บริษัท เอส. แพ็ค แอนด์ พริ้นท์ จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
1.36
0.01 (0.73%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7414 out_tok=2930 at=2026-07-26T04:55:40 -->
# SPACK กำไร Q4/2565 ดิ่ง 69% รับอุปสงค์ปุ๋ยวูบ แต่ GPM พุ่ง
## รายได้วูบหนักฉุดกำไรสุทธิ Q4/2565 หายเกือบ 70% ฝ่ายจัดการชี้อุปสงค์ปุ๋ยเคมีลดลงจากราคาที่สูงขึ้น ขณะที่ธุรกิจเคมีภัณฑ์อื่นและบริการโรงงานยังเติบโตได้ดี
บริษัท เอส. แพ็ค แอนด์ พริ้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SPACK รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 19.4 ล้านบาท ลดลงถึง 69% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จะปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายที่หดตัวลงถึง 36% เนื่องจากอุปสงค์ปุ๋ยเคมีที่อ่อนแอลง อย่างไรก็ตาม ธุรกิจผลิตภัณฑ์เคมีอื่นและบริการจัดการพื้นที่โรงงานยังคงเติบโตได้ดี
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
หัวใจหลักที่ส่งผลให้ผลประกอบการของ SPACK ในไตรมาส 4 ปี 2565 เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ คือ **ปริมาณการขายปุ๋ยเคมีที่ลดลงอย่างมาก** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้รวมของบริษัท แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวดีขึ้นก็ตาม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่กดดันผลประกอบการในไตรมาส 4 ปี 2565 คือ **การลดลงของปริมาณการขายปุ๋ยเคมีทั้งในประเทศและส่งออก** ส่งผลให้รายได้จากการขายรวมลดลง 36% YoY เป็น 1,062.4 ล้านบาท และกำไรสุทธิลดลงถึง 69% YoY เป็น 19.4 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) กลับปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 14.5% ในปีก่อนเป็น 18.0% ในไตรมาสนี้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักที่ทำให้ปริมาณการขายปุ๋ยเคมีลดลง มาจาก **อุปสงค์การใช้ปุ๋ยเคมีในประเทศเวียดนามที่ค่อนข้างต่ำ** เนื่องจากราคาปุ๋ยที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงฤดูกาลเพาะปลูก ซึ่งไม่สอดคล้องกับอัตราการเพิ่มขึ้นของรายได้เกษตรกร นอกจากนี้ ในตลาดส่งออก การผ่อนคลายข้อจำกัดการส่งออกของจีนทำให้การแข่งขันในตลาดเพิ่มขึ้นมาก ส่งผลให้ลูกค้าหลักในฟิลิปปินส์ชะลอการสั่งซื้อ และปริมาณการขายปุ๋ย NPK ในประเทศลดลง 43% YoY และการส่งออกลดลง 69% YoY
ในทางกลับกัน อัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้นนั้น **ไม่ได้ระบุสาเหตุที่ชัดเจนในเอกสาร** แต่จากข้อมูลรายได้จากการขายปุ๋ยลดลง 39% และต้นทุนวัตถุดิบ (Raw Material Costs) ลดลง 39% ในไตรมาส 4/2565 เมื่อเทียบกับปีก่อน อาจบ่งชี้ว่าบริษัทมีการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบได้ดีขึ้น หรือมีการปรับราคาขายเฉลี่ยให้สูงขึ้นเพื่อชดเชยปริมาณที่ลดลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
แนวโน้มการดำเนินงานในอนาคตยัง **ไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** โดยฝ่ายจัดการระบุว่าอุปสงค์การใช้ปุ๋ยในประเทศค่อยๆ ฟื้นตัวในช่วงปลายไตรมาส 4/2565 แต่การแข่งขันในตลาดส่งออกที่เพิ่มขึ้นยังคงเป็นปัจจัยกดดัน อย่างไรก็ตาม ธุรกิจผลิตภัณฑ์เคมีอื่นและบริการจัดการพื้นที่โรงงานยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 20% และ 17% ตามลำดับในไตรมาส 4/2565 ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยชดเชยบางส่วน
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขาย Q4/2565 ลดลง 36% YoY** เป็น 1,062.4 ล้านบาท จากอุปสงค์ปุ๋ยเคมีที่อ่อนแอลง
* **กำไรสุทธิ Q4/2565 ดิ่ง 69% YoY** เหลือ 19.4 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้น** จาก 14.5% เป็น 18.0% ใน Q4/2565
* **ปริมาณขายปุ๋ย NPK ลดลง 53% YoY** ใน Q4/2565 โดยการส่งออกลดลงถึง 69%
* **ธุรกิจผลิตภัณฑ์เคมีอื่นและบริการจัดการพื้นที่โรงงานเติบโตต่อเนื่อง** รายได้เพิ่มขึ้น 20% และ 17% ตามลำดับ
* **การเข้าซื้อโรงงาน-คลังสินค้าจาก Yara Vietnam Co., Ltd. เสร็จสิ้น** และเริ่มก่อสร้างคลังสินค้าใหม่
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 4 ปี 2565 SPACK มีรายได้จากการขายรวม 1,062.4 ล้านบาท ลดลง 36% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 24% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากปริมาณการขายปุ๋ยที่ลดลง กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 190.7 ล้านบาท ลดลง 21% YoY แต่อัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้นเป็น 18.0% EBITDA อยู่ที่ 62.4 ล้านบาท ลดลง 37% YoY ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับไตรมาสนี้อยู่ที่ 19.4 ล้านบาท ลดลง 69% YoY
สำหรับภาพรวมทั้งปี 2565 รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 7% เป็น 4,145.5 ล้านบาท และกำไรขั้นต้นเติบโต 13% เป็น 741.1 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนด้านพลังงานและค่าซ่อมแซมบำรุงรักษาที่สูงขึ้นส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 13% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 37% จากต้นทุนการขนส่ง ค่าการตลาด และค่าเดินทางที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับต้นทุนปุ๋ยที่เพิ่มขึ้นทำให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น 53% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้กำไรสุทธิทั้งปี 2565 อยู่ที่ 78.1 ล้านบาท ลดลง 41% YoY
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจผลิตภัณฑ์เคมีอื่น:** มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในไตรมาสและทั้งปี สะท้อนถึงความต้องการผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย
* **การเติบโตของธุรกิจบริการจัดการพื้นที่โรงงาน:** รายได้จากการบริการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บ่งชี้ถึงศักยภาพในการขยายธุรกิจนี้
* **การเข้าซื้อและขยายคลังสินค้า:** การเข้าซื้อโรงงาน-คลังสินค้าจาก Yara Vietnam และการก่อสร้างคลังสินค้าใหม่ขนาด 10,000 ตารางเมตร จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับธุรกิจบริการจัดการพื้นที่โรงงานในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอุปสงค์ปุ๋ยเคมี:** ราคาปุ๋ยที่สูงขึ้นและรายได้เกษตรกรที่อาจไม่สอดคล้องกัน ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อปริมาณการขายปุ๋ย
* **การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดส่งออก:** การผ่อนคลายข้อจำกัดการส่งออกของจีนส่งผลให้การแข่งขันในตลาดส่งออกปุ๋ยเพิ่มสูงขึ้น
* **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน:** แม้ GPM จะดีขึ้น แต่ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
* **ต้นทุนทางการเงิน:** ต้นทุนปุ๋ยที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ความต้องการเงินทุนหมุนเวียนสูงขึ้น และกระทบต่อต้นทุนทางการเงิน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มอุปสงค์ปุ๋ยเคมีในประเทศเวียดนามและตลาดส่งออกในช่วงฤดูกาลเพาะปลูกถัดไป
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและราคาขายเฉลี่ยเพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
* การเติบโตของธุรกิจผลิตภัณฑ์เคมีอื่นและบริการจัดการพื้นที่โรงงาน
* ความคืบหน้าของการก่อสร้างคลังสินค้าใหม่และผลกระทบต่อรายได้จากการให้บริการ
* ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนต่อผลประกอบการ (แม้ใน Q4/2565 จะมี Gain จาก FX เล็กน้อย)
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** ไม่ได้ระบุข้อมูลโดยตรง แต่ปริมาณการขายปุ๋ยที่ลดลง 53% YoY ใน Q4/2565 บ่งชี้ถึง **Utilization ที่ลดลง** ในส่วนของธุรกิจปุ๋ย
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูลโดยตรง แต่การที่ลูกค้าหลักในฟิลิปปินส์ชะลอการสั่งซื้อบ่งชี้ว่า **Order Book ในส่วนส่งออกปุ๋ยอาจไม่แข็งแกร่งนัก**
* **ราคาวัตถุดิบ:** เอกสารระบุว่าต้นทุนปุ๋ยเพิ่มขึ้นอย่างมากในปี 2565 แต่ใน Q4/2565 ต้นทุนวัตถุดิบและราคาขายปุ๋ยลดลงในอัตราที่ใกล้เคียงกัน ทำให้ GPM ดีขึ้น
* **GPM:** ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญใน Q4/2565 เป็น 18.0% จาก 14.5% YoY ซึ่งเป็นจุดเด่นที่น่าสนใจ
* **ส่งออก:** ปริมาณการขายปุ๋ยส่งออกลดลงอย่างมากถึง 69% ใน Q4/2565 เนื่องจากลูกค้าหลักชะลอการสั่งซื้อ
* **ค่าเงิน:** มี Gain จากอัตราแลกเปลี่ยนเล็กน้อย 1.8 ล้านบาทใน Q4/2565 หลังจากขาดทุนในไตรมาสก่อนหน้า
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น 391.4 ล้านบาทในปี 2565 ซึ่งอาจเป็นผลจากการบริหารจัดการสต็อกเพื่อรองรับความต้องการที่อาจฟื้นตัว หรือเป็นผลจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2565 SPACK มีสินทรัพย์รวม 2,807.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 368.0 ล้านบาท โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 266.1 ล้านบาท จากลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ เพิ่มขึ้น 93.9 ล้านบาท จากการซื้อที่ดินและคลังสินค้าเพื่อขยายธุรกิจบริการจัดการพื้นที่โรงงาน หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,112.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน ส่วนผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 1,695.3 ล้านบาท
สำหรับปี 2565 กระแสเงินสดจ่ายสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 211.9 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือและลูกหนี้การค้า เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 156.6 ล้านบาทจากการซื้อที่ดินและคลังสินค้า และการปรับปรุงอุปกรณ์ กระแสเงินสดรับสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงินอยู่ที่ 301.9 ล้านบาท จากเงินกู้ยืมระยะสั้น ทำให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 282.4 ล้านบาท
อัตราส่วน Current Ratio ลดลงจาก 2.8 เป็น 2.1 บ่งชี้ถึงสภาพคล่องที่ลดลงเล็กน้อย อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนผู้ถือหุ้น (Interest Bearing Debt to Equity) เพิ่มขึ้นจาก 0.2 เป็น 0.4
## สรุปท้าย
แม้ว่า SPACK จะเผชิญกับความท้าทายจากอุปสงค์ปุ๋ยเคมีที่อ่อนแอลง ส่งผลให้รายได้และกำไรสุทธิในไตรมาส 4 ปี 2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่การที่อัตรากำไรขั้นต้นสามารถปรับตัวดีขึ้นได้เป็นสัญญาณเชิงบวก ประกอบกับการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจผลิตภัณฑ์เคมีอื่นและบริการจัดการพื้นที่โรงงาน รวมถึงการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจในอนาคต เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาว่าบริษัทจะสามารถพลิกฟื้นผลประกอบการให้กลับมาแข็งแกร่งได้ในระยะยาวหรือไม่ ท่ามกลางความเสี่ยงด้านการแข่งขันและต้นทุนที่ยังคงมีอยู่
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SPACK ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
256.14
ล้านบาท
↓ 11.4% YoY
กำไรขั้นต้น
33.81
ล้านบาท
↓ 7.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
13.20
%
กำไรสุทธิ
9.49
ล้านบาท
↑ 140.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.70
%
D/E Ratio
0.74
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
256
↓ -11.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
34
↓ -7.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
9
↑ + 140.1%
YoY
D/E Ratio
0.74
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SPACK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.74
ROE (%)
4.82
ROA (%)
3.57
Book Value/หุ้น
2.42
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SPACK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-82
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-12
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SPACK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-82.00
+41.43%
|
-57.98
-74.38%
|
-226.32
-2,174.43%
|
10.91
-111.60%
|
-94.08
-192.24%
|
102.00
+48.60%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-11.57
-818.63%
|
1.61
-90.73%
|
17.37
-77.32%
|
76.59
+1,879.07%
|
3.87
-110.69%
|
-36.21
+18.76%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
80.46
-33.32%
|
120.67
-20.67%
|
152.12
-399.98%
|
-50.71
-3.57%
|
-52.59
+54.04%
|
-34.14
+15.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-13.10
-120.37%
|
64.32
-213.20%
|
-56.82
-254.44%
|
36.79
-125.76%
|
-142.80
-551.04%
|
31.66
+267.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
118.91
-16.38%
|
142.20
+115.52%
|
65.98
+18.20%
|
55.82
-19.10%
|
69.00
+84.74%
|
37.35
+29.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
103.32
-13.11%
|
118.91
-16.38%
|
142.20
+115.52%
|
65.98
+18.20%
|
55.82
-19.10%
|
69.00
+84.74%
|