บริษัท ศูนย์บริการเหล็กสยาม จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
2.30
0.02 (0.86%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4168 out_tok=2324 at=2026-07-26T06:52:05 -->
# SSSC กำไรสุทธิ Q2/2565 พุ่ง 38% รับราคาเหล็กตลาดหนุนรายได้
## รายได้-กำไรโตตามราคาเหล็กที่สูงขึ้น ฝ่ายจัดการชี้อุตสาหกรรมยานยนต์และก่อสร้างยังคงเดินหน้า
บริษัท ศูนย์บริการเหล็กสยาม จำกัด (มหาชน) หรือ SSSC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 132.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.40 ล้านบาท หรือ 38.07% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาเหล็กในตลาดโลก ส่งผลให้รายได้จากการขายและงานติดตั้งปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะสูงขึ้นตามไปด้วย แต่การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม ทำให้บริษัทสามารถรักษาอัตราการเติบโตของกำไรได้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SSSC ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การปรับตัวสูงขึ้นของราคาเหล็กในตลาดโลก** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้จากการขายและงานติดตั้งที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยรายได้จากการขายและงานติดตั้งเพิ่มขึ้น 589.19 ล้านบาท คิดเป็น 29.42% และค่าบริการดัดเหล็กเพิ่มขึ้น 12.77 ล้านบาท หรือ 8.34% แม้ต้นทุนขายและบริการจะเพิ่มขึ้น 540.51 ล้านบาท หรือ 28.33% จากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่มีประสิทธิภาพ ทำให้บริษัทสามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิเติบโตถึง 38.07%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ราคาเหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้นในตลาดโลก เป็นผลมาจากสภาวะตลาดโดยรวม ประกอบกับอุตสาหกรรมยานยนต์ยังคงมีการผลิตอย่างต่อเนื่อง แม้จะประสบปัญหาขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์อยู่บ้าง และอุตสาหกรรมก่อสร้างมีการปรับตัวดีขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของงานปรับปรุงอาคาร ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ความต้องการใช้เหล็กยังคงมีอยู่ ทำให้ SSSC สามารถขายสินค้าได้ในราคาที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นตามราคาตลาด และค่าใช้จ่ายในการผลิตที่เพิ่มขึ้น เช่น ค่าล่วงเวลา ค่าสวัสดิการ และค่าหีบห่อ ได้ถูกบริหารจัดการโดยการลดค่าใช้จ่ายส่วนอื่น เช่น ค่าแรงผู้รับเหมาช่วง และค่าวัสดุสิ้นเปลือง ทำให้ต้นทุนรวมเพิ่มขึ้นในอัตราที่น้อยกว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยราคาวัตถุดิบและสภาวะตลาด** ฝ่ายจัดการระบุว่าราคาเหล็กปรับตัวสูงขึ้น "ตามสภาวะการตลาด" ซึ่งบ่งชี้ว่าเป็นปัจจัยที่อาจผันผวนได้ อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมยานยนต์และก่อสร้างที่ยังคงเดินหน้าต่อไป เป็นสัญญาณบวกต่อความต้องการใช้เหล็กในระยะสั้นถึงกลาง การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ฝ่ายจัดการได้ดำเนินการไปแล้ว เช่น การควบคุมค่าใช้จ่ายส่วนอื่น ๆ อาจช่วยบรรเทาผลกระทบจากราคาวัตถุดิบที่ผันผวนได้ในระดับหนึ่ง แต่ความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขาย และความผันผวนของราคาเหล็กในตลาดโลก จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในรอบถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเติบโต 38.07% YoY:** บริษัทมีกำไรสุทธิ 132.03 ล้านบาท ในงวด 6 เดือนแรกปี 2565 เพิ่มขึ้น 36.40 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
* **รายได้จากการขายและงานติดตั้งพุ่ง 29.42%:** ได้แรงหนุนจากราคาเหล็กในตลาดที่ปรับตัวสูงขึ้น
* **ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้นตามราคาตลาด:** ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 28.33% แต่บริหารจัดการได้ดีกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อย:** ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่ม 15.38% และค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่ม 1.59%
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นสูง:** เพิ่มขึ้น 103.79% จากยอดเงินกู้ที่เพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทมีผลกำไรสุทธิรวม 132.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.40 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 38.07 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายและงานติดตั้งที่เพิ่มขึ้น 589.19 ล้านบาท หรือร้อยละ 29.42 และค่าบริการดัดเหล็กที่เพิ่มขึ้น 12.77 ล้านบาท หรือร้อยละ 8.34 ซึ่งเป็นผลมาจากราคาเหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้นตามสภาวะตลาด ประกอบกับอุตสาหกรรมยานยนต์และก่อสร้างยังคงมีการผลิตและปรับปรุงอาคารอย่างต่อเนื่อง แม้ต้นทุนขายและบริการจะเพิ่มขึ้น 540.51 ล้านบาท หรือร้อยละ 28.33 จากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ที่ลดลง เช่น ค่าแรงผู้รับเหมาช่วง และค่าวัสดุสิ้นเปลือง รวมถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่ารายได้ ทำให้บริษัทสามารถรักษาการเติบโตของกำไรได้
## โอกาส
* **ความต้องการใช้เหล็กในอุตสาหกรรมยานยนต์และก่อสร้าง:** การที่อุตสาหกรรมยานยนต์ยังคงมีการผลิต และอุตสาหกรรมก่อสร้างมีการปรับปรุงอาคารเพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยสนับสนุนความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์เหล็กของบริษัท
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายส่วนอื่น ๆ ที่ลดลง เช่น ค่าแรงผู้รับเหมาช่วง และค่าวัสดุสิ้นเปลือง ช่วยลดผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาเหล็กเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อต้นทุนและรายได้ของบริษัท ความผันผวนของราคาเหล็กในตลาดโลกอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของบริษัทได้
* **ปัญหาขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ในอุตสาหกรรมยานยนต์:** แม้จะยังมีการผลิต แต่ปัญหาดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตและคำสั่งซื้อในอนาคตได้
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของยอดเงินกู้ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น ซึ่งเป็นภาระต่อผลกำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาเหล็กในตลาดโลก และผลกระทบต่อต้นทุนวัตถุดิบและราคาขาย
* การฟื้นตัวและกำลังการผลิตของอุตสาหกรรมยานยนต์ และผลกระทบจากปัญหาขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์
* ทิศทางของอุตสาหกรรมก่อสร้าง โดยเฉพาะงานปรับปรุงอาคาร
* การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน และแผนการจัดการหนี้สินของบริษัท
* การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน (หากมีผลกระทบต่อต้นทุนหรือรายได้)
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่การที่รายได้จากการขายและงานติดตั้งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น หรือการขายในปริมาณที่มากขึ้นภายใต้ราคาที่สูงขึ้น
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การที่อุตสาหกรรมยานยนต์และก่อสร้างยังคงเดินหน้า อาจบ่งชี้ถึงการมีคำสั่งซื้อที่ต่อเนื่อง
* **ราคาวัตถุดิบ (เหล็ก):** เป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนรายได้และต้นทุน โดยราคาเหล็กที่สูงขึ้นส่งผลดีต่อรายได้ แต่ก็เพิ่มต้นทุนเช่นกัน
* **GPM (Gross Profit Margin):** แม้จะไม่ได้ระบุ GPM โดยตรง แต่การที่ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นในอัตราที่ใกล้เคียงกับการเพิ่มขึ้นของรายได้ (28.33% vs 29.42%) บ่งชี้ว่า GPM อาจทรงตัวหรือปรับลดลงเล็กน้อย แต่การบริหารค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ดี ทำให้กำไรสุทธิยังคงเติบโตได้
* **ส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลการส่งออก
* **ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 103.79%:** เกิดจากยอดเงินกู้ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้ภาระดอกเบี้ยจ่ายสูงขึ้น เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับสินทรัพย์ หนี้สิน หรือกระแสเงินสดอื่น ๆ
## สรุปท้าย
SSSC ในไตรมาส 2 ปี 2565 สามารถสร้างการเติบโตของกำไรสุทธิได้อย่างน่าประทับใจถึง 38.07% โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาเหล็กในตลาดโลก ซึ่งช่วยหนุนรายได้จากการขายและงานติดตั้งให้เติบโตตามไปด้วย แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะสูงขึ้นตาม แต่การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่มีประสิทธิภาพ ทำให้บริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรและสร้างการเติบโตได้ อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาเหล็กและต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น ยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ขณะที่แนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์และก่อสร้างที่ยังคงเดินหน้า ถือเป็นโอกาสสำคัญที่บริษัทจะใช้ประโยชน์ในการรักษาการเติบโตต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SSSC ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
1,075.62
ล้านบาท
↓ 12.8% YoY
กำไรขั้นต้น
130.37
ล้านบาท
↓ 26.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
12.12
%
กำไรสุทธิ
32.25
ล้านบาท
↓ 55.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.00
%
D/E Ratio
0.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,076
↓ -12.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
130
↓ -26.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
32
↓ -55.7%
YoY
D/E Ratio
0.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SSSC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.20
ROE (%)
5.27
ROA (%)
5.83
Book Value/หุ้น
5.35
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SSSC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-784
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+53
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SSSC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-784.25
-428.28%
|
238.90
-158.28%
|
-409.94
+71.63%
|
-238.85
-175.04%
|
318.31
-48.74%
|
620.94
+40.23%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
53.17
+208.05%
|
17.26
-49.94%
|
34.48
+97.37%
|
17.47
+1,563.81%
|
1.05
-103.55%
|
-29.61
-32.89%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
484.01
-348.01%
|
-195.16
-149.71%
|
392.58
+1,138.81%
|
31.69
-347.00%
|
-12.83
-96.09%
|
-328.06
-10.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-251.33
-500.33%
|
62.78
+213.27%
|
20.04
-110.67%
|
-187.84
+833.13%
|
-20.13
-107.64%
|
263.54
+669.01%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
-100.00%
|
149.72
-0.45%
|
150.40
+30.50%
|
115.25
-70.94%
|
396.62
+198.05%
|
133.07
+34.67%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
209.45
+39.89%
|
149.72
-0.45%
|
150.40
+30.50%
|
115.25
-70.94%
|
396.62
+198.05%
|