บริษัท ศูนย์บริการเหล็กสยาม จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
2.30
0.02 (0.86%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4224 out_tok=1907 at=2026-07-26T06:19:36 -->
# SSSC กำไร Q1/2565 พุ่ง 59% รับอานิสงส์เศรษฐกิจฟื้น-ราคาเหล็กสูง
## รายได้-กำไรโตตามการผ่อนคลายมาตรการรัฐ เอกชนเดินหน้าธุรกิจปกติ หนุนอุตสาหกรรมยานยนต์-เครื่องใช้ไฟฟ้าขยายตัว
บริษัท ศูนย์บริการเหล็กสยาม จำกัด (มหาชน) หรือ SSSC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 76.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.61 ล้านบาท หรือ 59.46% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ของภาครัฐและการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ส่งผลให้ภาคเอกชนดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ และอุตสาหกรรมยานยนต์กับเครื่องใช้ไฟฟ้ามีการขยายตัว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SSSC ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การฟื้นตัวของอุปสงค์ในภาคเอกชนจากการผ่อนคลายมาตรการของภาครัฐ ประกอบกับการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาเหล็ก** ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายและบริการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
การผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ของภาครัฐและการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ทำให้ภาคเอกชนสามารถดำเนินธุรกิจได้ตามปกติมากขึ้น บริษัทฯ ได้เพิ่มช่องทางการค้าเพื่อเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น ส่งผลให้อุตสาหกรรมยานยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้ามีการขยายตัว ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่หนุนให้รายได้จากการขายและงานติดตั้งเพิ่มขึ้น 339.18 ล้านบาท หรือ 34.65% และรายได้จากค่าบริการตัดเหล็กเพิ่มขึ้น 10.81 ล้านบาท หรือ 13.76% นอกจากนี้ ราคาเหล็กที่สูงขึ้นยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยผลักดันยอดขายและบริการให้เติบโตตามไปด้วย
แม้ว่าต้นทุนขายและบริการจะเพิ่มขึ้น 304.08 ล้านบาท หรือ 32.45% ส่วนใหญ่มาจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น และค่าใช้จ่ายในการผลิตที่เพิ่มขึ้น เช่น ค่าสวัสดิการ ค่าหีบห่อ และค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้ที่มากกว่าการเพิ่มขึ้นของต้นทุน ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่คุมได้ดี ทำให้บริษัทฯ สามารถทำกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นได้ถึง 59.46%
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าการผ่อนคลายมาตรการและเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจจะเป็นปัจจัยบวกในระยะสั้น แต่การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมก่อสร้างที่ยังคงชะลอตัว และความผันผวนของราคาวัตถุดิบ (เหล็ก) ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การเพิ่มขึ้นของรายได้จากราคาเหล็กที่สูงขึ้นอาจเป็นลักษณะครั้งคราว หากราคาเหล็กปรับลดลงในอนาคต อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายและอัตรากำไรได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเติบโต 59.46%** แตะ 76.72 ล้านบาท จาก 48.11 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2564
* **รายได้จากการขายและงานติดตั้งเพิ่มขึ้น 34.65%** เป็นผลจากการผ่อนคลายมาตรการรัฐและภาคเอกชนดำเนินธุรกิจปกติ
* **ต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น** ส่งผลให้ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 32.45%
* **อุตสาหกรรมยานยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้าขยายตัว** หนุนยอดขาย ขณะที่อุตสาหกรรมก่อสร้างยังชะลอตัว
* **ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 102.78%** จากยอดเงินกู้ที่เพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทฯ มีผลกำไรสุทธิสำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2565 อยู่ที่ 76.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.61 ล้านบาท หรือ 59.46% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 48.11 ล้านบาท รายได้จากการขายและบริการรวมเพิ่มขึ้น 339.18 ล้านบาท หรือ 34.65% เป็นผลมาจากการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ของภาครัฐและการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ทำให้ภาคเอกชนดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ขยายตัว แม้ว่าต้นทุนขายและบริการจะเพิ่มขึ้นตามราคาวัตถุดิบ แต่การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายส่วนอื่นช่วยให้บริษัทฯ สามารถรักษาอัตรากำไรและเพิ่มกำไรสุทธิได้
## โอกาส
* การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการดำเนินธุรกิจตามปกติของภาคเอกชน
* การเพิ่มช่องทางการค้าเพื่อเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น
* การขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้า
## ความเสี่ยง
* อุตสาหกรรมก่อสร้างยังคงชะลอตัว
* ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ (เหล็ก)
* ต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมก่อสร้าง
* ทิศทางราคาเหล็กในตลาดโลกและผลกระทบต่อต้นทุนและราคาขาย
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการผลิต
* การขยายช่องทางการค้าและการเข้าถึงลูกค้าใหม่ๆ
* ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน (หากมีข้อมูลเพิ่มเติม)
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายและบริการ บ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การที่ภาคเอกชนดำเนินธุรกิจตามปกติและมีการทำการตลาดเพิ่มช่องทาง คาดว่าจะมีคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาเหล็กที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยอดขายและบริการเพิ่มขึ้น แต่ก็เป็นปัจจัยกดดันต้นทุนขายและบริการเช่นกัน
* **GPM (Gross Profit Margin):** เอกสารไม่ได้ระบุ GPM โดยตรง แต่การที่ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นในอัตราที่ใกล้เคียงกับการเพิ่มขึ้นของรายได้ (32.45% vs 34.65%) บ่งชี้ว่า GPM อาจทรงตัวหรือปรับลดลงเล็กน้อย
* **ส่งออก:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงสัดส่วนการส่งออก
* **ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 102.78%** จาก 1.42 ล้านบาท เป็น 2.86 ล้านบาท (คำนวณจาก 1.44 ล้านบาทที่เพิ่มขึ้น) ซึ่งสอดคล้องกับยอดเงินกู้ที่เพิ่มขึ้น เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับสินทรัพย์ หนี้สิน หรือกระแสเงินสดโดยตรง
## สรุปท้าย
SSSC โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 เติบโตโดดเด่น กำไรสุทธิพุ่ง 59.46% จากการฟื้นตัวของอุปสงค์ในภาคเอกชนหลังการผ่อนคลายมาตรการรัฐ และการปรับตัวขึ้นของราคาเหล็กที่ช่วยหนุนรายได้ แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะสูงขึ้น แต่การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่ดีช่วยรักษาความสามารถในการทำกำไร อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มอุตสาหกรรมก่อสร้างที่ยังชะลอตัว และความผันผวนของราคาเหล็ก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SSSC ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
1,075.62
ล้านบาท
↓ 12.8% YoY
กำไรขั้นต้น
130.37
ล้านบาท
↓ 26.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
12.12
%
กำไรสุทธิ
32.25
ล้านบาท
↓ 55.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.00
%
D/E Ratio
0.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,076
↓ -12.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
130
↓ -26.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
32
↓ -55.7%
YoY
D/E Ratio
0.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SSSC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.20
ROE (%)
5.27
ROA (%)
5.83
Book Value/หุ้น
5.35
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SSSC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-784
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+53
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SSSC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-784.25
-428.28%
|
238.90
-158.28%
|
-409.94
+71.63%
|
-238.85
-175.04%
|
318.31
-48.74%
|
620.94
+40.23%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
53.17
+208.05%
|
17.26
-49.94%
|
34.48
+97.37%
|
17.47
+1,563.81%
|
1.05
-103.55%
|
-29.61
-32.89%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
484.01
-348.01%
|
-195.16
-149.71%
|
392.58
+1,138.81%
|
31.69
-347.00%
|
-12.83
-96.09%
|
-328.06
-10.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-251.33
-500.33%
|
62.78
+213.27%
|
20.04
-110.67%
|
-187.84
+833.13%
|
-20.13
-107.64%
|
263.54
+669.01%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
-100.00%
|
149.72
-0.45%
|
150.40
+30.50%
|
115.25
-70.94%
|
396.62
+198.05%
|
133.07
+34.67%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
209.45
+39.89%
|
149.72
-0.45%
|
150.40
+30.50%
|
115.25
-70.94%
|
396.62
+198.05%
|