บริษัท เอส พี วี ไอ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
3.42
+0.06 (+1.79%)
สรุปสั้น
สาขาที่เปิดให้บริการจํานวน 62 สาขา เพิ่มจากสินปี้ที่ 57 สาขา) ประกอบด้วย iStudio 3 สาขา iBeat 6 สาขา UStore 19 สาขา
AIS Shop by Partner 19 สาขา Center 7 สาขา AStore 4 สาขา Mobi 3 สาขา iSolution 1 สาขา
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้ เพิ่มขึ้น 67.15% เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภค ที่เปลี่ยนแปลงไป ผู้บริโภคมีความต้องการใช้สินค้าประเภทสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตเพื่อประกอบการเรียน และการทํางานมากขึ้น
ในขณะที่กำไรขั้นต้นเพิ่มแต่อัตรากำไรลดลง เนื่องจากบริษัทฯมีการเติบโตจากยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์ ประกอบกับสัดส่วนยอดขายของกลุ่มผลิตภัณฑ์ Apple เพิ่มขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เพิ่มขึ้น แต่ อัตราส่วนค่าใข้จ่ายต่อรายได้ลดลง เนื่องจากบริษัทฯสามารถบริหารจัดการ ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรและค่าใช้จ่ายเพื่อส่งเสริมการขายและจัดจําหน่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ป
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5905 out_tok=2438 at=2026-07-26T06:36:35 -->
# SPVI กำไรสุทธิ Q3/65 พุ่ง 102% รับอานิสงส์เปิดตัว iPhone รุ่นใหม่
## รายได้โต 30% อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น หนุนผลงานแกร่ง สวนทางค่าใช้จ่ายที่เพิ่มตามการขยายสาขา
บริษัท เอส พี วี ไอ จำกัด (มหาชน) หรือ SPVI รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 29.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 102.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 1,319.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.7% ปัจจัยหลักมาจากการเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SPVI ในไตรมาส 3/2565 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่ง** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้น 30.7% และกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 102.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้มาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ
1. **การเปิดตัวสินค้าใหม่:** การเปิดตัว iPhone Series 14 ในช่วงกลางเดือนกันยายน 2565 เป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นยอดขายได้อย่างมาก เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ผู้บริโภคให้ความสนใจและมีการจับจ่ายสินค้าเทคโนโลยีรุ่นใหม่
2. **การบริหารจัดการต้นทุนขายและสัดส่วนสินค้า:** ฝ่ายจัดการระบุว่ามีการบริหารจัดการต้นทุนขายที่มีประสิทธิภาพ ประกอบกับการที่สัดส่วนการขายสินค้ากลุ่ม Non-Apple ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับตัวดีขึ้นจาก 9.92% ในปีก่อน เป็น 11.10% ในไตรมาสนี้
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 36.6% เนื่องจากมีการเปิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้น (จาก 66 สาขา ณ สิ้นปี 2564 เป็น 79 สาขา ณ สิ้นไตรมาส 3/2565) ทำให้มีค่าเช่า ค่าบริหารจัดการ และค่าใช้จ่ายพนักงานเพิ่มขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายและค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตที่สอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาการแข่งขันและปัจจัยภายนอก** การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Apple เป็นวัฏจักรที่เกิดขึ้นทุกปี และมักจะส่งผลดีต่อยอดขายในช่วงเปิดตัวเสมอ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจากการขยายสาขาอาจเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไรสุทธิในระยะยาว นอกจากนี้ การแข่งขันในตลาดค้าปลีกอุปกรณ์เทคโนโลยีก็ยังคงสูง ซึ่งต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 102.1% YoY:** จาก 14.39 ล้านบาท เป็น 29.08 ล้านบาท
* **รายได้รวมโต 30.7% YoY:** แตะ 1,319.67 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น:** จาก 9.92% เป็น 11.10% จากการบริหารต้นทุนและสัดส่วนสินค้า Non-Apple ที่เพิ่มขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายขาย-บริหารเพิ่ม 36.6%:** สอดคล้องกับการขยายสาขาใหม่ 13 สาขาในช่วง 9 เดือนแรกของปี
* **สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 23.4%:** จาก 324.72 ล้านบาท เป็น 399.84 ล้านบาท เพื่อรองรับ iPhone Series 14
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,319.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขาย 1,300.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.7% จากการเปิดตัว iPhone Series 14 ในช่วงกลางเดือนกันยายน ขณะที่ปี 2564 เปิดตัว iPhone Series 13 ในไตรมาส 4 กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 46.0% เป็น 144.89 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นเป็น 11.10% จาก 9.92% ในปีก่อน เนื่องจากมีการบริหารจัดการต้นทุนขายที่มีประสิทธิภาพและสัดส่วนสินค้า Non-Apple ที่มีกำไรสูงขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 36.6% เป็น 120.21 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้นเป็น 9.11% จาก 8.72% ในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการเปิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้น 13 สาขาในช่วง 9 เดือนแรกของปี ทำให้มีค่าเช่า ค่าบริหารจัดการ และค่าใช้จ่ายพนักงานเพิ่มขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายที่สอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม ด้วยการเติบโตของรายได้และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น ทำให้กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 29.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 102.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 3,967.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.2% และมีกำไรสุทธิ 83.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.7%
## โอกาส
* **การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่:** การเปิดตัว iPhone Series 14 เป็นปัจจัยขับเคลื่อนยอดขายที่สำคัญในไตรมาสนี้ และคาดว่าจะมีผลต่อเนื่องไปถึงไตรมาสถัดไป
* **การขยายเครือข่ายสาขา:** การเพิ่มจำนวนสาขาเป็น 79 สาขา ช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าและขยายฐานรายได้
* **สินค้ากลุ่ม Non-Apple ที่มีมาร์จินสูง:** การเพิ่มสัดส่วนการขายสินค้ากลุ่มนี้ช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทฯ
## ความเสี่ยง
* **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** การขยายสาขาอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ค่าเช่า ค่าบริหารจัดการ และค่าใช้จ่ายพนักงานเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจกดดันอัตรากำไรสุทธิหากยอดขายไม่เติบโตตาม
* **การแข่งขันในตลาด:** ตลาดค้าปลีกอุปกรณ์เทคโนโลยีมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ค้าปลีกรายอื่นและช่องทางออนไลน์
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะไม่ได้ระบุในเอกสาร แต่การนำเข้าสินค้าเทคโนโลยีอาจมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ยอดขาย iPhone Series 14:** ประสิทธิภาพการขายและผลตอบรับจากผู้บริโภค
* **การบริหารจัดการต้นทุนขาย:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนและรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้น
* **ผลกระทบจากการขยายสาขา:** การประเมินประสิทธิภาพของสาขาใหม่ และการควบคุมค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง
* **การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Apple ในอนาคต:** การวางแผนกลยุทธ์การตลาดและการขายสำหรับผลิตภัณฑ์รุ่นต่อไป
* **สัดส่วนการขายสินค้า Non-Apple:** แนวโน้มการเติบโตและผลกระทบต่ออัตรากำไรโดยรวม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
SPVI ซึ่งดำเนินธุรกิจค้าปลีกผลิตภัณฑ์ Apple และอุปกรณ์เสริม ผ่านร้านค้าในชื่อ iStudio, iCenter, iBeat, Astore, UStore, Mobi, AIS Shop by Partner และ iSolution มีการปรับกลยุทธ์การขายให้สอดคล้องกับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Apple โดยเฉพาะ iPhone Series 14 ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลักในไตรมาสนี้ การบริหารจัดการสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น 23.4% สะท้อนถึงการเตรียมพร้อมรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในช่วงเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่
การที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นเป็น 11.10% บ่งชี้ถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนขายและกลยุทธ์การขายสินค้ากลุ่ม Non-Apple ที่มีมาร์จินสูงขึ้น ซึ่งเป็นทิศทางที่ดีสำหรับธุรกิจค้าปลีกที่มักมีอัตรากำไรไม่สูงนัก
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 36.6% เป็นประเด็นที่ต้องจับตา เนื่องจากสอดคล้องกับการขยายสาขาที่เพิ่มขึ้นถึง 13 สาขาในช่วง 9 เดือนแรกของปี การเพิ่มจำนวนสาขาเป็นการลงทุนเพื่อการเติบโตในระยะยาว แต่ก็มาพร้อมกับต้นทุนที่สูงขึ้น ซึ่งฝ่ายจัดการต้องบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพเพื่อไม่ให้กระทบต่อกำไรสุทธิในระยะยาว
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3/2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 850.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.4% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นมากถึง 399.84 ล้านบาท เพื่อรองรับความต้องการสินค้าใหม่ หนี้สินรวมอยู่ที่ 344.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.9% จากการสั่งซื้อสินค้าในช่วงปลายไตรมาส ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 505.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.8% จากกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นและมีการจ่ายเงินปันผล 70 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ประมาณ 0.68 เท่า (หนี้สินรวม 344.43 / ส่วนของผู้ถือหุ้น 505.82) ซึ่งอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
## สรุปท้าย
SPVI โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3/2565 เติบโตโดดเด่นด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงถึง 102.1% จากการเปิดตัว iPhone Series 14 และการบริหารจัดการต้นทุนขายที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม การขยายสาขาอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นความท้าทายที่ต้องติดตามในระยะต่อไป ขณะที่ฐานะการเงินยังคงแข็งแกร่งและมีโอกาสในการเติบโตจากการขยายเครือข่ายและผลิตภัณฑ์ใหม่
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SPVI ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
2,443.32
ล้านบาท
↑ 31.2% YoY
กำไรขั้นต้น
263.04
ล้านบาท
↑ 43.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
10.77
%
กำไรสุทธิ
30.05
ล้านบาท
↑ 126.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.23
%
D/E Ratio
1.14
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,443
↑ + 31.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
263
↑ + 43.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
30
↑ + 126.7%
YoY
D/E Ratio
1.14
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SPVI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.14
ROE (%)
16.83
ROA (%)
10.76
Book Value/หุ้น
1.73
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SPVI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-111
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+23
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SPVI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-111.13
-80.88%
|
-581.21
+928.33%
|
-56.52
-146.48%
|
121.60
|
— |
-119.92
-261.97%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
22.51
-48.97%
|
44.11
+1,118.51%
|
3.62
-114.88%
|
-24.33
|
— |
91.88
-257.30%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
76.38
-83.47%
|
462.09
-10,698.39%
|
-4.36
-95.66%
|
-100.54
|
— |
36.11
-250.40%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-12.24
-83.69%
|
-75.03
+31.03%
|
-57.26
+1,645.73%
|
-3.28
|
— |
8.06
-196.30%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
122.36
+92.42%
|
63.59
+26.47%
|
50.28
-49.44%
|
99.44
+121.14%
|
— |
36.90
-18.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
285.46
+133.30%
|
122.36
+92.42%
|
63.59
+26.47%
|
50.28
-49.44%
|
— |
44.97
+21.87%
|