บริษัท เอส. แพ็ค แอนด์ พริ้นท์ จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
1.36
0.01 (0.73%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=14197 out_tok=2627 at=2026-07-26T05:54:05 -->
# SPACK Q1/2566 กำไรสุทธิโต 39% รับอานิสงส์ธุรกิจศูนย์การค้าฟื้นตัว
## รายได้รวมโต 27% หลังส่วนลดค่าเช่ากลับสู่ระดับปกติ ฝ่ายบริหารมั่นใจแผน 5 ปี เติบโตเฉลี่ย 14-16%
บริษัท เอส. แพ็ค แอนด์ พริ้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SPACK รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้รวม 10,291 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 3,246 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 39% จากการฟื้นตัวของธุรกิจศูนย์การค้าและมาตรการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ฝ่ายจัดการยังคงเดินหน้าตามแผน 5 ปี มั่นใจรายได้เติบโตเฉลี่ย 14-16%
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SPACK ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือ **การฟื้นตัวของรายได้จากธุรกิจให้เช่าและบริการ โดยเฉพาะส่วนลดค่าเช่าที่กลับสู่ระดับปกติก่อนช่วงโควิด-19** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 27% YoY และกำไรสุทธิที่เติบโตถึง 39% YoY นอกจากนี้ การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพยังช่วยหนุนอัตรากำไรให้ดีขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและการกลับมาของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนหลังจีนเปิดประเทศ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคกลับมาใช้บริการในศูนย์การค้ามากขึ้น ส่งผลให้บริษัทสามารถปรับลดส่วนลดค่าเช่าลงมาอยู่ในระดับใกล้เคียงก่อนช่วงโควิด-19 ได้ รายได้จากธุรกิจให้เช่าและบริการจึงเพิ่มขึ้น 23% YoY นอกจากนี้ การเปิดศูนย์การค้าเซ็นทรัลรามอินทราโฉมใหม่ และคอมมูนิตี้มอลล์ มาร์เช่ ทองหล่อ รวมถึงการเปิดโรงแรมเซ็นทารา อุบล ยังช่วยเสริมรายได้จากการดำเนินงานให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุว่าส่วนลดค่าเช่าได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว และมีแผนขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตเฉลี่ย 14-16% ต่อปี ในช่วง 5 ปีข้างหน้า (2566-2570) ด้วยการเพิ่มพื้นที่เช่าเฉลี่ย 100,000 ตร.ม. ต่อปี และการพัฒนาโครงการ Mixed-use ที่จะช่วยกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 10,291 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% YoY** จากการฟื้นตัวของธุรกิจให้เช่าและบริการ
* **กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 3,246 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% YoY** จากการกลับสู่ระดับปกติของส่วนลดค่าเช่าและการบริหารต้นทุน
* **อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) เพิ่มขึ้นเป็น 52%** จาก 48% ในปีก่อน และ 51% ในไตรมาสก่อนหน้า
* **อัตรากำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit Margin) เพิ่มขึ้นเป็น 37%** จาก 33% ในปีก่อน และ 31% ในไตรมาสก่อนหน้า
* **อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) เพิ่มขึ้นเป็น 32%** จาก 29% ในปีก่อน และ 27% ในไตรมาสก่อนหน้า
* **อัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Interest Bearing Debt to Equity Ratio) ลดลงมาอยู่ที่ 0.79 เท่า** จาก 0.82 เท่าในไตรมาสก่อนหน้า
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 10,291 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของส่วนลดค่าเช่าที่กลับสู่ระดับปกติก่อนโควิด-19 รวมถึงการเปิดศูนย์การค้าเซ็นทรัลจันทบุรี และการปรับค่าบริการร่วมที่เรียกเก็บอัตราใหม่ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2566 อย่างไรก็ตาม รายได้รวมลดลง 3% จากไตรมาสก่อนหน้า สอดคล้องกับยอดโอนโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลง
ธุรกิจให้เช่าและบริการมีรายได้ 8,751 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% YoY และ 3% QoQ จากการฟื้นตัวของส่วนลดค่าเช่าและการเปิดศูนย์การค้าเซ็นทรัลจันทบุรี ธุรกิจบริการศูนย์อาหารมีรายได้ 207 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 73% YoY และ 4% QoQ จากจำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น ธุรกิจโรงแรมมีรายได้ 353 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 179% YoY และ 5% QoQ จากอัตราการเข้าพักที่สูงขึ้นและการเปิดโรงแรมเซ็นทารา อุบล ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยมีรายได้ 670 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54% YoY แต่ลดลง 41% QoQ รายได้อื่นรวม 309 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% YoY แต่ลดลง 17% QoQ
อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 52% จาก 48% ในปีก่อน และ 51% ในไตรมาสก่อนหน้า จากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากส่วนลดค่าเช่าและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ อัตรากำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 37% เพิ่มขึ้นจาก 33% ในปีก่อน และ 31% ในไตรมาสก่อนหน้า จากการบริหารค่าใช้จ่ายในการบริหารงานต่อรายได้ที่ลดลง กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 3,246 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% YoY และ 16% QoQ โดยมีอัตรากำไรสุทธิ 32%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภายในประเทศ:** เป็นปัจจัยหนุนหลักต่อรายได้จากธุรกิจศูนย์การค้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง
* **การขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง:** บริษัทฯ มีแผนพัฒนาโครงการศูนย์การค้าใหม่ๆ และโครงการ Mixed-use ขนาดใหญ่ในอนาคต ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการเติบโตในระยะยาว
* **การปรับปรุงโครงการเดิม:** การปรับปรุงศูนย์การค้าเซ็นทรัลรามอินทรา และคอมมูนิตี้มอลล์ มาร์เช่ ทองหล่อ จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจและดึงดูดลูกค้า
* **การขยายธุรกิจโรงแรม:** การเปิดโรงแรมใหม่และการเพิ่มจำนวนห้องพักจะช่วยเสริมรายได้และกระจายความเสี่ยง
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจ:** เศรษฐกิจที่ชะลอตัวอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและการใช้จ่ายในศูนย์การค้า
* **การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกและอสังหาริมทรัพย์:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจกดดันราคาและส่วนแบ่งทางการตลาด
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ
* **ความล่าช้าในการก่อสร้างโครงการ:** ความล่าช้าในการเปิดโครงการใหม่ๆ อาจส่งผลกระทบต่อแผนการเติบโต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการใช้จ่ายของผู้บริโภค:** ติดตามการเปลี่ยนแปลงของกำลังซื้อและพฤติกรรมผู้บริโภค
* **ความคืบหน้าของโครงการใหม่:** ตรวจสอบความคืบหน้าและกำหนดการเปิดโครงการต่างๆ โดยเฉพาะโครงการ Mixed-use ขนาดใหญ่
* **อัตราการเข้าพักและอัตราค่าห้องพักของโรงแรม:** ติดตามการเติบโตของธุรกิจโรงแรม ซึ่งเป็นธุรกิจที่กำลังขยายตัว
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ประเมินประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุน โดยเฉพาะต้นทุนการดำเนินงานและค่าใช้จ่ายในการบริหาร
* **การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะไม่ได้ระบุผลกระทบโดยตรง แต่การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินอาจมีผลต่อรายได้จากธุรกิจต่างประเทศ (หากมี)
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **ธุรกิจให้เช่าและบริการ:** รายได้เพิ่มขึ้น 23% YoY โดยมีปัจจัยหลักจากการฟื้นตัวของส่วนลดค่าเช่าที่กลับสู่ระดับปกติ และการเปิดศูนย์การค้าเซ็นทรัลจันทบุรี อัตราการเช่าพื้นที่ศูนย์การค้ารวมคงที่ที่ 90% ธุรกิจอาคารสำนักงานมีอัตราการเช่าเฉลี่ย 89% ลดลงเล็กน้อย
* **ธุรกิจโรงแรม:** รายได้เพิ่มขึ้น 179% YoY จากอัตราการเข้าพักที่เพิ่มขึ้นเป็น 65% และการเปิดโรงแรมเซ็นทารา อุบล อัตราค่าห้องพักเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 37% YoY แต่ลดลง 10% QoQ จากปัจจัยฤดูกาล
* **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัย:** รายได้เพิ่มขึ้น 54% YoY แต่ลดลง 41% QoQ โดยมีโครงการที่อยู่ระหว่างการขาย 20 โครงการ
* **อัตรากำไร:** อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 52% จากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและรายได้ที่เพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัทฯ มีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย 77,517 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้า ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตราหนี้สินรวมที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงมาอยู่ที่ 0.79 เท่า อัตราดอกเบี้ยถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักปรับเพิ่มขึ้นเป็น 2.22% ตามสถานการณ์ตลาดเงิน แต่สถานะทางการเงินยังคงแข็งแกร่ง โดยความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ยอยู่ที่ 9.7 เท่า
สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 275,451 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% YoY โดยมีสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 2% YoY จากอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนและที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ หนี้สินรวมอยู่ที่ 182,467 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% YoY โดยมีหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 13% YoY ส่วนของเจ้าของอยู่ที่ 92,984 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% YoY
## สรุปท้าย
SPACK ในไตรมาส 1 ปี 2566 แสดงผลประกอบการที่แข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากการฟื้นตัวของธุรกิจศูนย์การค้าและมาตรการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ การกลับสู่ภาวะปกติของส่วนลดค่าเช่าเป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนรายได้ให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและการแข่งขัน แต่แผนการขยายธุรกิจที่ชัดเจนและโครงการในอนาคตที่น่าสนใจ บ่งชี้ถึงศักยภาพการเติบโตที่ต่อเนื่องในระยะยาว นักลงทุนควรจับตาความคืบหน้าของโครงการใหม่ๆ และแนวโน้มการใช้จ่ายของผู้บริโภคเป็นสำคัญ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SPACK ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
256.14
ล้านบาท
↓ 11.4% YoY
กำไรขั้นต้น
33.81
ล้านบาท
↓ 7.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
13.20
%
กำไรสุทธิ
9.49
ล้านบาท
↑ 140.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.70
%
D/E Ratio
0.74
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
256
↓ -11.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
34
↓ -7.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
9
↑ + 140.1%
YoY
D/E Ratio
0.74
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SPACK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.74
ROE (%)
4.82
ROA (%)
3.57
Book Value/หุ้น
2.42
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SPACK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-82
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-12
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SPACK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-82.00
+41.43%
|
-57.98
-74.38%
|
-226.32
-2,174.43%
|
10.91
-111.60%
|
-94.08
-192.24%
|
102.00
+48.60%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-11.57
-818.63%
|
1.61
-90.73%
|
17.37
-77.32%
|
76.59
+1,879.07%
|
3.87
-110.69%
|
-36.21
+18.76%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
80.46
-33.32%
|
120.67
-20.67%
|
152.12
-399.98%
|
-50.71
-3.57%
|
-52.59
+54.04%
|
-34.14
+15.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-13.10
-120.37%
|
64.32
-213.20%
|
-56.82
-254.44%
|
36.79
-125.76%
|
-142.80
-551.04%
|
31.66
+267.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
118.91
-16.38%
|
142.20
+115.52%
|
65.98
+18.20%
|
55.82
-19.10%
|
69.00
+84.74%
|
37.35
+29.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
103.32
-13.11%
|
118.91
-16.38%
|
142.20
+115.52%
|
65.98
+18.20%
|
55.82
-19.10%
|
69.00
+84.74%
|