บริษัท ศูนย์บริการเหล็กสยาม จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
2.30
0.02 (0.86%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3521 out_tok=2360 at=2026-07-27T12:54:30 -->
# SSSC Q2/2564 กำไรพุ่ง 391% รับอานิสงส์อุตสาหกรรมยานยนต์ฟื้น-ราคาเหล็กสูง
## รายได้-กำไรโตแรง YoY หลังการผลิตกลับมาเดินหน้า ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบยังเป็นปัจจัยกดดัน
บริษัท ศูนย์บริการเหล็กสยาม จำกัด (มหาชน) หรือ SSSC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 47.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 391.29% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายและการติดตั้งที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ประกอบกับการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะปรับตัวสูงขึ้น แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SSSC ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **การฟื้นตัวของรายได้จากการขายและงานติดตั้งที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 73.42%** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตถึง 391.29% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบจะปรับตัวสูงขึ้น แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ได้ดีขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้มาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ:
* **การกลับมาดำเนินการผลิตของอุตสาหกรรมยานยนต์:** ในไตรมาส 2 ปี 2563 อุตสาหกรรมยานยนต์ต้องหยุดการผลิตเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างรุนแรง ส่งผลให้ยอดขายลดลง แต่ในไตรมาส 2 ปี 2564 แม้สถานการณ์โควิด-19 ยังคงมีอยู่ แต่ธุรกิจยานยนต์ยังคงสามารถดำเนินต่อไปได้โดยไม่มีการหยุดการผลิตเหมือนปีก่อน
* **ราคาเหล็กที่สูงขึ้น:** ราคาเหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลดีต่อรายได้จากการขาย
* **การฟื้นตัวของธุรกิจก่อสร้าง:** คำสั่งซื้อในธุรกิจก่อสร้างที่เคยชะลอตัวในปีที่แล้ว ได้กลับเข้ามาในปีนี้ แม้จะมีการหยุดชะงักบ้างตามประกาศของภาครัฐ แต่ก็ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการต่อได้
นอกจากนี้ ค่าบริการตัดเหล็กยังเพิ่มขึ้นถึง 130.83% ซึ่งสนับสนุนรายได้รวมให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง แม้ต้นทุนขายและบริการจะเพิ่มขึ้น 64.37% ส่วนใหญ่มาจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้ก็สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ และบริษัทฯ ยังสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยกดดัน**
จากข้อมูลในเอกสาร การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์และการกลับมาของคำสั่งซื้อในภาคก่อสร้างเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังคงมีอยู่และความผันผวนของราคาวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ฝ่ายจัดการไม่ได้ระบุถึงแนวโน้มที่ชัดเจนว่าจะต่อเนื่องไปในทิศทางใด แต่การที่ธุรกิจหลักกลับมาดำเนินการได้ตามปกติ ถือเป็นสัญญาณที่ดี
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/2564 พุ่ง 391.29% YoY** แตะระดับ 47.52 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายและงานติดตั้งโต 73.42% YoY** จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์และภาคก่อสร้าง
* **ค่าบริการตัดเหล็กเพิ่มขึ้น 130.83% YoY** สนับสนุนรายได้รวม
* **ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น 64.37% YoY** เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไร แต่รายได้ที่เพิ่มขึ้นช่วยชดเชยได้
* **ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 58.04% YoY** ส่วนใหญ่จากเงินเดือน ค่าสวัสดิการ และค่าขนส่ง
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง 16.24% YoY** จากยอดเงินกู้เฉลี่ยที่ลดลง
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัท ศูนย์บริการเหล็กสยาม จำกัด (มหาชน) หรือ SSSC มีผลกำไรสุทธิ 47.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 391.29% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 9.67 ล้านบาท (คำนวณจาก 47.52 / 4.9129) รายได้จากการขายและงานติดตั้งเพิ่มขึ้น 73.42% เป็น 1,023.43 ล้านบาท (คำนวณจาก 433.36 / 0.7342 + 433.36) และค่าบริการตัดเหล็กเพิ่มขึ้น 130.83% เป็น 74.40 ล้านบาท (คำนวณจาก 42.20 / 1.3083 + 42.20) ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 64.37% เป็น 970.56 ล้านบาท (คำนวณจาก 380.16 / 0.6437 + 380.16) ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 34.87% เป็น 85.22 ล้านบาท (คำนวณจาก 22.02 / 0.3487 + 22.02) ต้นทุนทางการเงินลดลง 16.24% เป็น 1.44 ล้านบาท (คำนวณจาก 0.28 / 0.1624 + 0.28) ส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์:** การกลับมาผลิตอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มยอดขายและคำสั่งซื้อ
* **การกลับมาของภาคก่อสร้าง:** การที่ธุรกิจก่อสร้างกลับมามีคำสั่งซื้อเข้ามา จะช่วยสนับสนุนรายได้ของบริษัทฯ
* **ราคาเหล็กที่สูงขึ้น:** แม้จะเป็นต้นทุน แต่ก็ส่งผลดีต่อรายได้จากการขายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเหล็ก
## ความเสี่ยง
* **การแพร่ระบาดของโควิด-19:** สถานการณ์การระบาดที่ยังคงรุนแรงอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและการผลิตได้
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจกดดันอัตรากำไรหากไม่สามารถส่งผ่านไปยังราคาขายได้ทั้งหมด
* **การชะลอตัวของเศรษฐกิจ:** ปัจจัยลบทางเศรษฐกิจอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความต้องการสินค้าอุตสาหกรรม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการผลิตของอุตสาหกรรมยานยนต์ในไตรมาสถัดไป
* ทิศทางราคาเหล็กและวัตถุดิบหลัก
* การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายของบริษัทฯ
* ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ต่อการดำเนินงาน
* การกลับมาของคำสั่งซื้อในภาคก่อสร้าง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
**Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่การที่รายได้จากการขายและงานติดตั้งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บ่งชี้ว่าโรงงานมีการกลับมาเดินเครื่องจักรมากขึ้นเพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น
**Order Book:** แม้จะไม่ได้ระบุตัวเลข Order Book โดยตรง แต่การที่ธุรกิจก่อสร้างกลับมามีคำสั่งซื้อเข้ามา และอุตสาหกรรมยานยนต์ยังคงดำเนินการผลิต แสดงให้เห็นถึงการมีคำสั่งซื้อที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง
**ราคาวัตถุดิบ:** เอกสารระบุชัดเจนว่าต้นทุนวัตถุดิบมีราคาสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อต้นทุนขาย
**GPM (Gross Profit Margin):** เอกสารไม่ได้ระบุ GPM โดยตรง แต่การที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นในอัตราที่น้อยกว่ารายได้ (64.37% vs 73.42%) บ่งชี้ว่า GPM อาจมีการปรับตัวดีขึ้น หรืออย่างน้อยก็ไม่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน
**การส่งออก:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงการส่งออก
**ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
**สินค้าคงคลัง:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงระดับสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน และการจัดหาเงิน
## สรุปท้าย
SSSC ในไตรมาส 2 ปี 2564 กลับมาทำผลงานได้อย่างโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิเติบโตถึง 391.29% จากการฟื้นตัวของรายได้จากการขายและงานติดตั้งที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง จากอานิสงส์ของการกลับมาเดินหน้าผลิตของอุตสาหกรรมยานยนต์และคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นในภาคก่อสร้าง แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะปรับตัวสูงขึ้น แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากสถานการณ์โควิด-19 และความผันผวนของราคาวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SSSC ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
1,075.62
ล้านบาท
↓ 12.8% YoY
กำไรขั้นต้น
130.37
ล้านบาท
↓ 26.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
12.12
%
กำไรสุทธิ
32.25
ล้านบาท
↓ 55.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.00
%
D/E Ratio
0.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,076
↓ -12.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
130
↓ -26.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
32
↓ -55.7%
YoY
D/E Ratio
0.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SSSC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.20
ROE (%)
5.27
ROA (%)
5.83
Book Value/หุ้น
5.35
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SSSC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-784
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+53
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SSSC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-784.25
-428.28%
|
238.90
-158.28%
|
-409.94
+71.63%
|
-238.85
-175.04%
|
318.31
-48.74%
|
620.94
+40.23%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
53.17
+208.05%
|
17.26
-49.94%
|
34.48
+97.37%
|
17.47
+1,563.81%
|
1.05
-103.55%
|
-29.61
-32.89%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
484.01
-348.01%
|
-195.16
-149.71%
|
392.58
+1,138.81%
|
31.69
-347.00%
|
-12.83
-96.09%
|
-328.06
-10.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-251.33
-500.33%
|
62.78
+213.27%
|
20.04
-110.67%
|
-187.84
+833.13%
|
-20.13
-107.64%
|
263.54
+669.01%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
-100.00%
|
149.72
-0.45%
|
150.40
+30.50%
|
115.25
-70.94%
|
396.62
+198.05%
|
133.07
+34.67%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
209.45
+39.89%
|
149.72
-0.45%
|
150.40
+30.50%
|
115.25
-70.94%
|
396.62
+198.05%
|