บริษัท สหมิตรเครื่องกล จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
3.58
0.12 (3.24%)
สรุปสั้น
กำไรลดลงเล็กน้อยเกิดจาก รวมค่าใช้จ่าย เพิ่มขึ้น 53.52 ล้านบาท +13.55% สาเหตุหลักเกิดจากขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน จำนวน 4.7 ล้าน ในขณะที่ปีก่อนมีกำไร 3.9 ล้าน
ในขณะที่รายได้จากการขายและบริการ เพิ่มขึ้น 49.55 ล้านบาท +10.56%
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3630 out_tok=2126 at=2026-07-26T05:19:20 -->
# SMIT Q3/2564 กำไรสุทธิพุ่ง 159% รับแรงหนุนยอดขายเหล็ก-ชุบแข็งโต
## รายได้รวมโตกว่า 54% ขณะที่กำไรสุทธิก้าวกระโดด ส่องปัจจัยหลักจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เหล็กและชุบแข็ง
บริษัท สหมิตรเครื่องกล จำกัด (มหาชน) หรือ SMIT รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้รวม 572.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54.30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน 77.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 159.48% ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของรายได้หลักในกลุ่มผลิตภัณฑ์เหล็กและชุบแข็งเหล็ก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SMIT ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้และกำไรสุทธิ โดยมีปัจจัยหลักมาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เหล็กและชุบแข็งเหล็กที่มียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ**
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักของผลประกอบการที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจนในไตรมาส 3/2564 คือ **การเพิ่มขึ้นของรายได้รวม 54.30% และกำไรสุทธิที่พุ่งสูงถึง 159.48%** โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เหล็กและชุบแข็งเหล็ก
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เหล็กและชุบแข็งเหล็ก มาจากการที่ **ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการปรับตัวสูงขึ้นของราคาเหล็กในตลาดโลก** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้จากการขาย นอกจากนี้ ฝ่ายจัดการยังระบุว่า **บริษัทมีการบริหารจัดการสินค้าคงคลังได้อย่างเหมาะสมตามความต้องการของตลาด** ซึ่งช่วยหนุนให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นถึง 32.80% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจะปรับเพิ่มขึ้น 9.06% แต่ผลจากรายได้และกำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ก็สามารถชดเชยส่วนต่างนี้ได้
สำหรับผลการดำเนินงานรวม 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทมีกำไรสุทธิ 220.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 91.84% โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายและบริการ 20.15% ซึ่งมาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เหล็กและโรงชุบเหล็ก 222.01 ล้านบาท และผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีก 37.77 ล้านบาท ในขณะที่กลุ่มเครื่องมือเครื่องจักรลดลงเล็กน้อย 3.52 ล้านบาท อันเป็นผลจากกำลังซื้อที่ลดลงและการชะลอการลงทุนจากสถานการณ์โควิด-19
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก** จากการที่ฝ่ายจัดการระบุว่ามีการบริหารจัดการสินค้าคงคลังอย่างเหมาะสมตามความต้องการของตลาด และการปรับเพิ่มของราคาเหล็กในตลาดโลก ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ส่งผลบวกต่อผลประกอบการ อย่างไรก็ตาม การเติบโตของกลุ่มเครื่องมือเครื่องจักรที่ชะลอตัวลงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และกำลังซื้อที่ลดลง อาจเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมไตรมาส 3/2564 เติบโต 54.30%** แตะ 572.13 ล้านบาท จาก 370.80 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรสุทธิไตรมาส 3/2564 พุ่งสูง 159.48%** แตะ 77.48 ล้านบาท จาก 29.86 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2564 เพิ่มขึ้น 91.84%** แตะ 220.15 ล้านบาท จาก 114.76 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายและบริการ 9 เดือนแรกปี 2564 เพิ่มขึ้น 20.15%** แตะ 1,527.95 ล้านบาท
* **กำไรขั้นต้น 9 เดือนแรกปี 2564 เพิ่มขึ้น 32.80%** แตะ 523.10 ล้านบาท จากการขายที่เพิ่มขึ้นและราคาเหล็กในตลาดโลกที่สูงขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ผลการดำเนินงานของบริษัท สหมิตรเครื่องกล จำกัด (มหาชน) ในไตรมาส 3 ปี 2564 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้น 54.30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์เหล็กและชุบแข็งเหล็ก ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท ขณะที่กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 159.48% สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนและราคาขาย
สำหรับภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทมีกำไรสุทธิเติบโตถึง 91.84% โดยมีรายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 20.15% และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 32.80% ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่เหมาะสมและการปรับตัวขึ้นของราคาเหล็กในตลาดโลก อย่างไรก็ตาม กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องมือเครื่องจักรยังคงเผชิญกับความท้าทายจากกำลังซื้อที่ลดลงและการชะลอการลงทุน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง:** หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 คลี่คลายลง และการลงทุนภาคการผลิตกลับมาคึกคัก จะส่งผลดีต่อยอดขายผลิตภัณฑ์เครื่องมือเครื่องจักร
* **ราคาเหล็กในตลาดโลก:** การปรับตัวขึ้นของราคาเหล็กในตลาดโลกยังคงเป็นปัจจัยบวกที่สนับสนุนรายได้และกำไรของกลุ่มผลิตภัณฑ์เหล็กและชุบแข็ง
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** ความสามารถในการบริหารจัดการสินค้าคงคลังให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด จะช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับที่ดี
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้ราคาเหล็กในตลาดโลกจะปรับตัวสูงขึ้น แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง
* **กำลังซื้อภาคการผลิต:** การชะลอตัวของกำลังซื้อและการลงทุนในภาคการผลิต อันเนื่องมาจากสถานการณ์เศรษฐกิจและโควิด-19 อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายผลิตภัณฑ์เครื่องมือเครื่องจักร
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมสินค้าอุตสาหกรรม อาจกดดันอัตรากำไรขั้นต้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาเหล็กในตลาดโลก และผลกระทบต่อต้นทุนและราคาขายของบริษัท
* การฟื้นตัวของกำลังซื้อและการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมการผลิต
* ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสินค้าคงคลังของบริษัท
* ผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ต่อการดำเนินงานและอุปสงค์
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในส่วนของกลุ่มผลิตภัณฑ์เหล็กและชุบแข็งเหล็ก ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของผลประกอบการในไตรมาสนี้ มีการเติบโตที่โดดเด่นจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณขายและราคาเหล็กในตลาดโลก การบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่เหมาะสมช่วยให้บริษัทสามารถใช้ประโยชน์จากสภาวะตลาดได้เต็มที่
ในทางกลับกัน กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องมือเครื่องจักรเผชิญกับความท้าทายจากกำลังซื้อที่ลดลงและการชะลอการลงทุน ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ฝ่ายจัดการได้ระบุถึงปัจจัยนี้ว่าเป็นสาเหตุของการลดลงของยอดขายในกลุ่มนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทในงวดไตรมาส 3 ปี 2564
## สรุปท้าย
SMIT โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายและราคาในกลุ่มผลิตภัณฑ์เหล็กและชุบแข็งเหล็ก ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ากลุ่มเครื่องมือเครื่องจักรจะยังคงเผชิญกับความท้าทายจากสถานการณ์เศรษฐกิจ แต่การบริหารจัดการที่ดีและการใช้ประโยชน์จากสภาวะตลาดเหล็ก ทำให้บริษัทสามารถสร้างผลกำไรที่น่าพอใจได้ นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาเหล็กและการฟื้นตัวของภาคการผลิตเพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SMIT ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
391.05
ล้านบาท
↓ 2.3% YoY
กำไรขั้นต้น
124.88
ล้านบาท
↑ 1.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
31.93
%
กำไรสุทธิ
28.54
ล้านบาท
↓ 14.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
7.30
%
D/E Ratio
0.12
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
391
↓ -2.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
125
↑ + 1.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
29
↓ -14.7%
YoY
D/E Ratio
0.12
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SMIT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.12
ROE (%)
6.10
ROA (%)
6.65
Book Value/หุ้น
5.07
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SMIT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-188
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+116
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SMIT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-188.05
-1,096.56%
|
18.87
-106.85%
|
-275.54
+425.04%
|
-52.48
-83.64%
|
-320.72
-189.52%
|
358.28
+8.55%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
116.01
-2,506.85%
|
-4.82
-102.53%
|
190.55
-900.97%
|
-23.79
-113.16%
|
180.78
-193.09%
|
-194.20
+31.20%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
74.20
+108.84%
|
35.53
-66.48%
|
106.00
-9.09%
|
116.60
+37.53%
|
84.78
-153.32%
|
-159.00
-13.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
2.16
-95.64%
|
49.58
+154.39%
|
19.49
-121.28%
|
-91.57
+66.04%
|
-55.15
-1,185.63%
|
5.08
-825.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|