บริษัท เอส. แพ็ค แอนด์ พริ้นท์ จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
1.36
0.01 (0.73%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3310 out_tok=2110 at=2026-07-26T06:17:20 -->
# SPACK Q1/2565 กำไรวูบ 60% ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งแซงราคาขาย
## รายได้โตตามความต้องการถุงมือยาง แต่ต้นทุนพุ่งกระทบ GPM ฝ่ายจัดการเร่งปรับราคา
บริษัท เอส. แพ็ค แอนด์ พริ้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SPACK รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 7.39 ล้านบาท ลดลง 60.16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 18.55 ล้านบาท แม้ว่ายอดขายรวมจะเติบโตขึ้น แต่ต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนไม่สามารถปรับราคาขายตามได้ทัน ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ SPACK ในไตรมาส 1 ปี 2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนแซงหน้าการปรับขึ้นราคาขายสินค้า**
### 1) หัวใจคืออะไร
กำไรสุทธิสำหรับงวดไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 7.39 ล้านบาท ลดลง 11.16 ล้านบาท หรือ 60.16% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2564 ที่มีกำไรสุทธิ 18.55 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจากต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นจาก 83.21% ของยอดขายในไตรมาส 1 ปี 2564 เป็น 88.67% ของยอดขายในไตรมาส 1 ปี 2565 หรือเพิ่มขึ้น 5.46% ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM)
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ยอดขายรวมในไตรมาส 1 ปี 2565 เพิ่มขึ้น 17.51% เป็น 361.90 ล้านบาท จาก 307.98 ล้านบาทในปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากลูกค้ากลุ่มถุงมือยางที่ขยายกำลังการผลิตและความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ COVID-19 รวมถึงยอดขายที่เพิ่มขึ้นในกลุ่ม Fast foods และกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้บริษัทไม่สามารถปรับราคาขายให้กับลูกค้าได้ทันตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวลงอย่างมาก
ในทางกลับกัน ค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลงจาก 8.81% ของยอดขายในปีก่อน เหลือ 8.07% ของยอดขายในไตรมาสนี้ เนื่องจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นช่วยกระจายค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินยังลดลง 25.53% จากการใช้วงเงินกู้ยืมจากบริษัทที่เกี่ยวข้องกันซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ระบุว่า **"ปรับราคาลูกค้าไม่ทันกับราคาวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น"** บ่งชี้ว่าสถานการณ์นี้มีลักษณะ **ครั้งคราว** และขึ้นอยู่กับความสามารถในการเจรจาปรับราคาขายกับลูกค้าในอนาคต หากบริษัทสามารถปรับราคาขายให้สะท้อนต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นได้ทันท่วงที ผลประกอบการในไตรมาสถัดไปอาจฟื้นตัวได้ อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 60.16%** อยู่ที่ 7.39 ล้านบาท จาก 18.55 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2564
* **ยอดขายรวมเติบโต 17.51%** เป็น 361.90 ล้านบาท จาก 307.98 ล้านบาท หนุนโดยความต้องการถุงมือยางและกลุ่ม Fast foods/อิเล็กทรอนิกส์
* **ต้นทุนขายและบริการพุ่งสูงขึ้น** จาก 83.21% เป็น 88.67% ของยอดขาย ส่งผลกระทบต่อ GPM
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลง** เมื่อเทียบกับยอดขาย จาก 8.81% เหลือ 8.07%
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง 25.53%** จากการใช้วงเงินกู้ยืมต้นทุนต่ำ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัท เอส. แพ็ค แอนด์ พริ้นท์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและบริการรวม 361.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.51% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 83.21% เป็น 88.67% ของยอดขาย ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมาก แม้ว่าค่าใช้จ่ายขายและบริหารจะลดลงเมื่อเทียบกับยอดขาย และต้นทุนทางการเงินลดลง แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นได้ ทำให้กำไรสุทธิลดลงถึง 60.16% มาอยู่ที่ 7.39 ล้านบาท
## โอกาส
* ความต้องการใช้ถุงมือยางที่ยังคงมีอยู่จากสถานการณ์ COVID-19 เป็นปัจจัยหนุนยอดขาย
* การเติบโตของยอดขายในกลุ่ม Fast foods และกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์
* การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่ลดลงจากการใช้วงเงินกู้ยืมต้นทุนต่ำ
## ความเสี่ยง
* ความผันผวนและต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* ความสามารถในการปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น
* ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19 ที่อาจส่งผลต่อความต้องการสินค้าในระยะยาว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ความสามารถของบริษัทในการเจรจาปรับขึ้นราคาขายสินค้าให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบในตลาดโลก และผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตของบริษัท
* การเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์ในกลุ่มลูกค้าหลัก เช่น ถุงมือยาง, Fast foods, และอิเล็กทรอนิกส์
* การบริหารจัดการสต็อกวัตถุดิบเพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของราคา
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่การที่ลูกค้ากลุ่มถุงมือยางขยายกำลังการผลิต และความต้องการใช้ถุงมือเพิ่มขึ้น บ่งชี้ว่าอาจมีคำสั่งซื้อ (Order Book) ที่รองรับการผลิตได้ในระดับหนึ่ง
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่ยอดขายที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มถุงมือยาง สะท้อนถึงความต้องการที่ยังคงมีอยู่
* **ราคาวัตถุดิบ:** เป็นปัจจัยลบหลักที่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อ GPM โดยระบุว่า "ปรับราคาลูกค้าไม่ทันกับราคาวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น"
* **GPM:** หดตัวลงอย่างชัดเจน จากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและบริการเมื่อเทียบกับยอดขาย
* **ส่งออก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลการส่งออกโดยตรง แต่การกล่าวถึงลูกค้ากลุ่มถุงมือยาง อาจรวมถึงตลาดส่งออก
* **ค่าเงิน:** ไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** ไม่ได้ระบุข้อมูลสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดในงบการเงินรวมสำหรับไตรมาส 1 ปี 2565
## สรุปท้าย
SPACK ในไตรมาส 1 ปี 2565 เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนไม่สามารถปรับราคาขายตามได้ทัน ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงกว่า 60% แม้ว่ายอดขายจะเติบโตได้ดีจากความต้องการในกลุ่มถุงมือยางและอุตสาหกรรมอื่นๆ การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่ลดลงและค่าใช้จ่ายขายและบริหารที่ควบคุมได้ เป็นปัจจัยบวกเพียงเล็กน้อย ความสามารถในการเจรจาปรับราคาขายให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงจะเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูอัตรากำไรในอนาคต ขณะที่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบยังคงเป็นความเสี่ยงหลักที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SPACK ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
256.14
ล้านบาท
↓ 11.4% YoY
กำไรขั้นต้น
33.81
ล้านบาท
↓ 7.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
13.20
%
กำไรสุทธิ
9.49
ล้านบาท
↑ 140.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.70
%
D/E Ratio
0.74
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
256
↓ -11.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
34
↓ -7.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
9
↑ + 140.1%
YoY
D/E Ratio
0.74
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SPACK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.74
ROE (%)
4.82
ROA (%)
3.57
Book Value/หุ้น
2.42
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SPACK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-82
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-12
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SPACK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-82.00
+41.43%
|
-57.98
-74.38%
|
-226.32
-2,174.43%
|
10.91
-111.60%
|
-94.08
-192.24%
|
102.00
+48.60%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-11.57
-818.63%
|
1.61
-90.73%
|
17.37
-77.32%
|
76.59
+1,879.07%
|
3.87
-110.69%
|
-36.21
+18.76%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
80.46
-33.32%
|
120.67
-20.67%
|
152.12
-399.98%
|
-50.71
-3.57%
|
-52.59
+54.04%
|
-34.14
+15.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-13.10
-120.37%
|
64.32
-213.20%
|
-56.82
-254.44%
|
36.79
-125.76%
|
-142.80
-551.04%
|
31.66
+267.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
118.91
-16.38%
|
142.20
+115.52%
|
65.98
+18.20%
|
55.82
-19.10%
|
69.00
+84.74%
|
37.35
+29.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
103.32
-13.11%
|
118.91
-16.38%
|
142.20
+115.52%
|
65.98
+18.20%
|
55.82
-19.10%
|
69.00
+84.74%
|