น 13.23%** เป็นผลจากราคาเหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้นตามสภาวะตลาด
* **ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 17.62%** โดยมีปัจจัยหลักจากราคาวัตถุดิบเหล็กที่สูงขึ้น และค่าใช้จ่ายในการผลิตที่เพิ่มขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 18.84%** จากเงินเดือน ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ค่าน้ำมัน และค่าขนส่ง
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 64.73%** เนื่องจากยอดเงินกู้ที่เพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท ศูนย์บริการเหล็กสยาม จำกัด (มหาชน) หรือ SSSC มีรายได้จากการขายและงานติดตั้งรวม 1,281.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากราคาเหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 17.62% เป็น 1,138.08 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นและค่าใช้จ่ายในการผลิตที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง เมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้น 18.84% และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น 64.73% ทำให้กำไรสุทธิสำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 อยู่ที่ 63.64 ล้านบาท ลดลง 19.99% เมื่อเทียบกับ 79.54 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2564
## โอกาส
* **อุตสาหกรรมก่อสร้างปรับตัวดีขึ้น:** มีงานปรับปรุงอาคารเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลดีต่อปริมาณการขายและการให้บริการของบริษัท
* **ราคาเหล็กที่สูงขึ้น:** แม้จะเป็นปัจจัยกดดันต้นทุน แต่ก็ส่งผลดีต่อรายได้จากการขายและงานติดตั้ง รวมถึงค่าบริการตัดเหล็กที่เพิ่มขึ้น
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันสูงในตลาดเหล็ก:** ทำให้การปรับราคาสินค้าทำได้ยาก ซึ่งเป็นข้อจำกัดในการส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
* **ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจ:** อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
* **ต้นทุนวัตถุดิบผันผวน:** ราคาเหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนขายและบริการ
* **ต้นทุนพลังงานสูง:** ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นส่งผลให้ต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น
* **ภาระต้นทุนทางการเงิน:** ยอดเงินกู้ที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบเหล็ก:** ทิศทางราคาเหล็กในตลาดโลกและในประเทศจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อต้นทุนและรายได้
* **ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุน:** กลยุทธ์ของบริษัทในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการผลิตและค่าใช้จ่ายในการขาย
* **การปรับกลยุทธ์การตั้งราคา:** ความยืดหยุ่นในการปรับราคาขายเพื่อสะท้อนต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงไป
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมก่อสร้าง:** การเติบโตของภาคก่อสร้างจะส่งผลต่อปริมาณคำสั่งซื้อ
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะไม่ได้ระบุในเอกสาร แต่การนำเข้าวัตถุดิบอาจได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาท
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล utilization rate โดยตรง แต่การที่รายได้จากการขายและงานติดตั้งเพิ่มขึ้น 13.23% บ่งชี้ว่ามีการใช้กำลังการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล order book โดยตรง แต่การที่อุตสาหกรรมก่อสร้างปรับตัวดีขึ้นอาจเป็นสัญญาณที่ดีต่อการมีคำสั่งซื้อในอนาคต
* **ราคาวัตถุดิบ (ASP):** ราคาเหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อรายได้จากการขายและงานติดตั้ง โดยมีผลให้รายได้ส่วนนี้เพิ่มขึ้น
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ถูกกดดันจากการที่ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้
* **ส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลการส่งออกโดยตรง
* **ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง
* **สินค้าคงคลัง:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารระบุเพียงว่า **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 1.75 ล้านบาท คิดเป็นเพิ่มขึ้นร้อยละ 64.73 เนื่องจากยอดเงินกู้ที่เพิ่มขึ้น** ซึ่งบ่งชี้ว่าบริษัทมีการกู้ยืมเพิ่มขึ้นเพื่อใช้ในการดำเนินงานหรือขยายธุรกิจ แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับสินทรัพย์ หนี้สิน หรือกระแสเงินสดโดยรวม
## สรุปท้าย
SSSC เผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนในไตรมาส 3 ปี 2565 จากราคาวัตถุดิบเหล็กและค่าใช้จ่ายในการผลิตที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง แม้รายได้จะเติบโตได้จากราคาเหล็กที่สูงขึ้น แต่การแข่งขันที่รุนแรงทำให้ไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้ทั้งหมด ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจและราคาวัตถุดิบยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตา ขณะที่การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมก่อสร้างอาจเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ในอนาคต แต่บริษัทต้องบริหารจัดการต้นทุนและกลยุทธ์ราคาอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SSSC ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
1,075.62
ล้านบาท
↓ 12.8% YoY
กำไรขั้นต้น
130.37
ล้านบาท
↓ 26.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
12.12
%
กำไรสุทธิ
32.25
ล้านบาท
↓ 55.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.00
%
D/E Ratio
0.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,076
↓ -12.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
130
↓ -26.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
32
↓ -55.7%
YoY
D/E Ratio
0.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SSSC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.20
ROE (%)
5.27
ROA (%)
5.83
Book Value/หุ้น
5.35
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SSSC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-784
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+53
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SSSC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-784.25
-428.28%
|
238.90
-158.28%
|
-409.94
+71.63%
|
-238.85
-175.04%
|
318.31
-48.74%
|
620.94
+40.23%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
53.17
+208.05%
|
17.26
-49.94%
|
34.48
+97.37%
|
17.47
+1,563.81%
|
1.05
-103.55%
|
-29.61
-32.89%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
484.01
-348.01%
|
-195.16
-149.71%
|
392.58
+1,138.81%
|
31.69
-347.00%
|
-12.83
-96.09%
|
-328.06
-10.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-251.33
-500.33%
|
62.78
+213.27%
|
20.04
-110.67%
|
-187.84
+833.13%
|
-20.13
-107.64%
|
263.54
+669.01%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
-100.00%
|
149.72
-0.45%
|
150.40
+30.50%
|
115.25
-70.94%
|
396.62
+198.05%
|
133.07
+34.67%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
209.45
+39.89%
|
149.72
-0.45%
|
150.40
+30.50%
|
115.25
-70.94%
|
396.62
+198.05%
|