บริษัท เอส พี วี ไอ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
3.42
+0.06 (+1.79%)
สรุปสั้น
สาขาที่เปิดให้บริการจํานวน 62 สาขา เพิ่มจากสินปี้ที่ 57 สาขา) ประกอบด้วย iStudio 3 สาขา iBeat 6 สาขา UStore 19 สาขา
AIS Shop by Partner 19 สาขา Center 7 สาขา AStore 4 สาขา Mobi 3 สาขา iSolution 1 สาขา
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้ เพิ่มขึ้น 67.15% เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภค ที่เปลี่ยนแปลงไป ผู้บริโภคมีความต้องการใช้สินค้าประเภทสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตเพื่อประกอบการเรียน และการทํางานมากขึ้น
ในขณะที่กำไรขั้นต้นเพิ่มแต่อัตรากำไรลดลง เนื่องจากบริษัทฯมีการเติบโตจากยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์ ประกอบกับสัดส่วนยอดขายของกลุ่มผลิตภัณฑ์ Apple เพิ่มขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เพิ่มขึ้น แต่ อัตราส่วนค่าใข้จ่ายต่อรายได้ลดลง เนื่องจากบริษัทฯสามารถบริหารจัดการ ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรและค่าใช้จ่ายเพื่อส่งเสริมการขายและจัดจําหน่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ป
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5289 out_tok=2534 at=2026-07-26T06:18:29 -->
# SPVI กำไร Q1/65 หดตัว 18% รับผลกระทบสินค้าขาดแคลน-ค่าใช้จ่ายพุ่ง
## รายได้รวมวูบ 9.5% สวนทางอัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น เหตุบริหารต้นทุน-ดันสินค้า Non-Apple
บริษัท เอส พี วี ไอ จำกัด (มหาชน) หรือ SPVI รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้รวม 1,256.37 ล้านบาท ลดลง 9.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 27.70 ล้านบาท ลดลง 18.0% โดยปัจจัยหลักมาจากปัญหา Supply Chain ขาดแคลนสินค้า iPad และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขา
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เทคโนโลยี
หัวใจกำไรของ SPVI ในไตรมาส 1/2565 อยู่ที่ **การปรับตัวลดลงของรายได้จากการขายสินค้าหลัก ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่ลดลง 18.0% YoY
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ SPVI ปรับตัวลดลงในไตรมาส 1/2565 คือ **รายได้จากการขายที่ลดลง 9.7%** โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้า iPad ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหา Supply Chain ขาดแคลน แม้จะมีความต้องการจากผู้บริโภคอยู่ก็ตาม ประกอบกับ **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 8.53%** ซึ่งเป็นผลมาจากการส่งเสริมการขายและค่าเช่าพื้นที่ที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดสาขาใหม่
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้จากการขายลดลง:** ปัญหาการขาดแคลน Supply สินค้า iPad เป็นปัจจัยหลักที่กดดันยอดขาย แม้ว่าความต้องการของผู้บริโภคจะยังมีอยู่ก็ตาม ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้รวมของบริษัทฯ ที่ลดลง 9.5%
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น:** บริษัทฯ มีการขยายสาขาเพิ่มขึ้นจาก 66 สาขา ณ สิ้นปี 2564 เป็น 69 สาขา ณ สิ้นไตรมาส 1/2565 ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการขาย ค่าเช่า และค่าบริหารจัดการพื้นที่เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ **กำไรขั้นต้น** มีการปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย โดยอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 9.79% เป็น 10.61% ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนขายที่มีประสิทธิภาพ และการเพิ่มสัดส่วนการขายสินค้ากลุ่ม Non-Apple ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่า
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีแนวโน้มดีขึ้นในระยะสั้นถึงกลาง ฝ่ายจัดการระบุว่าสถานการณ์ Supply Chain เริ่มดีขึ้นตั้งแต่ปลายไตรมาส 1/2565 และเริ่มมีสินค้าทยอยเข้ามา ซึ่งบ่งชี้ว่าปัญหาการขาดแคลนสินค้าอาจคลี่คลายลงในไตรมาสถัดไป อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขาอาจเป็นปัจจัยที่กดดันอัตรากำไรในระยะสั้น แต่การเพิ่มสัดส่วนสินค้า Non-Apple ที่มีมาร์จิ้นสูงขึ้น จะเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยชดเชยได้
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมลดลง 9.5% YoY:** อยู่ที่ 1,256.37 ล้านบาท จาก 1,387.65 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรสุทธิลดลง 18.0% YoY:** อยู่ที่ 27.70 ล้านบาท จาก 33.80 ล้านบาทในปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้น:** จาก 9.79% เป็น 10.61%
* **อัตรากำไรสุทธิ (NPM) ลดลง:** จาก 2.44% เป็น 2.20%
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 8.53%:** จาก 76.66 ล้านบาท เป็น 84.93 ล้านบาท
* **จำนวนสาขาเพิ่มขึ้น:** จาก 66 สาขา เป็น 69 สาขา
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัท เอส พี วี ไอ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 1,256.37 ล้านบาท ลดลง 9.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 1,387.65 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายลดลง 9.7% เป็นผลมาจากปัญหา Supply Chain ขาดแคลนสินค้า iPad แม้ว่าความต้องการจะยังมีอยู่ก็ตาม ขณะที่รายได้จากการบริการลดลง 6.6% และรายได้อื่นเพิ่มขึ้น 27.1%
กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 131.99 ล้านบาท ลดลง 2.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 9.79% เป็น 10.61% ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนขายที่มีประสิทธิภาพ และการเพิ่มสัดส่วนการขายสินค้ากลุ่ม Non-Apple ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นค่อนข้างสูง
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 8.53% เป็น 108.18 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีอัตราส่วนต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้นจาก 7.18% เป็น 8.61% เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายเพื่อส่งเสริมการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น รวมถึงค่าเช่าและค่าบริหารจัดการพื้นที่ที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดสาขาใหม่
ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 27.70 ล้านบาท ลดลง 18.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 33.82 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 2.44% เป็น 2.20%
## โอกาส
* **การคลี่คลายของปัญหา Supply Chain:** ฝ่ายจัดการระบุว่าสถานการณ์เริ่มดีขึ้นตั้งแต่ปลายไตรมาส 1/2565 และเริ่มมีสินค้าทยอยเข้ามา ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อยอดขายในไตรมาสถัดไป
* **การเพิ่มสัดส่วนสินค้า Non-Apple:** การบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มสัดส่วนการขายสินค้ากลุ่ม Non-Apple ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง จะช่วยหนุนอัตรากำไรโดยรวมของบริษัทฯ
* **การขยายสาขา:** การเพิ่มจำนวนสาขาเป็น 69 สาขา จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าและขยายฐานรายได้ในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของ Supply Chain:** แม้สถานการณ์จะเริ่มดีขึ้น แต่ความไม่แน่นอนของ Supply Chain ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
* **การแข่งขันในตลาด:** ธุรกิจค้าปลีกสินค้าเทคโนโลยีมีการแข่งขันสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อส่วนแบ่งการตลาดและอัตรากำไร
* **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น:** การขยายสาขาและการส่งเสริมการขายที่เพิ่มขึ้น อาจส่งผลกดดันอัตรากำไรในระยะสั้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **สถานการณ์ Supply Chain สินค้า iPad:** การกลับมาของสินค้าและการตอบรับของตลาด
* **ยอดขายสินค้ากลุ่ม Non-Apple:** สัดส่วนการขายและอัตรากำไรที่ทำได้
* **ผลประกอบการจากการเปิดสาขาใหม่:** การสร้างรายได้และกำไรจากสาขาที่เพิ่มขึ้น
* **แนวโน้มค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** การควบคุมค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกับรายได้
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** ระดับสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น 44.3% ของสินทรัพย์หมุนเวียน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
* **Product Mix:** รายได้จากการขายสินค้า iPad ซึ่งเป็นสินค้าหลัก ได้รับผลกระทบจากปัญหา Supply Chain อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่บริษัทฯ พยายามเพิ่มสัดส่วนการขายสินค้า Non-Apple ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้น เพื่อชดเชยผลกระทบดังกล่าว
* **Recurring Revenue/Subscription:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับรายได้ในรูปแบบ Recurring Revenue หรือ Subscription อย่างชัดเจน
* **R&D:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D)
* **ลูกค้าหลัก:** มีการกล่าวถึงยอดขายให้กับสถาบันการศึกษาที่ส่งผลให้ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้ระบุชื่อลูกค้าหลัก
* **Margin:** อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจากการบริหารต้นทุนและ Product Mix ที่เปลี่ยนไป แต่กำไรสุทธิลดลงเนื่องจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น
* **การขยายตลาด/พาร์ทเนอร์:** มีการขยายสาขาเพิ่มขึ้นเป็น 69 สาขา ครอบคลุมหลายรูปแบบ เช่น iStudio, iCenter, UStore, AIS Shop by Partner เป็นต้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 1/2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 827.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักมาจากยอดลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นจากการขายให้กับสถาบันการศึกษา และสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้นหลังจากสถานการณ์ Supply ขาดแคลนเริ่มดีขึ้น
หนี้สินรวมอยู่ที่ 307.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% จากสิ้นปี 2564 ซึ่งสอดคล้องกับการสั่งซื้อสินค้าช่วงปลายไตรมาส
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 519.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.6% จากสิ้นปี 2564 ซึ่งเป็นผลมาจากกำไรสุทธิที่เกิดขึ้นระหว่างงวด
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ประมาณ 0.59 เท่า (หนี้สินรวม 307.87 / ส่วนของผู้ถือหุ้น 519.75) ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานไม่ได้ระบุไว้ในเอกสาร
## สรุปท้าย
SPVI ในไตรมาส 1/2565 เผชิญแรงกดดันจากปัญหา Supply Chain สินค้า iPad ที่ส่งผลให้รายได้รวมลดลง 9.5% และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขา ส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัว 18.0% อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนและปรับ Product Mix โดยเพิ่มสัดส่วนสินค้า Non-Apple ที่มีมาร์จิ้นสูงขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น แม้สถานการณ์ Supply Chain จะเริ่มคลี่คลาย แต่การควบคุมค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขาจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SPVI ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
2,443.32
ล้านบาท
↑ 31.2% YoY
กำไรขั้นต้น
263.04
ล้านบาท
↑ 43.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
10.77
%
กำไรสุทธิ
30.05
ล้านบาท
↑ 126.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.23
%
D/E Ratio
1.14
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,443
↑ + 31.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
263
↑ + 43.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
30
↑ + 126.7%
YoY
D/E Ratio
1.14
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SPVI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.14
ROE (%)
16.83
ROA (%)
10.76
Book Value/หุ้น
1.73
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SPVI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-111
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+23
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SPVI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-111.13
-80.88%
|
-581.21
+928.33%
|
-56.52
-146.48%
|
121.60
|
— |
-119.92
-261.97%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
22.51
-48.97%
|
44.11
+1,118.51%
|
3.62
-114.88%
|
-24.33
|
— |
91.88
-257.30%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
76.38
-83.47%
|
462.09
-10,698.39%
|
-4.36
-95.66%
|
-100.54
|
— |
36.11
-250.40%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-12.24
-83.69%
|
-75.03
+31.03%
|
-57.26
+1,645.73%
|
-3.28
|
— |
8.06
-196.30%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
122.36
+92.42%
|
63.59
+26.47%
|
50.28
-49.44%
|
99.44
+121.14%
|
— |
36.90
-18.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
285.46
+133.30%
|
122.36
+92.42%
|
63.59
+26.47%
|
50.28
-49.44%
|
— |
44.97
+21.87%
|