บริษัท ศูนย์บริการเหล็กสยาม จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
2.30
0.02 (0.86%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3499 out_tok=2268 at=2026-07-26T06:33:54 -->
# SSSC Q3/2564 กำไรโต 309% รับอานิสงส์เศรษฐกิจฟื้น-ราคาเหล็กพุ่ง
## รายได้-กำไรพุ่งแรงตามการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์และราคาเหล็กที่สูงขึ้น ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้นตาม
บริษัท ศูนย์บริการเหล็กสยาม จำกัด (มหาชน) หรือ SSSC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 79.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 309.30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมยานยนต์และราคาเหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้รายได้จากการขายและงานติดตั้งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SSSC ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์และการปรับตัวสูงขึ้นของราคาเหล็ก** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้จากการขายและงานติดตั้ง
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักคือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการขายและงานติดตั้ง** ซึ่งเติบโตถึง 58.43% หรือ 417.93 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2563 ส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 309.30% หรือ 60.11 ล้านบาท ปัจจัยนี้เป็นผลมาจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์และการปรับตัวสูงขึ้นของราคาเหล็ก
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ในไตรมาส 3 ปี 2563 สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 รุนแรง ทำให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์ต้องหยุดการผลิต ส่งผลให้ยอดขายและค่าบริการตัดเหล็กลดลง แต่ในไตรมาส 3 ปี 2564 สถานการณ์การระบาดเริ่มคลี่คลายจากการฉีดวัคซีนที่เพิ่มขึ้น ทำให้ภาคธุรกิจมีความเชื่อมั่นและเศรษฐกิจขยายตัว ประกอบกับราคาเหล็กที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่สนับสนุนทั้งปริมาณการขายและราคาขายเฉลี่ย (ASP)
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการก็ปรับตัวสูงขึ้น 48.74% หรือ 339.43 ล้านบาท เนื่องมาจากทั้งปริมาณและราคาของวัตถุดิบที่สูงขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการผลิตที่เพิ่มขึ้น เช่น ค่าล่วงเวลา ค่าสวัสดิการ ค่าหีบห่อ และค่าบำรุงรักษาเครื่องจักร แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้สามารถชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นได้ ส่งผลให้ภาพรวมกำไรสุทธิเติบโตได้ดี
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยกดดัน**
จากสถานการณ์ที่ภาคธุรกิจเริ่มฟื้นตัวและเศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัว ประกอบกับราคาเหล็กที่ยังคงอยู่ในระดับสูง มีแนวโน้มที่จะสนับสนุนผลประกอบการของ SSSC ต่อไป อย่างไรก็ตาม ปัจจัยกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น และความไม่แน่นอนของการระบาดของโควิด-19 ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 309.30% YoY:** SSSC รายงานกำไรสุทธิ 79.54 ล้านบาท ในไตรมาส 3/2564 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 19.43 ล้านบาทในไตรมาส 3/2563
* **รายได้จากการขายและงานติดตั้งเติบโต 58.43%:** รายได้รวมเพิ่มขึ้น 417.93 ล้านบาท เป็นผลจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์และราคาเหล็กที่สูงขึ้น
* **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายการผลิตสูงขึ้น:** ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 48.74% ตามราคาและปริมาณวัตถุดิบ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการผลิตที่เพิ่มขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ปรับเพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยมีค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 20.60% และค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น 3.89%
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น:** เพิ่มขึ้น 140.77% จาก 1.12 ล้านบาท เป็น 2.70 ล้านบาท เนื่องจากยอดเงินกู้ที่เพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 79.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60.11 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 309.30 เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2563 ที่มีกำไรสุทธิ 19.43 ล้านบาท รายได้จากการขายและงานติดตั้งเพิ่มขึ้น 417.93 ล้านบาท หรือร้อยละ 58.43 และค่าบริการตัดเหล็กเพิ่มขึ้น 9.71 ล้านบาท หรือร้อยละ 16.55 ในขณะที่ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 339.43 ล้านบาท หรือร้อยละ 48.74
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์:** การที่สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายและการฉีดวัคซีนที่เพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์กลับมาดำเนินการผลิตได้มากขึ้น
* **ราคาเหล็กที่สูงขึ้น:** ราคาเหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นปัจจัยบวกที่สนับสนุนทั้งปริมาณการขายและราคาขายเฉลี่ย (ASP)
* **ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ:** การที่ภาคธุรกิจเกิดความเชื่อมั่นมากขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจโดยรวมมีแนวโน้มขยายตัว
## ความเสี่ยง
* **การแพร่ระบาดของโควิด-19:** แม้สถานการณ์จะดีขึ้น แต่การระบาดของโควิด-19 ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังและอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานได้
* **ต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวน:** ราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นและมีความผันผวน อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของบริษัทฯ หากไม่สามารถผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้ทั้งหมด
* **ค่าใช้จ่ายในการผลิตที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการผลิต เช่น ค่าล่วงเวลา ค่าสวัสดิการ และค่าบำรุงรักษาเครื่องจักรที่เพิ่มขึ้น อาจกดดันอัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในไตรมาสถัดไป
* ทิศทางราคาเหล็กในตลาดโลกและผลกระทบต่อราคาขายของ SSSC
* การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการผลิต
* ความสามารถในการส่งออกและผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน (หากมีข้อมูล)
* การบริหารจัดการสินค้าคงคลังให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายและงานติดตั้ง บ่งชี้ถึงการกลับมาดำเนินงานที่สูงขึ้นของอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งน่าจะส่งผลดีต่อ Utilization ของ SSSC
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์และการปรับตัวดีขึ้นของเศรษฐกิจเป็นสัญญาณบวกต่อการรับคำสั่งซื้อในอนาคต
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาเหล็กที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อทั้งรายได้และต้นทุนของ SSSC
* **GPM:** แม้เอกสารไม่ได้ระบุ GPM โดยตรง แต่การที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้ บ่งชี้ว่า GPM อาจมีการปรับตัวดีขึ้น หรือการควบคุมต้นทุนอื่น ๆ ทำได้ดี
* **การส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับการส่งออก
* **ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **ต้นทุนทางการเงิน:** เพิ่มขึ้น 1.58 ล้านบาท หรือ 140.77% เป็น 2.70 ล้านบาท เนื่องจากยอดเงินกู้ที่เพิ่มขึ้น บ่งชี้ว่าบริษัทฯ อาจมีการกู้ยืมเพื่อรองรับการดำเนินงานหรือการลงทุนที่เพิ่มขึ้น
## สรุปท้าย
SSSC โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์และการปรับตัวสูงขึ้นของราคาเหล็ก ซึ่งช่วยหนุนรายได้จากการขายและงานติดตั้งให้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย แต่การบริหารจัดการที่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ ทำให้กำไรสุทธิเติบโตได้ดี อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาเหล็ก ต้นทุนวัตถุดิบ และความไม่แน่นอนจากสถานการณ์โควิด-19 ที่อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SSSC ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
1,075.62
ล้านบาท
↓ 12.8% YoY
กำไรขั้นต้น
130.37
ล้านบาท
↓ 26.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
12.12
%
กำไรสุทธิ
32.25
ล้านบาท
↓ 55.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.00
%
D/E Ratio
0.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,076
↓ -12.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
130
↓ -26.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
32
↓ -55.7%
YoY
D/E Ratio
0.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SSSC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.20
ROE (%)
5.27
ROA (%)
5.83
Book Value/หุ้น
5.35
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SSSC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-784
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+53
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SSSC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-784.25
-428.28%
|
238.90
-158.28%
|
-409.94
+71.63%
|
-238.85
-175.04%
|
318.31
-48.74%
|
620.94
+40.23%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
53.17
+208.05%
|
17.26
-49.94%
|
34.48
+97.37%
|
17.47
+1,563.81%
|
1.05
-103.55%
|
-29.61
-32.89%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
484.01
-348.01%
|
-195.16
-149.71%
|
392.58
+1,138.81%
|
31.69
-347.00%
|
-12.83
-96.09%
|
-328.06
-10.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-251.33
-500.33%
|
62.78
+213.27%
|
20.04
-110.67%
|
-187.84
+833.13%
|
-20.13
-107.64%
|
263.54
+669.01%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
-100.00%
|
149.72
-0.45%
|
150.40
+30.50%
|
115.25
-70.94%
|
396.62
+198.05%
|
133.07
+34.67%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
209.45
+39.89%
|
149.72
-0.45%
|
150.40
+30.50%
|
115.25
-70.94%
|
396.62
+198.05%
|