บริษัท เอส พี วี ไอ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
3.42
+0.06 (+1.79%)
สรุปสั้น
สาขาที่เปิดให้บริการจํานวน 62 สาขา เพิ่มจากสินปี้ที่ 57 สาขา) ประกอบด้วย iStudio 3 สาขา iBeat 6 สาขา UStore 19 สาขา
AIS Shop by Partner 19 สาขา Center 7 สาขา AStore 4 สาขา Mobi 3 สาขา iSolution 1 สาขา
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้ เพิ่มขึ้น 67.15% เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภค ที่เปลี่ยนแปลงไป ผู้บริโภคมีความต้องการใช้สินค้าประเภทสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตเพื่อประกอบการเรียน และการทํางานมากขึ้น
ในขณะที่กำไรขั้นต้นเพิ่มแต่อัตรากำไรลดลง เนื่องจากบริษัทฯมีการเติบโตจากยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์ ประกอบกับสัดส่วนยอดขายของกลุ่มผลิตภัณฑ์ Apple เพิ่มขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เพิ่มขึ้น แต่ อัตราส่วนค่าใข้จ่ายต่อรายได้ลดลง เนื่องจากบริษัทฯสามารถบริหารจัดการ ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรและค่าใช้จ่ายเพื่อส่งเสริมการขายและจัดจําหน่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ป
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4658 out_tok=2794 at=2026-07-26T05:40:24 -->
# SPVI กำไรสุทธิ Q3/2566 ดิ่ง 45.69% รับยอดขายวูบ-ต้นทุนพุ่ง
## รายได้หดตัวกระทบกำไรสุทธิ ขณะที่ฝ่ายจัดการเร่งลงทุนขยายโรงงานแห่งที่ 2
บริษัท ซีแพนเนล จำกัด (มหาชน) หรือ SPVI รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 13.29 ล้านบาท ลดลง 45.69% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่ลดลง 16.25% ประกอบกับต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิหดตัวลง อย่างไรก็ตาม บริษัทอยู่ระหว่างการลงทุนก่อสร้างโรงงานแห่งที่ 2 เพื่อรองรับการขยายกำลังการผลิตในอนาคต
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ SPVI ในไตรมาส 3 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การหดตัวของรายได้จากการขายถึง 16.25%** ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจาก 42.60% ในปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 38.06% ในไตรมาสนี้ ประกอบกับการที่ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานบางส่วนปรับตัวสูงขึ้น ทำให้กำไรสุทธิลดลงถึง 45.69%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การลดลงของรายได้จากการขายเกิดจากการชะลอตัวของสภาพเศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายแผ่นผนังและแผ่นพื้นคอนกรีตสำเร็จรูปของบริษัทให้ลดลง แม้ว่าต้นทุนขายจะลดลงตามปริมาณการขาย แต่สัดส่วนการลดลงของต้นทุนขายนั้นน้อยกว่าการลดลงของรายได้ ทำให้กำไรขั้นต้นต่อหน่วยลดลง นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นสำหรับรถขนส่งสินค้า และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นจากการปรับเงินเดือนประจำปี รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นจากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืม ปัจจัยเหล่านี้ล้วนกดดันให้กำไรสุทธิโดยรวมลดลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **ยังไม่ชัดเจนว่าสถานการณ์จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจส่งผลต่อปริมาณการขาย แต่ก็ไม่ได้ให้แนวโน้มที่ชัดเจนว่าภาวะดังกล่าวจะดีขึ้นหรือแย่ลงในไตรมาสถัดไป อย่างไรก็ตาม บริษัทกำลังลงทุนก่อสร้างโรงงานแห่งที่ 2 เพื่อรองรับการขยายกำลังการผลิตในอนาคต ซึ่งอาจเป็นปัจจัยบวกในระยะยาว แต่ในระยะสั้น ผลประกอบการยังคงต้องจับตาดูทิศทางเศรษฐกิจและปริมาณคำสั่งซื้อของลูกค้าเป็นสำคัญ
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายลดลง 16.25%** อยู่ที่ 101.58 ล้านบาท เทียบกับ 121.29 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
* **กำไรขั้นต้นลดลง 25.18%** อยู่ที่ 38.66 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวลงจาก 42.60% เป็น 38.06%
* **กำไรสุทธิลดลง 45.69%** อยู่ที่ 13.29 ล้านบาท เทียบกับ 24.36 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
* **ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 6.31%** จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 10.54%** จากการปรับเงินเดือนประจำปี
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 12.72%** จากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่สูงขึ้น
* **บริษัทอยู่ระหว่างการลงทุนก่อสร้างโรงงานแห่งที่ 2** โดยมีสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 13.01% และหนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 22.51% จากการกู้ยืมเพื่อการลงทุน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัท ซีแพนเนล จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 101.58 ล้านบาท ลดลง 19.71 ล้านบาท หรือ 16.25% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายแผ่นผนังและแผ่นพื้นคอนกรีตสำเร็จรูป ต้นทุนจากการขายอยู่ที่ 62.92 ล้านบาท ลดลง 6.70 ล้านบาท หรือ 9.62% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 38.66 ล้านบาท ลดลง 25.18% และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 42.60% เป็น 38.06% รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 1.07 ล้านบาท เป็น 1.94 ล้านบาท โดยมีสาเหตุจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนและดอกเบี้ยรับ
ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 6.31% เป็น 10.28 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 10.54% เป็น 11.75 ล้านบาท จากการปรับเงินเดือนประจำปี ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 12.72% เป็น 1.95 ล้านบาท จากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่สูงขึ้น กำไรจากการดำเนินงานรวมอยู่ที่ 16.62 ล้านบาท ลดลง 45.53% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ลดลง 45.85% เป็น 3.33 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 13.29 ล้านบาท ลดลง 11.13 ล้านบาท หรือ 45.69% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 13.02%
## โอกาส
* **การลงทุนขยายกำลังการผลิต:** การก่อสร้างโรงงานแห่งที่ 2 เพื่อรองรับการขยายกำลังการผลิตในอนาคต เป็นการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับความต้องการที่อาจเพิ่มขึ้นในระยะยาว
* **รายได้อื่นที่เพิ่มขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของรายได้อื่น เช่น กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนและดอกเบี้ยรับ สามารถช่วยชดเชยผลประกอบการในส่วนอื่นได้บ้าง
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว:** เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายสินค้าของบริษัท และอาจส่งผลต่อเนื่องหากภาวะเศรษฐกิจยังคงซบเซา
* **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานผันผวน:** ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการขายโดยตรง และต้นทุนวัตถุดิบอื่นๆ อาจส่งผลต่อต้นทุนขายได้
* **อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น:** ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของบริษัทปรับตัวสูงขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มปริมาณการขาย:** การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและคำสั่งซื้อจากลูกค้าจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อรายได้ในไตรมาสถัดไป
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานท่ามกลางแรงกดดันด้านราคา
* **ความคืบหน้าการก่อสร้างโรงงานแห่งที่ 2:** การลงทุนนี้จะส่งผลต่อฐานะการเงินและกระแสเงินสดในระยะสั้น แต่เป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตในระยะยาว
* **ทิศทางอัตราดอกเบี้ย:** การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยจะส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัท
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
ในฐานะผู้ผลิตแผ่นผนังและแผ่นพื้นคอนกรีตสำเร็จรูป SPVI ดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมก่อสร้าง ซึ่งมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับภาพรวมเศรษฐกิจและการลงทุนภาคอสังหาริมทรัพย์ แม้จะไม่ได้จัดอยู่ในกลุ่มเทคโนโลยีที่เน้นซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์โดยตรง แต่การผลิตผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง
* **Product Mix:** เอกสารไม่ได้ระบุรายละเอียดของ Product Mix ที่ชัดเจน แต่ระบุว่ารายได้หลักมาจากการขายแผ่นผนังและแผ่นพื้นคอนกรีตสำเร็จรูป การเปลี่ยนแปลงปริมาณการขายของผลิตภัณฑ์เหล่านี้จึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้รวม
* **Recurring/Subscription Revenue:** ไม่พบข้อมูลเกี่ยวกับรายได้ในรูปแบบ Recurring หรือ Subscription ในเอกสาร
* **R&D:** ไม่พบข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ในเอกสาร
* **ลูกค้าหลัก:** ไม่ได้ระบุชื่อลูกค้าหลัก แต่ระบุว่าปริมาณการขายได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของสภาพเศรษฐกิจ ซึ่งบ่งชี้ว่าลูกค้าอาจเป็นผู้ประกอบการในภาคอสังหาริมทรัพย์หรือภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ
* **Margin:** อัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิมีการหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสนี้
* **การขยายตลาด/พาร์ทเนอร์:** การลงทุนก่อสร้างโรงงานแห่งที่ 2 เป็นการขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับตลาดในอนาคต แต่ไม่ได้ระบุถึงการขยายตลาดใหม่ๆ หรือการสร้างพาร์ทเนอร์ชิพใหม่ๆ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 776.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.01% จากสิ้นปี 2565 โดยมีที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์เพิ่มขึ้น 106.38 ล้านบาท จากการลงทุนก่อสร้างโรงงานแห่งที่ 2 ขณะที่เงินลงทุนระยะสั้นลดลง 19.84 ล้านบาท หนี้สินรวมอยู่ที่ 285.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.51% จากสิ้นปี 2565 สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน 29.47 ล้านบาท เพื่อใช้ในการลงทุนก่อสร้างโรงงานแห่งที่ 2 ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 490.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.14% จากกำไรสุทธิในปี 2566
ในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทมีกระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 209.18 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่ากำไรสุทธิจากการดำเนินงานที่ 16.62 ล้านบาท เนื่องจากรายการที่ไม่ใช่เงินสดและการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินหมุนเวียน บริษัทมีกระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 118.09 ล้านบาท ส่วนใหญ่เกิดจากการลงทุนก่อสร้างโรงงานแห่งที่ 2 และมีกระแสเงินสดสุทธิได้จากกิจกรรมจัดหาเงิน 9.28 ล้านบาท จากการกู้ยืมระยะยาว ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือ ณ สิ้นไตรมาสอยู่ที่ 100.37 ล้านบาท
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญของผลประกอบการ SPVI ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือการหดตัวของรายได้จากการขายที่ 16.25% อันเป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิให้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ปรับตัวสูงขึ้น แม้ว่าบริษัทจะมีการลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิตในระยะยาว แต่ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและแรงกดดันด้านต้นทุนยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SPVI ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
2,443.32
ล้านบาท
↑ 31.2% YoY
กำไรขั้นต้น
263.04
ล้านบาท
↑ 43.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
10.77
%
กำไรสุทธิ
30.05
ล้านบาท
↑ 126.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.23
%
D/E Ratio
1.14
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,443
↑ + 31.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
263
↑ + 43.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
30
↑ + 126.7%
YoY
D/E Ratio
1.14
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SPVI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.14
ROE (%)
16.83
ROA (%)
10.76
Book Value/หุ้น
1.73
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SPVI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-111
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+23
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SPVI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-111.13
-80.88%
|
-581.21
+928.33%
|
-56.52
-146.48%
|
121.60
|
— |
-119.92
-261.97%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
22.51
-48.97%
|
44.11
+1,118.51%
|
3.62
-114.88%
|
-24.33
|
— |
91.88
-257.30%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
76.38
-83.47%
|
462.09
-10,698.39%
|
-4.36
-95.66%
|
-100.54
|
— |
36.11
-250.40%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-12.24
-83.69%
|
-75.03
+31.03%
|
-57.26
+1,645.73%
|
-3.28
|
— |
8.06
-196.30%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
122.36
+92.42%
|
63.59
+26.47%
|
50.28
-49.44%
|
99.44
+121.14%
|
— |
36.90
-18.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
285.46
+133.30%
|
122.36
+92.42%
|
63.59
+26.47%
|
50.28
-49.44%
|
— |
44.97
+21.87%
|