บริษัท เอส. แพ็ค แอนด์ พริ้นท์ จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
1.36
0.01 (0.73%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3574 out_tok=2377 at=2026-07-26T05:05:18 -->
# SPACK กำไรสุทธิปี 64 พุ่ง 33% รับดีมานด์สินค้าไอทีพุ่งแรง
## รายได้รวมโต 35% จากทุกกลุ่มสินค้า ขณะที่กำไรสุทธิโตตามยอดขายและกำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น
บริษัท เอสไอเอสดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SPACK รายงานผลประกอบการปี 2564 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 โดยมีรายได้รวม 32,425 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% จากปีก่อนหน้า และมีกำไรสุทธิรวม 793 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% จากปีก่อนหน้า การเติบโตดังกล่าวเป็นผลมาจากความต้องการสินค้าไอทีที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการปรับตัวสู่ชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) ที่เน้นการใช้เทคโนโลยีในทุกมิติ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SPACK ในปี 2564 คือ **การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 35%** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อ **กำไรสุทธิที่ปรับตัวสูงขึ้น 33%** โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจาก **กำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น 18%** ตามการเพิ่มขึ้นของยอดขายสินค้าไอทีที่ยังคงเป็นที่ต้องการของตลาด
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้เร่งให้เกิดการปรับตัวสู่ชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) ซึ่งส่งผลให้ความต้องการเทคโนโลยีในหลากหลายมิติเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายออนไลน์ การทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ การทำงานจากบ้าน (Work from Home) และการเรียนการสอนออนไลน์ ปัจจัยเหล่านี้ล้วนกระตุ้นความต้องการสินค้าไอทีให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มสินค้าโทรศัพท์มือถือที่เติบโตถึง 78% โดยมีแบรนด์ Xiaomi เป็นหลัก รวมถึงสินค้ากลุ่มพีซี โน้ตบุ๊ก และการขายผ่านช่องทางออนไลน์ที่เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การเพิ่มขึ้นของยอดขายนี้ส่งผลให้กำไรขั้นต้นของบริษัทฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้น 46 ล้านบาทยังเป็นอีกปัจจัยที่สนับสนุนผลกำไรโดยรวม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร การเติบโตของรายได้และกำไรในปี 2564 เป็นผลมาจาก **"สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ก่อให้เกิดความปกติในรูปแบบใหม่ (New Normal)"** ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมผู้บริโภคและภาคธุรกิจ ทำให้ความต้องการสินค้าไอทีเพิ่มสูงขึ้น **มีโอกาสต่อเนื่อง** ตราบเท่าที่สถานการณ์ New Normal ยังคงอยู่และเทคโนโลยีเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินชีวิตและธุรกิจ อย่างไรก็ตาม ความต่อเนื่องอาจขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ เช่น การแข่งขันในตลาด การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และภาวะเศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งฝ่ายจัดการไม่ได้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวโน้มในระยะยาวมากนัก
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมปี 2564 เติบโต 35%** แตะ 32,425 ล้านบาท จากความต้องการสินค้าไอทีที่สูงขึ้น
* **กำไรสุทธิปี 2564 เพิ่มขึ้น 33%** อยู่ที่ 793 ล้านบาท
* **กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 18%** ตามยอดขายที่เติบโต โดยเฉพาะสินค้าโทรศัพท์มือถือ (Xiaomi) และกลุ่มพีซี/โน้ตบุ๊ก
* **สินค้าโทรศัพท์มือถือเติบโตโดดเด่น 78%** จากแบรนด์ Xiaomi เป็นหลัก
* **สินค้าสำหรับผู้บริโภคเติบโต 31%** จากกลุ่มพีซี โน้ตบุ๊ก และช่องทางออนไลน์
* **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น 46 ล้านบาท** สนับสนุนผลกำไรโดยรวม
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท เอสไอเอสดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย รายงานผลประกอบการประจำปี 2564 โดยมีรายได้รวม 32,425 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8,406 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโต 35% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า การเติบโตนี้ครอบคลุมสินค้าทุกกลุ่ม โดยมีปัจจัยหลักมาจากการที่สถานการณ์โควิด-19 ก่อให้เกิด New Normal ที่เร่งการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและภาคธุรกิจ ส่งผลให้ความต้องการสินค้าไอทีเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ในส่วนของผลกำไรสุทธิรวมจากการดำเนินงานประจำปี 2564 อยู่ที่ 793 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 195 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโต 33% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากกำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น 1,924 ล้านบาท หรือเติบโต 18% ตามการเพิ่มขึ้นของยอดขายสินค้าไอทีที่ยังคงเป็นที่ต้องการของตลาด นอกจากนี้ กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้น 46 ล้านบาทยังมีส่วนช่วยสนับสนุนผลกำไรโดยรวมของบริษัทฯ
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดสินค้าไอที:** New Normal ที่เกิดขึ้นทั่วโลกยังคงเป็นปัจจัยหนุนให้ความต้องการสินค้าไอทีในหลากหลายหมวดหมู่ยังคงอยู่ในระดับสูง
* **การขยายช่องทางการขายออนไลน์:** การเพิ่มขึ้นของการขายผ่านช่องทางออนไลน์เป็นโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้นและตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
* **การเติบโตของสินค้ากลุ่มเฉพาะ:** การเติบโตที่โดดเด่นของสินค้าโทรศัพท์มือถือ (โดยเฉพาะ Xiaomi) และสินค้ากลุ่มพีซี/โน้ตบุ๊ก แสดงให้เห็นถึงโอกาสในการขยายส่วนแบ่งทางการตลาดในกลุ่มสินค้าดังกล่าว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของสถานการณ์โควิด-19:** แม้จะเข้าสู่ช่วง New Normal แต่การระบาดของโรคที่อาจกลับมามีความรุนแรงขึ้น หรือการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส อาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและการบริโภค
* **การแข่งขันในตลาด:** ตลาดสินค้าไอทีมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายรายอื่น ซึ่งอาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและอัตรากำไร
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในปีนี้จะมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ความผันผวนของค่าเงินยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการนำเข้าและรายได้จากการส่งออก (หากมี)
* **การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี:** การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีอาจทำให้สินค้าบางประเภทล้าสมัย หรือต้องมีการลงทุนในการปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มความต้องการสินค้าไอที:** ติดตามทิศทางความต้องการสินค้าไอทีในระยะต่อไป ว่าจะยังคงเติบโตต่อเนื่องในระดับสูง หรือจะเริ่มชะลอตัวลงหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย
* **ผลการดำเนินงานของแบรนด์ Xiaomi:** การพึ่งพิงรายได้จากสินค้าแบรนด์ Xiaomi เป็นหลัก อาจเป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยง หากแบรนด์ดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ทางการตลาดหรือผลิตภัณฑ์
* **การขยายตัวของช่องทางออนไลน์:** ประเมินการเติบโตและประสิทธิภาพของช่องทางการขายออนไลน์ของบริษัทฯ
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและสินค้าคงคลัง:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุถึงต้นทุนวัตถุดิบโดยตรง แต่การเติบโตของยอดขายจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการสินค้าคงคลังและต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** ติดตามความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทและผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทฯ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในฐานะผู้จัดจำหน่ายสินค้าไอที SPACK ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคสู่ยุคดิจิทัล การเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งถึง 35% สะท้อนถึงความสามารถในการตอบสนองความต้องการของตลาดที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าโทรศัพท์มือถือที่เติบโตถึง 78% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากแบรนด์ Xiaomi แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของพันธมิตรทางธุรกิจและการเข้าถึงตลาดของผู้บริโภค
การเติบโตของสินค้าสำหรับผู้บริโภค 31% ซึ่งรวมถึงพีซีและโน้ตบุ๊ก บ่งชี้ถึงความต้องการอุปกรณ์สำหรับการทำงานและการเรียนจากที่บ้านที่ยังคงมีอยู่ รวมถึงการเติบโตของการขายผ่านช่องทางออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การเติบโตของกำไรขั้นต้น 18% สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของยอดขาย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้สภาวะตลาดที่เอื้ออำนวย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทฯ ในงวดปี 2564
## สรุปท้าย
SPACK โชว์ผลประกอบการปี 2564 อย่างน่าประทับใจ ด้วยรายได้รวมที่เติบโต 35% และกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น 33% โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการตอบรับกระแส New Normal ที่ทำให้ความต้องการสินค้าไอทีพุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือและกลุ่มพีซี/โน้ตบุ๊ก ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นปรับตัวเพิ่มขึ้นตามไปด้วย แม้ว่าโอกาสในการเติบโตจะยังคงมีอยู่จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป แต่ก็ยังมีความเสี่ยงที่ต้องจับตา ทั้งจากการแข่งขันในตลาด ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่รวดเร็ว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SPACK ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
256.14
ล้านบาท
↓ 11.4% YoY
กำไรขั้นต้น
33.81
ล้านบาท
↓ 7.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
13.20
%
กำไรสุทธิ
9.49
ล้านบาท
↑ 140.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.70
%
D/E Ratio
0.74
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
256
↓ -11.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
34
↓ -7.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
9
↑ + 140.1%
YoY
D/E Ratio
0.74
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SPACK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.74
ROE (%)
4.82
ROA (%)
3.57
Book Value/หุ้น
2.42
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SPACK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-82
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-12
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SPACK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-82.00
+41.43%
|
-57.98
-74.38%
|
-226.32
-2,174.43%
|
10.91
-111.60%
|
-94.08
-192.24%
|
102.00
+48.60%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-11.57
-818.63%
|
1.61
-90.73%
|
17.37
-77.32%
|
76.59
+1,879.07%
|
3.87
-110.69%
|
-36.21
+18.76%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
80.46
-33.32%
|
120.67
-20.67%
|
152.12
-399.98%
|
-50.71
-3.57%
|
-52.59
+54.04%
|
-34.14
+15.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-13.10
-120.37%
|
64.32
-213.20%
|
-56.82
-254.44%
|
36.79
-125.76%
|
-142.80
-551.04%
|
31.66
+267.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
118.91
-16.38%
|
142.20
+115.52%
|
65.98
+18.20%
|
55.82
-19.10%
|
69.00
+84.74%
|
37.35
+29.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
103.32
-13.11%
|
118.91
-16.38%
|
142.20
+115.52%
|
65.98
+18.20%
|
55.82
-19.10%
|
69.00
+84.74%
|