SPVI
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SPVI
บริษัท เอส พี วี ไอ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
3.42
+0.06 (+1.79%)

สรุปสั้น

สาขาที่เปิดให้บริการจํานวน 62 สาขา เพิ่มจากสินปี้ที่ 57 สาขา) ประกอบด้วย iStudio 3 สาขา iBeat 6 สาขา UStore 19 สาขา AIS Shop by Partner 19 สาขา Center 7 สาขา AStore 4 สาขา Mobi 3 สาขา iSolution 1 สาขา กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้ เพิ่มขึ้น 67.15% เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภค ที่เปลี่ยนแปลงไป ผู้บริโภคมีความต้องการใช้สินค้าประเภทสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตเพื่อประกอบการเรียน และการทํางานมากขึ้น ในขณะที่กำไรขั้นต้นเพิ่มแต่อัตรากำไรลดลง เนื่องจากบริษัทฯมีการเติบโตจากยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์ ประกอบกับสัดส่วนยอดขายของกลุ่มผลิตภัณฑ์ Apple เพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เพิ่มขึ้น แต่ อัตราส่วนค่าใข้จ่ายต่อรายได้ลดลง เนื่องจากบริษัทฯสามารถบริหารจัดการ ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรและค่าใช้จ่ายเพื่อส่งเสริมการขายและจัดจําหน่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ป

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6273 out_tok=3049 at=2026-07-26T06:02:29 --> # SPVI กำไรสุทธิ Q4/2565 หดตัว 29.3% รับแรงกดดันราคา iPhone รุ่นใหม่-ต้นทุนสินค้า ## รายได้รวมทั้งปีโต 0.8% แต่ Q4 แผ่ว เหตุลูกค้าชะลอซื้อรุ่นใหม่-หันหาสินค้าราคาเบาลง บริษัท เอส พี วี ไอ จำกัด (มหาชน) หรือ SPVI รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 42.81 ล้านบาท ลดลง 29.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมทั้งปีจะเติบโตเล็กน้อย 0.8% แต่การหดตัวของกำไรในไตรมาสสุดท้ายเป็นสัญญาณที่ต้องจับตา โดยมีปัจจัยหลักมาจากราคาเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ที่สูงขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ SPVI ในไตรมาส 4 ปี 2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การปรับขึ้นของราคาขายสินค้ากลุ่ม Apple โดยเฉพาะ iPhone Series 14 ประกอบกับการขาดแคลนชิ้นส่วนการผลิต** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อยอดขายในไตรมาสนี้ ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรและกำไรสุทธิในไตรมาส 4/2565 ลดลง คือ **รายได้จากการขายที่หดตัว 18.1%** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจาก **การปรับขึ้นราคาขายสินค้ากลุ่ม iPhone Series 14 และ iPad** ซึ่งเป็นผลมาจากการผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและการขาดแคลนชิ้นส่วนการผลิต ทำให้ลูกค้าตัดสินใจชะลอการซื้อ หรือหันไปเลือกรุ่น N-1 ที่มีราคาถูกกว่า ส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายโดยรวม แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) จะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจาก 9.6% เป็น 10.8% ในไตรมาส 4/2565 เนื่องจากสัดส่วนการขายสินค้า Non-Apple ที่มีมาร์จิ้นสูงขึ้น แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากยอดขายที่ลดลงได้ ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การปรับขึ้นราคาขายสินค้ากลุ่ม iPhone Series 14 และ iPad เกิดจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก คือ **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน** ที่ทำให้ต้นทุนการนำเข้าสินค้าสูงขึ้น และ **การขาดแคลนชิ้นส่วนในการผลิต** ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนการผลิตโดยรวมเพิ่มขึ้น เมื่อบริษัทฯ ต้องปรับราคาขายให้สะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้น ทำให้ผู้บริโภคบางส่วนชะลอการตัดสินใจซื้อ หรือเลือกซื้อสินค้ารุ่นเก่า (N-1) ที่มีราคาเข้าถึงง่ายกว่า ส่งผลให้ปริมาณการขายสินค้าใหม่ลดลง แม้ว่าบริษัทฯ จะมีการบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่ดีขึ้นและมีกลยุทธ์ทางการตลาดที่เหมาะสม แต่ก็ไม่สามารถต้านทานแรงกดดันด้านราคาและกำลังซื้อของผู้บริโภคในไตรมาสนี้ได้ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.4% ในไตรมาส 4/2565 เนื่องจากมีการเปิดสาขาใหม่และการกลับมาจ่ายค่าเช่าเต็มจำนวนหลังช่วงโควิด ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่กดดันกำไรสุทธิ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ลักษณะครั้งคราว** ปัจจัยที่ส่งผลให้รายได้และกำไรในไตรมาส 4/2565 ลดลงนั้น **มีลักษณะเป็นครั้งคราว** โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเปิดตัวสินค้าใหม่ที่มีราคาสูงขึ้นและการขาดแคลนชิ้นส่วน ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจคลี่คลายได้ในอนาคต หากสถานการณ์การผลิตชิ้นส่วนดีขึ้นและอัตราแลกเปลี่ยนมีเสถียรภาพมากขึ้น ประกอบกับการที่บริษัทฯ มีการขยายสาขาเพิ่มขึ้นถึง 82 สาขาในปี 2565 ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าและสร้างยอดขายในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การที่ลูกค้าหันไปเลือกรุ่น N-1 อาจเป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นต่อเนื่องหากราคาสินค้าใหม่ยังคงสูงอยู่ จึงยังคงต้องติดตามแนวโน้มกำลังซื้อและกลยุทธ์การตั้งราคาของ Apple ในรุ่นถัดไปอย่างใกล้ชิด ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวมปี 2565 เติบโต 0.8% เป็น 5,615.77 ล้านบาท** แต่ **ไตรมาส 4/2565 รายได้หดตัว 17.8%** เหลือ 1,648.42 ล้านบาท * **กำไรสุทธิปี 2565 ทรงตัวที่ 126.57 ล้านบาท** เพิ่มขึ้นเพียง 0.8% แต่ **ไตรมาส 4/2565 กำไรสุทธิลดลง 29.2%** เหลือ 42.81 ล้านบาท * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปี 2565 เพิ่มขึ้นเป็น 10.6%** จาก 9.7% ในปีก่อน และ **ไตรมาส 4/2565 อยู่ที่ 10.8%** จาก 9.6% ในปีก่อน * **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 15.8% ในปี 2565** และ **6.4% ในไตรมาส 4/2565** จากการขยายสาขาและการกลับมาจ่ายค่าเช่าเต็มจำนวน * **สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 85.9%** ณ สิ้นปี 2565 เป็น 603.76 ล้านบาท เพื่อรองรับความต้องการ iPhone Series 14 ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 5,615.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีแรงหนุนจากการขยายสาขาที่เพิ่มขึ้นเป็น 82 สาขา อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 4 ปี 2565 รายได้รวมอยู่ที่ 1,648.42 ล้านบาท ลดลง 17.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการปรับขึ้นราคาขายสินค้ากลุ่ม iPhone Series 14 และ iPad เนื่องจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและการขาดแคลนชิ้นส่วนการผลิต ทำให้ลูกค้าชะลอการซื้อหรือเลือกซื้อสินค้ารุ่น N-1 ที่มีราคาถูกกว่า ในส่วนของกำไรขั้นต้น ปี 2565 อยู่ที่ 591.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.1% โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 10.6% เพิ่มขึ้นจาก 9.7% ในปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มสัดส่วนการขายสินค้ากลุ่ม Non-Apple ที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น และการจัดการสินค้าคงเหลือที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารสำหรับปี 2565 เพิ่มขึ้น 15.8% เป็น 473.86 ล้านบาท และในไตรมาส 4/2565 เพิ่มขึ้น 6.4% เป็น 132.96 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการเปิดสาขาใหม่และการกลับมาจ่ายค่าเช่าเต็มจำนวน ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับปี 2565 อยู่ที่ 126.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 0.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน และในไตรมาส 4/2565 กำไรสุทธิลดลง 29.2% เหลือ 42.81 ล้านบาท ## โอกาส * **การขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง:** การเพิ่มจำนวนสาขาเป็น 82 สาขาในปี 2565 เป็นการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าและขยายฐานรายได้ในระยะยาว * **การเพิ่มสัดส่วนสินค้า Non-Apple:** สินค้ากลุ่ม Non-Apple มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่ากลุ่ม Apple ซึ่งหากสามารถเพิ่มสัดส่วนการขายได้ จะช่วยหนุนอัตรากำไรโดยรวมของบริษัทฯ * **การบริหารจัดการสินค้าคงเหลือ:** การติดตามอัตราการขายและรายการสินค้าที่เคลื่อนไหวช้าอย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้การบริหารจัดการสินค้าคงเหลือมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงสินค้าล้าสมัย ## ความเสี่ยง * **การพึ่งพิงสินค้า Apple:** รายได้หลักของบริษัทยังคงมาจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Apple ซึ่งมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการตั้งราคา การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ หรือการแข่งขันที่สูงขึ้น * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและต้นทุนการผลิต:** ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนสินค้าและราคาขาย ซึ่งอาจกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค * **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** การที่ลูกค้าหันไปเลือกรุ่น N-1 ที่มีราคาถูกกว่า อาจเป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง หากราคาสินค้าใหม่ยังคงสูง * **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** การขยายสาขาและการกลับมาจ่ายค่าเช่าเต็มจำนวน ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจกดดันอัตรากำไรหากไม่สามารถเพิ่มรายได้ชดเชยได้ทัน ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มยอดขาย iPhone Series 14 และ iPad ในไตรมาสถัดไป:** จะสามารถฟื้นตัวได้หรือไม่ หรือลูกค้าจะยังคงชะลอการซื้อ * **กลยุทธ์การตั้งราคาของ Apple สำหรับรุ่นใหม่:** จะยังคงมีราคาสูงต่อเนื่องหรือไม่ และจะส่งผลต่อกำลังซื้ออย่างไร * **การบริหารจัดการสินค้าคงเหลือ:** โดยเฉพาะสินค้ากลุ่ม Apple ที่มีรอบการเปลี่ยนรุ่นเร็ว * **การเพิ่มสัดส่วนการขายสินค้า Non-Apple:** จะสามารถเติบโตได้ตามเป้าหมายหรือไม่ * **ผลกระทบจากการเปิดสาขาใหม่:** จะสามารถสร้างรายได้และกำไรได้ตามที่คาดหวังหรือไม่ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี) ในฐานะผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Apple และสินค้าเทคโนโลยีอื่นๆ SPVI เผชิญกับความท้าทายจากการปรับตัวของตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภค การที่รายได้ในไตรมาส 4/2565 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงผลกระทบโดยตรงจากการที่ผู้บริโภคมีข้อจำกัดด้านกำลังซื้อ หรือชะลอการตัดสินใจซื้อเนื่องจากราคาสินค้าใหม่ที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับสินค้าเทคโนโลยีราคาสูงเป็นปกติเมื่อมีการเปิดตัวรุ่นใหม่ การที่อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้น เป็นสัญญาณที่ดีว่าบริษัทฯ มีความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและสามารถเพิ่มสัดส่วนการขายสินค้าที่มีมาร์จิ้นสูงขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) จากการขยายสาขาและการกลับมาจ่ายค่าเช่าเต็มจำนวน เป็นปัจจัยที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้แน่ใจว่าการลงทุนในการขยายช่องทางการขายจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าได้ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นปี 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,052.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.98% จากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของ **สินค้าคงเหลือ** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 85.9% เป็น 603.76 ล้านบาท เพื่อรองรับความต้องการสินค้า iPhone Series 14 หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 67.85% เป็น 503.10 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับการสั่งซื้อสินค้าในช่วงปลายปี ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 11.75% เป็น 549.85 ล้านบาท โดยได้รับผลบวกจากกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นในระหว่างปี แต่ถูกหักลบด้วยการจ่ายเงินปันผลจำนวน 70 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ประมาณ 0.92 เท่า ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 0.61 เท่าในปี 2564 แสดงให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของการก่อหนี้เพื่อรองรับการดำเนินงานและการสต็อกสินค้า ## สรุปท้าย SPVI เผชิญกับแรงกดดันด้านผลประกอบการในไตรมาส 4 ปี 2565 โดยกำไรสุทธิหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ จากผลกระทบของราคา iPhone รุ่นใหม่ที่สูงขึ้นและการขาดแคลนชิ้นส่วนการผลิต ซึ่งส่งผลให้ยอดขายในไตรมาสสุดท้ายลดลง แม้ว่าบริษัทฯ จะสามารถบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้นให้ดีขึ้นได้จากการเพิ่มสัดส่วนสินค้า Non-Apple และการจัดการสินค้าคงเหลือที่มีประสิทธิภาพ แต่การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจากการขยายสาขาและการกลับมาจ่ายค่าเช่าเต็มจำนวน ก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดันผลกำไร การฟื้นตัวของผลประกอบการในระยะต่อไปจะขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอก เช่น สถานการณ์การผลิตชิ้นส่วนและอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงความสามารถของบริษัทฯ ในการบริหารจัดการต้นทุนและขยายฐานลูกค้าผ่านสาขาที่เพิ่มขึ้น
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SPVI ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
2,443.32 ล้านบาท
↑ 31.2% YoY
กำไรขั้นต้น
263.04 ล้านบาท
↑ 43.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
10.77 %
กำไรสุทธิ
30.05 ล้านบาท
↑ 126.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.23 %
D/E Ratio
1.14
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,443
↑ + 31.2% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
263
↑ + 43.7% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
30
↑ + 126.7% YoY
D/E Ratio
1.14

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SPVI

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
2,443.32
+31.17%
1,862.71
-1.88%
1,898.41
+15.17%
1,648.36
-17.54%
1,998.90
+34.65%
1,484.48
+14.57%
กำไรขั้นต้น
263.04
+43.66%
183.09
+0.74%
181.75
+3.26%
176.01
-10.69%
197.08
+29.51%
152.17
+20.01%
ค่าใช้จ่ายรวม
192.13
+7.23%
179.18
+7.00%
167.46
+26.01%
132.90
+6.39%
124.92
+16.86%
106.89
+8.55%
กำไรสุทธิ
30.05
+126.65%
13.26
-29.44%
18.79
-56.11%
42.81
-29.25%
60.50
+45.05%
41.71
+30.84%
กำไรต่อหุ้น
0.08
+127.27%
0.03
-29.79%
0.05
-56.07%
0.11
-29.14%
0.15
+45.19%
0.10
+30.00%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
10.77
+9.56%
9.83
+2.72%
9.57
-10.39%
10.68
+8.32%
9.86
-3.80%
10.25
+4.70%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
7.86
-18.30%
9.62
+9.07%
8.82
+9.43%
8.06
+28.96%
6.25
-13.19%
7.20
-5.26%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
1.23
+73.24%
0.71
-28.28%
0.99
-61.92%
2.60
-14.19%
3.03
+7.83%
2.81
+14.23%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.00
0.00
0.00
0.00
+100.00%
-218.06
-11,887.03%
1.85
-63.87%
ROE(%)
16.83
+99.88%
8.42
-52.51%
17.73
-27.04%
24.30
-12.50%
27.77
+49.87%
18.53
+120.07%
ROA(%)
10.76
+95.64%
5.50
-53.11%
11.73
-35.01%
18.05
-9.57%
19.96
+62.67%
12.27
+123.09%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
1.14
+0.88%
1.13
+0.89%
1.12
+23.08%
0.91
+49.18%
0.61
-44.55%
1.10
-2.65%
P/E
10.18
-24.20%
13.43
+5.33%
12.75
-17.15%
15.39
-42.94%
26.97
+47.54%
18.28
-5.68%
P/BV
1.42
+9.23%
1.30
-53.90%
2.82
-35.76%
4.39
-33.98%
6.65
+112.46%
3.13
-10.32%
BV
1.52
+9.35%
1.39
-0.71%
1.40
+11.11%
1.26
+16.67%
1.08
+16.13%
0.93
+6.90%
YIELD(%)
3.70
-53.81%
8.01
+81.22%
4.42
+40.32%
3.15
+105.88%
1.53
-55.65%
3.45
+75.13%
ราคาหุ้น
2.16
+19.34%
1.81
-54.29%
3.96
-28.65%
5.55
-22.92%
7.20
+148.28%
2.90
-4.61%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.14
ROE (%)
16.83
ROA (%)
10.76
Book Value/หุ้น
1.73

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SPVI

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
1,041.02
+31.41%
792.18
-10.16%
881.73
+18.86%
741.79
+45.03%
590.24
-4.91%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
328.37
-22.03%
421.16
+20.36%
349.93
+12.46%
311.15
+11.00%
273.91
+153.66%
รวมสินทรัพย์
1,369.38
+12.86%
1,213.33
-1.49%
1,231.66
+16.97%
1,052.95
+32.98%
864.15
+18.59%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
600.54
+21.55%
494.05
-10.95%
554.83
+34.93%
411.19
+125.24%
310.71
-4.87%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
130.15
-13.36%
150.22
+55.20%
96.79
+5.30%
91.91
-21.56%
141.17
+511.12%
รวมหนี้สิน
730.69
+13.41%
644.27
-1.13%
651.62
+29.52%
503.10
+67.85%
451.88
+29.21%
รวมส่วนของเจ้าของ
638.69
+12.24%
569.06
-1.89%
580.04
+5.49%
549.85
+11.75%
412.27
+8.79%
D/E
1.14
1.13
1.12
0.91
1.10
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
16.83
8.42
17.73
24.30
18.53
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
10.76
5.50
11.73
18.05
12.27
อัตราส่วนสภาพคล่อง
1.73
1.60
1.59
1.80
1.90
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.68
0.49
0.39
0.29
0.36
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
5.40
7.38
0.00
0.00
6.27
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
27.67
34.81
0.00
0.00
48.26
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
22.33
21.42
0.00
0.00
25.81
วงจรเงินสด
10.73
20.77
0.00
0.00
28.73
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-111
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+23
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SPVI

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-111.13
-80.88%
-581.21
+928.33%
-56.52
-146.48%
121.60
-119.92
-261.97%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
22.51
-48.97%
44.11
+1,118.51%
3.62
-114.88%
-24.33
91.88
-257.30%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
76.38
-83.47%
462.09
-10,698.39%
-4.36
-95.66%
-100.54
36.11
-250.40%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-12.24
-83.69%
-75.03
+31.03%
-57.26
+1,645.73%
-3.28
8.06
-196.30%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
122.36
+92.42%
63.59
+26.47%
50.28
-49.44%
99.44
+121.14%
36.90
-18.49%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
285.46
+133.30%
122.36
+92.42%
63.59
+26.47%
50.28
-49.44%
44.97
+21.87%