SPVI
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SPVI
บริษัท เอส พี วี ไอ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
3.64
0.02 (0.55%)

สรุปสั้น

สาขาที่เปิดให้บริการจํานวน 62 สาขา เพิ่มจากสินปี้ที่ 57 สาขา) ประกอบด้วย iStudio 3 สาขา iBeat 6 สาขา UStore 19 สาขา AIS Shop by Partner 19 สาขา Center 7 สาขา AStore 4 สาขา Mobi 3 สาขา iSolution 1 สาขา กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้ เพิ่มขึ้น 67.15% เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภค ที่เปลี่ยนแปลงไป ผู้บริโภคมีความต้องการใช้สินค้าประเภทสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตเพื่อประกอบการเรียน และการทํางานมากขึ้น ในขณะที่กำไรขั้นต้นเพิ่มแต่อัตรากำไรลดลง เนื่องจากบริษัทฯมีการเติบโตจากยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์ ประกอบกับสัดส่วนยอดขายของกลุ่มผลิตภัณฑ์ Apple เพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เพิ่มขึ้น แต่ อัตราส่วนค่าใข้จ่ายต่อรายได้ลดลง เนื่องจากบริษัทฯสามารถบริหารจัดการ ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรและค่าใช้จ่ายเพื่อส่งเสริมการขายและจัดจําหน่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ป

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5905 out_tok=2438 at=2026-07-26T06:36:35 --> # SPVI กำไรสุทธิ Q3/65 พุ่ง 102% รับอานิสงส์เปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ ## รายได้โต 30% อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น หนุนผลงานแกร่ง สวนทางค่าใช้จ่ายที่เพิ่มตามการขยายสาขา บริษัท เอส พี วี ไอ จำกัด (มหาชน) หรือ SPVI รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 29.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 102.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 1,319.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.7% ปัจจัยหลักมาจากการเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SPVI ในไตรมาส 3/2565 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่ง** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้น 30.7% และกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 102.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเติบโตของรายได้มาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ 1. **การเปิดตัวสินค้าใหม่:** การเปิดตัว iPhone Series 14 ในช่วงกลางเดือนกันยายน 2565 เป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นยอดขายได้อย่างมาก เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ผู้บริโภคให้ความสนใจและมีการจับจ่ายสินค้าเทคโนโลยีรุ่นใหม่ 2. **การบริหารจัดการต้นทุนขายและสัดส่วนสินค้า:** ฝ่ายจัดการระบุว่ามีการบริหารจัดการต้นทุนขายที่มีประสิทธิภาพ ประกอบกับการที่สัดส่วนการขายสินค้ากลุ่ม Non-Apple ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับตัวดีขึ้นจาก 9.92% ในปีก่อน เป็น 11.10% ในไตรมาสนี้ อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 36.6% เนื่องจากมีการเปิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้น (จาก 66 สาขา ณ สิ้นปี 2564 เป็น 79 สาขา ณ สิ้นไตรมาส 3/2565) ทำให้มีค่าเช่า ค่าบริหารจัดการ และค่าใช้จ่ายพนักงานเพิ่มขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายและค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตที่สอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาการแข่งขันและปัจจัยภายนอก** การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Apple เป็นวัฏจักรที่เกิดขึ้นทุกปี และมักจะส่งผลดีต่อยอดขายในช่วงเปิดตัวเสมอ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจากการขยายสาขาอาจเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไรสุทธิในระยะยาว นอกจากนี้ การแข่งขันในตลาดค้าปลีกอุปกรณ์เทคโนโลยีก็ยังคงสูง ซึ่งต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิพุ่ง 102.1% YoY:** จาก 14.39 ล้านบาท เป็น 29.08 ล้านบาท * **รายได้รวมโต 30.7% YoY:** แตะ 1,319.67 ล้านบาท * **อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น:** จาก 9.92% เป็น 11.10% จากการบริหารต้นทุนและสัดส่วนสินค้า Non-Apple ที่เพิ่มขึ้น * **ค่าใช้จ่ายขาย-บริหารเพิ่ม 36.6%:** สอดคล้องกับการขยายสาขาใหม่ 13 สาขาในช่วง 9 เดือนแรกของปี * **สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 23.4%:** จาก 324.72 ล้านบาท เป็น 399.84 ล้านบาท เพื่อรองรับ iPhone Series 14 ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,319.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขาย 1,300.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.7% จากการเปิดตัว iPhone Series 14 ในช่วงกลางเดือนกันยายน ขณะที่ปี 2564 เปิดตัว iPhone Series 13 ในไตรมาส 4 กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 46.0% เป็น 144.89 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นเป็น 11.10% จาก 9.92% ในปีก่อน เนื่องจากมีการบริหารจัดการต้นทุนขายที่มีประสิทธิภาพและสัดส่วนสินค้า Non-Apple ที่มีกำไรสูงขึ้น ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 36.6% เป็น 120.21 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้นเป็น 9.11% จาก 8.72% ในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการเปิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้น 13 สาขาในช่วง 9 เดือนแรกของปี ทำให้มีค่าเช่า ค่าบริหารจัดการ และค่าใช้จ่ายพนักงานเพิ่มขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายที่สอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ด้วยการเติบโตของรายได้และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น ทำให้กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 29.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 102.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 3,967.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.2% และมีกำไรสุทธิ 83.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.7% ## โอกาส * **การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่:** การเปิดตัว iPhone Series 14 เป็นปัจจัยขับเคลื่อนยอดขายที่สำคัญในไตรมาสนี้ และคาดว่าจะมีผลต่อเนื่องไปถึงไตรมาสถัดไป * **การขยายเครือข่ายสาขา:** การเพิ่มจำนวนสาขาเป็น 79 สาขา ช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าและขยายฐานรายได้ * **สินค้ากลุ่ม Non-Apple ที่มีมาร์จินสูง:** การเพิ่มสัดส่วนการขายสินค้ากลุ่มนี้ช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทฯ ## ความเสี่ยง * **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** การขยายสาขาอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ค่าเช่า ค่าบริหารจัดการ และค่าใช้จ่ายพนักงานเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจกดดันอัตรากำไรสุทธิหากยอดขายไม่เติบโตตาม * **การแข่งขันในตลาด:** ตลาดค้าปลีกอุปกรณ์เทคโนโลยีมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ค้าปลีกรายอื่นและช่องทางออนไลน์ * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะไม่ได้ระบุในเอกสาร แต่การนำเข้าสินค้าเทคโนโลยีอาจมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **ยอดขาย iPhone Series 14:** ประสิทธิภาพการขายและผลตอบรับจากผู้บริโภค * **การบริหารจัดการต้นทุนขาย:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนและรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้น * **ผลกระทบจากการขยายสาขา:** การประเมินประสิทธิภาพของสาขาใหม่ และการควบคุมค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง * **การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Apple ในอนาคต:** การวางแผนกลยุทธ์การตลาดและการขายสำหรับผลิตภัณฑ์รุ่นต่อไป * **สัดส่วนการขายสินค้า Non-Apple:** แนวโน้มการเติบโตและผลกระทบต่ออัตรากำไรโดยรวม ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี) SPVI ซึ่งดำเนินธุรกิจค้าปลีกผลิตภัณฑ์ Apple และอุปกรณ์เสริม ผ่านร้านค้าในชื่อ iStudio, iCenter, iBeat, Astore, UStore, Mobi, AIS Shop by Partner และ iSolution มีการปรับกลยุทธ์การขายให้สอดคล้องกับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Apple โดยเฉพาะ iPhone Series 14 ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลักในไตรมาสนี้ การบริหารจัดการสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น 23.4% สะท้อนถึงการเตรียมพร้อมรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในช่วงเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ การที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นเป็น 11.10% บ่งชี้ถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนขายและกลยุทธ์การขายสินค้ากลุ่ม Non-Apple ที่มีมาร์จินสูงขึ้น ซึ่งเป็นทิศทางที่ดีสำหรับธุรกิจค้าปลีกที่มักมีอัตรากำไรไม่สูงนัก อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 36.6% เป็นประเด็นที่ต้องจับตา เนื่องจากสอดคล้องกับการขยายสาขาที่เพิ่มขึ้นถึง 13 สาขาในช่วง 9 เดือนแรกของปี การเพิ่มจำนวนสาขาเป็นการลงทุนเพื่อการเติบโตในระยะยาว แต่ก็มาพร้อมกับต้นทุนที่สูงขึ้น ซึ่งฝ่ายจัดการต้องบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพเพื่อไม่ให้กระทบต่อกำไรสุทธิในระยะยาว ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 3/2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 850.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.4% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นมากถึง 399.84 ล้านบาท เพื่อรองรับความต้องการสินค้าใหม่ หนี้สินรวมอยู่ที่ 344.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.9% จากการสั่งซื้อสินค้าในช่วงปลายไตรมาส ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 505.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.8% จากกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นและมีการจ่ายเงินปันผล 70 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ประมาณ 0.68 เท่า (หนี้สินรวม 344.43 / ส่วนของผู้ถือหุ้น 505.82) ซึ่งอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ ## สรุปท้าย SPVI โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3/2565 เติบโตโดดเด่นด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงถึง 102.1% จากการเปิดตัว iPhone Series 14 และการบริหารจัดการต้นทุนขายที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม การขยายสาขาอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นความท้าทายที่ต้องติดตามในระยะต่อไป ขณะที่ฐานะการเงินยังคงแข็งแกร่งและมีโอกาสในการเติบโตจากการขยายเครือข่ายและผลิตภัณฑ์ใหม่
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SPVI ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
2,443.32 ล้านบาท
↑ 31.2% YoY
กำไรขั้นต้น
263.04 ล้านบาท
↑ 43.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
10.77 %
กำไรสุทธิ
30.05 ล้านบาท
↑ 126.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.23 %
D/E Ratio
1.14
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,443
↑ + 31.2% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
263
↑ + 43.7% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
30
↑ + 126.7% YoY
D/E Ratio
1.14

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SPVI

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
2,443.32
+31.17%
1,862.71
-1.88%
1,898.41
+15.17%
1,648.36
-17.54%
1,998.90
+34.65%
1,484.48
+14.57%
กำไรขั้นต้น —
263.04
+43.66%
183.09
+0.74%
181.75
+3.26%
176.01
-10.69%
197.08
+29.51%
152.17
+20.01%
ค่าใช้จ่ายรวม —
192.13
+7.23%
179.18
+7.00%
167.46
+26.01%
132.90
+6.39%
124.92
+16.86%
106.89
+8.55%
กำไรสุทธิ —
30.05
+126.65%
13.26
-29.44%
18.79
-56.11%
42.81
-29.25%
60.50
+45.05%
41.71
+30.84%
กำไรต่อหุ้น —
0.08
+127.27%
0.03
-29.79%
0.05
-56.07%
0.11
-29.14%
0.15
+45.19%
0.10
+30.00%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
10.77
+9.56%
9.83
+2.72%
9.57
-10.39%
10.68
+8.32%
9.86
-3.80%
10.25
+4.70%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
7.86
-18.30%
9.62
+9.07%
8.82
+9.43%
8.06
+28.96%
6.25
-13.19%
7.20
-5.26%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
1.23
+73.24%
0.71
-28.28%
0.99
-61.92%
2.60
-14.19%
3.03
+7.83%
2.81
+14.23%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.00
0.00
0.00
0.00
+100.00%
-218.06
-11,887.03%
1.85
-63.87%
ROE(%) —
16.83
+99.88%
8.42
-52.51%
17.73
-27.04%
24.30
-12.50%
27.77
+49.87%
18.53
+120.07%
ROA(%) —
10.76
+95.64%
5.50
-53.11%
11.73
-35.01%
18.05
-9.57%
19.96
+62.67%
12.27
+123.09%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
1.14
+0.88%
1.13
+0.89%
1.12
+23.08%
0.91
+49.18%
0.61
-44.55%
1.10
-2.65%
P/E —
10.18
-24.20%
13.43
+5.33%
12.75
-17.15%
15.39
-42.94%
26.97
+47.54%
18.28
-5.68%
P/BV —
1.42
+9.23%
1.30
-53.90%
2.82
-35.76%
4.39
-33.98%
6.65
+112.46%
3.13
-10.32%
BV —
1.52
+9.35%
1.39
-0.71%
1.40
+11.11%
1.26
+16.67%
1.08
+16.13%
0.93
+6.90%
YIELD(%) —
3.70
-53.81%
8.01
+81.22%
4.42
+40.32%
3.15
+105.88%
1.53
-55.65%
3.45
+75.13%
ราคาหุ้น —
2.16
+19.34%
1.81
-54.29%
3.96
-28.65%
5.55
-22.92%
7.20
+148.28%
2.90
-4.61%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.14
ROE (%)
16.83
ROA (%)
10.76
Book Value/หุ้น
1.72

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SPVI

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
1,041.02
+31.41%
792.18
-10.16%
881.73
+18.86%
741.79
+45.03%
—
590.24
-4.91%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
328.37
-22.03%
421.16
+20.36%
349.93
+12.46%
311.15
+11.00%
—
273.91
+153.66%
รวมสินทรัพย์ —
1,369.38
+12.86%
1,213.33
-1.49%
1,231.66
+16.97%
1,052.95
+32.98%
—
864.15
+18.59%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
600.54
+21.55%
494.05
-10.95%
554.83
+34.93%
411.19
+125.24%
—
310.71
-4.87%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
130.15
-13.36%
150.22
+55.20%
96.79
+5.30%
91.91
-21.56%
—
141.17
+511.12%
รวมหนี้สิน —
730.69
+13.41%
644.27
-1.13%
651.62
+29.52%
503.10
+67.85%
—
451.88
+29.21%
รวมส่วนของเจ้าของ —
638.69
+12.24%
569.06
-1.89%
580.04
+5.49%
549.85
+11.75%
—
412.27
+8.79%
D/E —
1.14
1.13
1.12
0.91
—
1.10
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
16.83
8.42
17.73
24.30
—
18.53
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
10.76
5.50
11.73
18.05
—
12.27
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.73
1.60
1.59
1.80
—
1.90
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.68
0.49
0.39
0.29
—
0.36
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
5.40
7.38
0.00
0.00
—
6.27
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
27.67
34.81
0.00
0.00
—
48.26
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
22.33
21.42
0.00
0.00
—
25.81
วงจรเงินสด —
10.73
20.77
0.00
0.00
—
28.73
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-111
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+23
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SPVI

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-111.13
-80.88%
-581.21
+928.33%
-56.52
-146.48%
121.60
—
-119.92
-261.97%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
22.51
-48.97%
44.11
+1,118.51%
3.62
-114.88%
-24.33
—
91.88
-257.30%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
76.38
-83.47%
462.09
-10,698.39%
-4.36
-95.66%
-100.54
—
36.11
-250.40%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
-12.24
-83.69%
-75.03
+31.03%
-57.26
+1,645.73%
-3.28
—
8.06
-196.30%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
122.36
+92.42%
63.59
+26.47%
50.28
-49.44%
99.44
+121.14%
—
36.90
-18.49%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
285.46
+133.30%
122.36
+92.42%
63.59
+26.47%
50.28
-49.44%
—
44.97
+21.87%