บริษัท เอส. แพ็ค แอนด์ พริ้นท์ จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
1.36
0.01 (0.73%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3375 out_tok=2049 at=2026-07-26T05:49:05 -->
# SPACK Q2/2565 กำไรวูบ 99% สวนทางยอดขายโต เหตุต้นทุนวัตถุดิบพุ่งกระทบมาร์จิ้น
## รายได้รวมโต 18% แต่ต้นทุนพุ่งแซงหน้า กดดันกำไรสุทธิหดเหลือ 0.16 ล้านบาท
บริษัท เอส. แพ็ค แอนด์ พริ้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SPACK รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิเพียง 0.16 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 99.47% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 30.33 ล้านบาท แม้ว่ายอดขายรวมจะเติบโตขึ้นถึง 18.28% ก็ตาม โดยปัจจัยหลักมาจากต้นทุนขายและบริการที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนไม่สามารถส่งผ่านไปยังราคาขายได้ทั้งหมด
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ SPACK ในไตรมาส 2 ปี 2565 ลดลงอย่างรุนแรงถึง 99.47% มาจาก **ต้นทุนขายและบริการที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จนส่งผลให้ต้นทุนต่อยอดขาย (Cost of Sales to Revenue) เพิ่มขึ้นจาก 83.82% ในไตรมาส 2/2564 เป็น 89.74% ในไตรมาส 2/2565** แม้ว่ายอดขายรวมจะเติบโตขึ้น 18.28% ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและบริการเป็นผลมาจาก **ราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น** โดยที่การปรับราคาขายให้กับลูกค้ายังไม่ครอบคลุมกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นนี้ ทำให้ความสามารถในการทำกำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM) ถูกกดดันอย่างหนัก แม้ว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้นจากการขยายกำลังการผลิตของลูกค้ากลุ่มถุงมือยาง และความต้องการที่ยังต่อเนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 รวมถึงยอดขายที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มอาหารและอิเล็กทรอนิกส์
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร ฝ่ายจัดการไม่ได้ให้แนวโน้มที่ชัดเจนว่าต้นทุนวัตถุดิบจะปรับลดลงเมื่อใด แต่การที่ระบุว่า "ปรับราคาลูกค้าไม่ครอบคลุมกับราคาวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น" บ่งชี้ว่าสถานการณ์นี้เป็นผลกระทบจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยากในระยะสั้น และหากไม่สามารถปรับราคาขายให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงได้ หรือต้นทุนวัตถุดิบยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไป ก็อาจส่งผลกระทบต่อ GPM และกำไรในไตรมาสถัดไปได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 99.47% YoY:** จาก 30.33 ล้านบาทใน Q2/2564 เหลือเพียง 0.16 ล้านบาทใน Q2/2565
* **ยอดขายรวมเติบโต 18.28% YoY:** เพิ่มขึ้นจาก 585.46 ล้านบาท เป็น 692.48 ล้านบาท
* **ต้นทุนขายและบริการพุ่งสูง:** สัดส่วนต้นทุนต่อยอดขายเพิ่มขึ้นจาก 83.82% เป็น 89.74%
* **GPM ถูกกดดัน:** การปรับราคาขายไม่ทันกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น เป็นสาเหตุหลัก
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง:** ลดลง 26.29% จากการใช้วงเงินกู้ยืมจากบริษัทที่เกี่ยวข้องกัน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัท เอส. แพ็ค แอนด์ พริ้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SPACK มีรายได้จากการขายและบริการรวม 692.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 107.02 ล้านบาท หรือ 18.28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 585.46 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมาก เมื่อหักค่าใช้จ่ายขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิสำหรับงวดเพียง 0.16 ล้านบาท ลดลง 30.17 ล้านบาท หรือ 99.47% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2564 ที่มีกำไรสุทธิ 30.33 ล้านบาท
## โอกาส
* **ความต้องการถุงมือยางต่อเนื่อง:** การขยายกำลังการผลิตของลูกค้ากลุ่มถุงมือยาง และความต้องการที่ยังคงมีอยู่จากสถานการณ์ COVID-19 เป็นปัจจัยหนุนยอดขายในกลุ่มนี้
* **การเติบโตในกลุ่มอาหารและอิเล็กทรอนิกส์:** มียอดขายเพิ่มขึ้นในกลุ่มลูกค้าดังกล่าว ซึ่งสะท้อนถึงการกระจายฐานลูกค้าและการเติบโตในอุตสาหกรรมเป้าหมาย
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** การที่ราคาวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนไม่สามารถส่งผ่านไปยังราคาขายได้ทั้งหมด เป็นความเสี่ยงหลักที่กดดันอัตรากำไร
* **การแข่งขันด้านราคา:** การที่ฝ่ายจัดการระบุว่า "ปรับราคาลูกค้าไม่ครอบคลุมกับราคาวัตถุดิบ" อาจบ่งชี้ถึงแรงกดดันในการแข่งขันที่ทำให้ไม่สามารถปรับขึ้นราคาขายได้ตามต้นทุนที่แท้จริง
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ เป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาอัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** ทิศทางราคาวัตถุดิบในไตรมาสถัดไป จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อ GPM และกำไรของบริษัท
* **การปรับราคาขาย:** ความสามารถของบริษัทในการเจรจาปรับขึ้นราคาขายให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงกับลูกค้า
* **การบริหารจัดการต้นทุนการผลิต:** มาตรการของบริษัทในการควบคุมและลดต้นทุนการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
* **คำสั่งซื้อจากกลุ่มถุงมือยาง อาหาร และอิเล็กทรอนิกส์:** การเติบโตของคำสั่งซื้อในกลุ่มลูกค้าหลักเหล่านี้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** แม้ว่าเอกสารจะไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่การที่ระบุว่า "ลูกค้ากลุ่มถุงมือยางขยายกำลังการผลิต" บ่งชี้ว่ามีความต้องการที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลดีต่อ Utilization ของโรงงานหากบริษัทสามารถตอบสนองคำสั่งซื้อได้
* **Order Book:** ไม่ได้มีการระบุข้อมูล Order Book ที่ชัดเจน แต่การเติบโตของยอดขายในกลุ่มถุงมือยาง อาหาร และอิเล็กทรอนิกส์ บ่งชี้ถึงการมีคำสั่งซื้อที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง
* **ราคาวัตถุดิบ:** เป็นปัจจัยลบหลักที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อ GPM ในไตรมาสนี้
* **GPM:** ถูกกดดันอย่างหนักจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบที่สูงกว่าการปรับราคาขาย
* **ส่งออก:** ไม่ได้มีการระบุข้อมูลการส่งออกโดยตรง แต่การเติบโตของยอดขายในกลุ่มถุงมือยางมักเกี่ยวข้องกับการส่งออก
* **ค่าเงิน:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนในเอกสาร
* **สินค้าคงคลัง:** ไม่ได้มีการระบุข้อมูลเกี่ยวกับระดับสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **ต้นทุนทางการเงิน:** ลดลง 1.69 ล้านบาท หรือ 26.29% เมื่อเทียบกับ Q2/2564 โดยมีสัดส่วนต้นทุนทางการเงินต่อยอดขายลดลงจาก 1.10% เป็น 0.69% ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้วงเงินกู้ยืมจากบริษัทที่เกี่ยวข้องกัน ทำให้ต้นทุนทางการเงินลดลง
## สรุปท้าย
SPACK ในไตรมาส 2 ปี 2565 เผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง จนส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงเกือบทั้งหมด แม้ว่ายอดขายจะเติบโตได้ดีจากความต้องการในกลุ่มถุงมือยาง อาหาร และอิเล็กทรอนิกส์ การบริหารจัดการต้นทุนและการปรับราคาขายให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงจะเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูกำไรในระยะต่อไป โดยนักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาวัตถุดิบและกลยุทธ์การบริหารต้นทุนของบริษัทอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SPACK ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
256.14
ล้านบาท
↓ 11.4% YoY
กำไรขั้นต้น
33.81
ล้านบาท
↓ 7.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
13.20
%
กำไรสุทธิ
9.49
ล้านบาท
↑ 140.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.70
%
D/E Ratio
0.74
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
256
↓ -11.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
34
↓ -7.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
9
↑ + 140.1%
YoY
D/E Ratio
0.74
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SPACK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.74
ROE (%)
4.82
ROA (%)
3.57
Book Value/หุ้น
2.42
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SPACK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-82
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-12
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SPACK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-82.00
+41.43%
|
-57.98
-74.38%
|
-226.32
-2,174.43%
|
10.91
-111.60%
|
-94.08
-192.24%
|
102.00
+48.60%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-11.57
-818.63%
|
1.61
-90.73%
|
17.37
-77.32%
|
76.59
+1,879.07%
|
3.87
-110.69%
|
-36.21
+18.76%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
80.46
-33.32%
|
120.67
-20.67%
|
152.12
-399.98%
|
-50.71
-3.57%
|
-52.59
+54.04%
|
-34.14
+15.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-13.10
-120.37%
|
64.32
-213.20%
|
-56.82
-254.44%
|
36.79
-125.76%
|
-142.80
-551.04%
|
31.66
+267.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
118.91
-16.38%
|
142.20
+115.52%
|
65.98
+18.20%
|
55.82
-19.10%
|
69.00
+84.74%
|
37.35
+29.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
103.32
-13.11%
|
118.91
-16.38%
|
142.20
+115.52%
|
65.98
+18.20%
|
55.82
-19.10%
|
69.00
+84.74%
|