SPVI
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SPVI
บริษัท เอส พี วี ไอ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
3.64
0.02 (0.55%)

สรุปสั้น

สาขาที่เปิดให้บริการจํานวน 62 สาขา เพิ่มจากสินปี้ที่ 57 สาขา) ประกอบด้วย iStudio 3 สาขา iBeat 6 สาขา UStore 19 สาขา AIS Shop by Partner 19 สาขา Center 7 สาขา AStore 4 สาขา Mobi 3 สาขา iSolution 1 สาขา กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้ เพิ่มขึ้น 67.15% เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภค ที่เปลี่ยนแปลงไป ผู้บริโภคมีความต้องการใช้สินค้าประเภทสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตเพื่อประกอบการเรียน และการทํางานมากขึ้น ในขณะที่กำไรขั้นต้นเพิ่มแต่อัตรากำไรลดลง เนื่องจากบริษัทฯมีการเติบโตจากยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์ ประกอบกับสัดส่วนยอดขายของกลุ่มผลิตภัณฑ์ Apple เพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เพิ่มขึ้น แต่ อัตราส่วนค่าใข้จ่ายต่อรายได้ลดลง เนื่องจากบริษัทฯสามารถบริหารจัดการ ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรและค่าใช้จ่ายเพื่อส่งเสริมการขายและจัดจําหน่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ป

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6273 out_tok=3049 at=2026-07-26T06:02:29 --> # SPVI กำไรสุทธิ Q4/2565 หดตัว 29.3% รับแรงกดดันราคา iPhone รุ่นใหม่-ต้นทุนสินค้า ## รายได้รวมทั้งปีโต 0.8% แต่ Q4 แผ่ว เหตุลูกค้าชะลอซื้อรุ่นใหม่-หันหาสินค้าราคาเบาลง บริษัท เอส พี วี ไอ จำกัด (มหาชน) หรือ SPVI รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 42.81 ล้านบาท ลดลง 29.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมทั้งปีจะเติบโตเล็กน้อย 0.8% แต่การหดตัวของกำไรในไตรมาสสุดท้ายเป็นสัญญาณที่ต้องจับตา โดยมีปัจจัยหลักมาจากราคาเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ที่สูงขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ SPVI ในไตรมาส 4 ปี 2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การปรับขึ้นของราคาขายสินค้ากลุ่ม Apple โดยเฉพาะ iPhone Series 14 ประกอบกับการขาดแคลนชิ้นส่วนการผลิต** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อยอดขายในไตรมาสนี้ ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรและกำไรสุทธิในไตรมาส 4/2565 ลดลง คือ **รายได้จากการขายที่หดตัว 18.1%** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจาก **การปรับขึ้นราคาขายสินค้ากลุ่ม iPhone Series 14 และ iPad** ซึ่งเป็นผลมาจากการผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและการขาดแคลนชิ้นส่วนการผลิต ทำให้ลูกค้าตัดสินใจชะลอการซื้อ หรือหันไปเลือกรุ่น N-1 ที่มีราคาถูกกว่า ส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายโดยรวม แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) จะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจาก 9.6% เป็น 10.8% ในไตรมาส 4/2565 เนื่องจากสัดส่วนการขายสินค้า Non-Apple ที่มีมาร์จิ้นสูงขึ้น แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากยอดขายที่ลดลงได้ ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การปรับขึ้นราคาขายสินค้ากลุ่ม iPhone Series 14 และ iPad เกิดจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก คือ **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน** ที่ทำให้ต้นทุนการนำเข้าสินค้าสูงขึ้น และ **การขาดแคลนชิ้นส่วนในการผลิต** ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนการผลิตโดยรวมเพิ่มขึ้น เมื่อบริษัทฯ ต้องปรับราคาขายให้สะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้น ทำให้ผู้บริโภคบางส่วนชะลอการตัดสินใจซื้อ หรือเลือกซื้อสินค้ารุ่นเก่า (N-1) ที่มีราคาเข้าถึงง่ายกว่า ส่งผลให้ปริมาณการขายสินค้าใหม่ลดลง แม้ว่าบริษัทฯ จะมีการบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่ดีขึ้นและมีกลยุทธ์ทางการตลาดที่เหมาะสม แต่ก็ไม่สามารถต้านทานแรงกดดันด้านราคาและกำลังซื้อของผู้บริโภคในไตรมาสนี้ได้ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.4% ในไตรมาส 4/2565 เนื่องจากมีการเปิดสาขาใหม่และการกลับมาจ่ายค่าเช่าเต็มจำนวนหลังช่วงโควิด ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่กดดันกำไรสุทธิ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ลักษณะครั้งคราว** ปัจจัยที่ส่งผลให้รายได้และกำไรในไตรมาส 4/2565 ลดลงนั้น **มีลักษณะเป็นครั้งคราว** โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเปิดตัวสินค้าใหม่ที่มีราคาสูงขึ้นและการขาดแคลนชิ้นส่วน ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจคลี่คลายได้ในอนาคต หากสถานการณ์การผลิตชิ้นส่วนดีขึ้นและอัตราแลกเปลี่ยนมีเสถียรภาพมากขึ้น ประกอบกับการที่บริษัทฯ มีการขยายสาขาเพิ่มขึ้นถึง 82 สาขาในปี 2565 ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าและสร้างยอดขายในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การที่ลูกค้าหันไปเลือกรุ่น N-1 อาจเป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นต่อเนื่องหากราคาสินค้าใหม่ยังคงสูงอยู่ จึงยังคงต้องติดตามแนวโน้มกำลังซื้อและกลยุทธ์การตั้งราคาของ Apple ในรุ่นถัดไปอย่างใกล้ชิด ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวมปี 2565 เติบโต 0.8% เป็น 5,615.77 ล้านบาท** แต่ **ไตรมาส 4/2565 รายได้หดตัว 17.8%** เหลือ 1,648.42 ล้านบาท * **กำไรสุทธิปี 2565 ทรงตัวที่ 126.57 ล้านบาท** เพิ่มขึ้นเพียง 0.8% แต่ **ไตรมาส 4/2565 กำไรสุทธิลดลง 29.2%** เหลือ 42.81 ล้านบาท * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปี 2565 เพิ่มขึ้นเป็น 10.6%** จาก 9.7% ในปีก่อน และ **ไตรมาส 4/2565 อยู่ที่ 10.8%** จาก 9.6% ในปีก่อน * **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 15.8% ในปี 2565** และ **6.4% ในไตรมาส 4/2565** จากการขยายสาขาและการกลับมาจ่ายค่าเช่าเต็มจำนวน * **สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 85.9%** ณ สิ้นปี 2565 เป็น 603.76 ล้านบาท เพื่อรองรับความต้องการ iPhone Series 14 ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 5,615.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีแรงหนุนจากการขยายสาขาที่เพิ่มขึ้นเป็น 82 สาขา อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 4 ปี 2565 รายได้รวมอยู่ที่ 1,648.42 ล้านบาท ลดลง 17.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการปรับขึ้นราคาขายสินค้ากลุ่ม iPhone Series 14 และ iPad เนื่องจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและการขาดแคลนชิ้นส่วนการผลิต ทำให้ลูกค้าชะลอการซื้อหรือเลือกซื้อสินค้ารุ่น N-1 ที่มีราคาถูกกว่า ในส่วนของกำไรขั้นต้น ปี 2565 อยู่ที่ 591.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.1% โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 10.6% เพิ่มขึ้นจาก 9.7% ในปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มสัดส่วนการขายสินค้ากลุ่ม Non-Apple ที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น และการจัดการสินค้าคงเหลือที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารสำหรับปี 2565 เพิ่มขึ้น 15.8% เป็น 473.86 ล้านบาท และในไตรมาส 4/2565 เพิ่มขึ้น 6.4% เป็น 132.96 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการเปิดสาขาใหม่และการกลับมาจ่ายค่าเช่าเต็มจำนวน ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับปี 2565 อยู่ที่ 126.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 0.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน และในไตรมาส 4/2565 กำไรสุทธิลดลง 29.2% เหลือ 42.81 ล้านบาท ## โอกาส * **การขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง:** การเพิ่มจำนวนสาขาเป็น 82 สาขาในปี 2565 เป็นการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าและขยายฐานรายได้ในระยะยาว * **การเพิ่มสัดส่วนสินค้า Non-Apple:** สินค้ากลุ่ม Non-Apple มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่ากลุ่ม Apple ซึ่งหากสามารถเพิ่มสัดส่วนการขายได้ จะช่วยหนุนอัตรากำไรโดยรวมของบริษัทฯ * **การบริหารจัดการสินค้าคงเหลือ:** การติดตามอัตราการขายและรายการสินค้าที่เคลื่อนไหวช้าอย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้การบริหารจัดการสินค้าคงเหลือมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงสินค้าล้าสมัย ## ความเสี่ยง * **การพึ่งพิงสินค้า Apple:** รายได้หลักของบริษัทยังคงมาจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Apple ซึ่งมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการตั้งราคา การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ หรือการแข่งขันที่สูงขึ้น * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและต้นทุนการผลิต:** ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนสินค้าและราคาขาย ซึ่งอาจกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค * **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** การที่ลูกค้าหันไปเลือกรุ่น N-1 ที่มีราคาถูกกว่า อาจเป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง หากราคาสินค้าใหม่ยังคงสูง * **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** การขยายสาขาและการกลับมาจ่ายค่าเช่าเต็มจำนวน ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจกดดันอัตรากำไรหากไม่สามารถเพิ่มรายได้ชดเชยได้ทัน ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มยอดขาย iPhone Series 14 และ iPad ในไตรมาสถัดไป:** จะสามารถฟื้นตัวได้หรือไม่ หรือลูกค้าจะยังคงชะลอการซื้อ * **กลยุทธ์การตั้งราคาของ Apple สำหรับรุ่นใหม่:** จะยังคงมีราคาสูงต่อเนื่องหรือไม่ และจะส่งผลต่อกำลังซื้ออย่างไร * **การบริหารจัดการสินค้าคงเหลือ:** โดยเฉพาะสินค้ากลุ่ม Apple ที่มีรอบการเปลี่ยนรุ่นเร็ว * **การเพิ่มสัดส่วนการขายสินค้า Non-Apple:** จะสามารถเติบโตได้ตามเป้าหมายหรือไม่ * **ผลกระทบจากการเปิดสาขาใหม่:** จะสามารถสร้างรายได้และกำไรได้ตามที่คาดหวังหรือไม่ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี) ในฐานะผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Apple และสินค้าเทคโนโลยีอื่นๆ SPVI เผชิญกับความท้าทายจากการปรับตัวของตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภค การที่รายได้ในไตรมาส 4/2565 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงผลกระทบโดยตรงจากการที่ผู้บริโภคมีข้อจำกัดด้านกำลังซื้อ หรือชะลอการตัดสินใจซื้อเนื่องจากราคาสินค้าใหม่ที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับสินค้าเทคโนโลยีราคาสูงเป็นปกติเมื่อมีการเปิดตัวรุ่นใหม่ การที่อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้น เป็นสัญญาณที่ดีว่าบริษัทฯ มีความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและสามารถเพิ่มสัดส่วนการขายสินค้าที่มีมาร์จิ้นสูงขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) จากการขยายสาขาและการกลับมาจ่ายค่าเช่าเต็มจำนวน เป็นปัจจัยที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้แน่ใจว่าการลงทุนในการขยายช่องทางการขายจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าได้ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นปี 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,052.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.98% จากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของ **สินค้าคงเหลือ** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 85.9% เป็น 603.76 ล้านบาท เพื่อรองรับความต้องการสินค้า iPhone Series 14 หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 67.85% เป็น 503.10 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับการสั่งซื้อสินค้าในช่วงปลายปี ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 11.75% เป็น 549.85 ล้านบาท โดยได้รับผลบวกจากกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นในระหว่างปี แต่ถูกหักลบด้วยการจ่ายเงินปันผลจำนวน 70 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ประมาณ 0.92 เท่า ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 0.61 เท่าในปี 2564 แสดงให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของการก่อหนี้เพื่อรองรับการดำเนินงานและการสต็อกสินค้า ## สรุปท้าย SPVI เผชิญกับแรงกดดันด้านผลประกอบการในไตรมาส 4 ปี 2565 โดยกำไรสุทธิหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ จากผลกระทบของราคา iPhone รุ่นใหม่ที่สูงขึ้นและการขาดแคลนชิ้นส่วนการผลิต ซึ่งส่งผลให้ยอดขายในไตรมาสสุดท้ายลดลง แม้ว่าบริษัทฯ จะสามารถบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้นให้ดีขึ้นได้จากการเพิ่มสัดส่วนสินค้า Non-Apple และการจัดการสินค้าคงเหลือที่มีประสิทธิภาพ แต่การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจากการขยายสาขาและการกลับมาจ่ายค่าเช่าเต็มจำนวน ก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดันผลกำไร การฟื้นตัวของผลประกอบการในระยะต่อไปจะขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอก เช่น สถานการณ์การผลิตชิ้นส่วนและอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงความสามารถของบริษัทฯ ในการบริหารจัดการต้นทุนและขยายฐานลูกค้าผ่านสาขาที่เพิ่มขึ้น
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SPVI ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
2,443.32 ล้านบาท
↑ 31.2% YoY
กำไรขั้นต้น
263.04 ล้านบาท
↑ 43.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
10.77 %
กำไรสุทธิ
30.05 ล้านบาท
↑ 126.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.23 %
D/E Ratio
1.14
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,443
↑ + 31.2% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
263
↑ + 43.7% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
30
↑ + 126.7% YoY
D/E Ratio
1.14

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SPVI

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
2,443.32
+31.17%
1,862.71
-1.88%
1,898.41
+15.17%
1,648.36
-17.54%
1,998.90
+34.65%
1,484.48
+14.57%
กำไรขั้นต้น —
263.04
+43.66%
183.09
+0.74%
181.75
+3.26%
176.01
-10.69%
197.08
+29.51%
152.17
+20.01%
ค่าใช้จ่ายรวม —
192.13
+7.23%
179.18
+7.00%
167.46
+26.01%
132.90
+6.39%
124.92
+16.86%
106.89
+8.55%
กำไรสุทธิ —
30.05
+126.65%
13.26
-29.44%
18.79
-56.11%
42.81
-29.25%
60.50
+45.05%
41.71
+30.84%
กำไรต่อหุ้น —
0.08
+127.27%
0.03
-29.79%
0.05
-56.07%
0.11
-29.14%
0.15
+45.19%
0.10
+30.00%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
10.77
+9.56%
9.83
+2.72%
9.57
-10.39%
10.68
+8.32%
9.86
-3.80%
10.25
+4.70%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
7.86
-18.30%
9.62
+9.07%
8.82
+9.43%
8.06
+28.96%
6.25
-13.19%
7.20
-5.26%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
1.23
+73.24%
0.71
-28.28%
0.99
-61.92%
2.60
-14.19%
3.03
+7.83%
2.81
+14.23%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.00
0.00
0.00
0.00
+100.00%
-218.06
-11,887.03%
1.85
-63.87%
ROE(%) —
16.83
+99.88%
8.42
-52.51%
17.73
-27.04%
24.30
-12.50%
27.77
+49.87%
18.53
+120.07%
ROA(%) —
10.76
+95.64%
5.50
-53.11%
11.73
-35.01%
18.05
-9.57%
19.96
+62.67%
12.27
+123.09%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
1.14
+0.88%
1.13
+0.89%
1.12
+23.08%
0.91
+49.18%
0.61
-44.55%
1.10
-2.65%
P/E —
10.18
-24.20%
13.43
+5.33%
12.75
-17.15%
15.39
-42.94%
26.97
+47.54%
18.28
-5.68%
P/BV —
1.42
+9.23%
1.30
-53.90%
2.82
-35.76%
4.39
-33.98%
6.65
+112.46%
3.13
-10.32%
BV —
1.52
+9.35%
1.39
-0.71%
1.40
+11.11%
1.26
+16.67%
1.08
+16.13%
0.93
+6.90%
YIELD(%) —
3.70
-53.81%
8.01
+81.22%
4.42
+40.32%
3.15
+105.88%
1.53
-55.65%
3.45
+75.13%
ราคาหุ้น —
2.16
+19.34%
1.81
-54.29%
3.96
-28.65%
5.55
-22.92%
7.20
+148.28%
2.90
-4.61%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.14
ROE (%)
16.83
ROA (%)
10.76
Book Value/หุ้น
1.72

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SPVI

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
1,041.02
+31.41%
792.18
-10.16%
881.73
+18.86%
741.79
+45.03%
—
590.24
-4.91%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
328.37
-22.03%
421.16
+20.36%
349.93
+12.46%
311.15
+11.00%
—
273.91
+153.66%
รวมสินทรัพย์ —
1,369.38
+12.86%
1,213.33
-1.49%
1,231.66
+16.97%
1,052.95
+32.98%
—
864.15
+18.59%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
600.54
+21.55%
494.05
-10.95%
554.83
+34.93%
411.19
+125.24%
—
310.71
-4.87%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
130.15
-13.36%
150.22
+55.20%
96.79
+5.30%
91.91
-21.56%
—
141.17
+511.12%
รวมหนี้สิน —
730.69
+13.41%
644.27
-1.13%
651.62
+29.52%
503.10
+67.85%
—
451.88
+29.21%
รวมส่วนของเจ้าของ —
638.69
+12.24%
569.06
-1.89%
580.04
+5.49%
549.85
+11.75%
—
412.27
+8.79%
D/E —
1.14
1.13
1.12
0.91
—
1.10
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
16.83
8.42
17.73
24.30
—
18.53
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
10.76
5.50
11.73
18.05
—
12.27
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.73
1.60
1.59
1.80
—
1.90
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.68
0.49
0.39
0.29
—
0.36
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
5.40
7.38
0.00
0.00
—
6.27
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
27.67
34.81
0.00
0.00
—
48.26
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
22.33
21.42
0.00
0.00
—
25.81
วงจรเงินสด —
10.73
20.77
0.00
0.00
—
28.73
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-111
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+23
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SPVI

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-111.13
-80.88%
-581.21
+928.33%
-56.52
-146.48%
121.60
—
-119.92
-261.97%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
22.51
-48.97%
44.11
+1,118.51%
3.62
-114.88%
-24.33
—
91.88
-257.30%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
76.38
-83.47%
462.09
-10,698.39%
-4.36
-95.66%
-100.54
—
36.11
-250.40%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
-12.24
-83.69%
-75.03
+31.03%
-57.26
+1,645.73%
-3.28
—
8.06
-196.30%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
122.36
+92.42%
63.59
+26.47%
50.28
-49.44%
99.44
+121.14%
—
36.90
-18.49%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
285.46
+133.30%
122.36
+92.42%
63.59
+26.47%
50.28
-49.44%
—
44.97
+21.87%