บริษัท สหมิตรเครื่องกล จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
3.58
0.12 (3.24%)
สรุปสั้น
กำไรลดลงเล็กน้อยเกิดจาก รวมค่าใช้จ่าย เพิ่มขึ้น 53.52 ล้านบาท +13.55% สาเหตุหลักเกิดจากขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน จำนวน 4.7 ล้าน ในขณะที่ปีก่อนมีกำไร 3.9 ล้าน
ในขณะที่รายได้จากการขายและบริการ เพิ่มขึ้น 49.55 ล้านบาท +10.56%
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3436 out_tok=1924 at=2026-07-26T05:47:19 -->
# SMIT Q2/2565 รายได้โต แต่กำไรสุทธิหด เหตุต้นทุนพุ่งแรง
## รายได้หลักจากเหล็กหนุนยอดขาย แต่ต้นทุนสินค้ากดดันอัตรากำไรสุทธิ
บริษัท สหมิตรเครื่องกล จำกัด (มหาชน) หรือ SMIT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้รวม 569.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิจากการดำเนินงานกลับลดลง 8.04% มาอยู่ที่ 70.48 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนสินค้าและบริการที่ปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาดโลก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ SMIT ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เหล็กและโรงชุบเหล็ก** ซึ่งสวนทางกับ **อัตรากำไรสุทธิที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้น 12.25% แต่กำไรสุทธิกลับลดลง 8.04% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
รายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เหล็กและโรงชุบเหล็ก ซึ่งเป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนสินค้าและบริการทุกผลิตภัณฑ์ตามกลไกราคาในตลาดโลก ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเพียง 0.40% แม้จะมียอดขายที่เพิ่มขึ้นก็ตาม เมื่อหักลบกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลงเล็กน้อย (2.30%) กำไรสุทธิโดยรวมจึงปรับตัวลดลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **ยังไม่ชัดเจนว่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าต้นทุนสินค้าปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกราคาในตลาดโลก ซึ่งอาจเป็นปัจจัยชั่วคราว แต่ก็ไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มราคาวัตถุดิบในอนาคต หรือมาตรการในการบริหารจัดการต้นทุนที่ชัดเจน นอกจากนี้ การที่ยอดขายกลุ่มเครื่องมือเครื่องจักรลดลงเนื่องจากกำลังซื้อที่ลดลงและการชะลอการลงทุนของลูกค้า อาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมผลประกอบการในระยะถัดไปได้
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/2565 เติบโต 12.25% YoY** แตะ 569.16 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เหล็กและโรงชุบเหล็ก
* **กำไรสุทธิ Q2/2565 ลดลง 8.04% YoY** อยู่ที่ 70.48 ล้านบาท แม้รายได้เพิ่มขึ้น
* **กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเพียง 0.40% YoY** สวนทางกับยอดขาย เนื่องจากต้นทุนสินค้าและบริการปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาดโลก
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 2.30% YoY** ช่วยลดผลกระทบต่อกำไรสุทธิได้บางส่วน
* **ยอดขายกลุ่มเครื่องมือเครื่องจักรลดลง** เนื่องจากกำลังซื้อภาคการผลิตชะลอตัว
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับผลการดำเนินงานงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทมีรายได้รวม 569.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62.12 ล้านบาท หรือ 12.25% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้หลักที่เพิ่มขึ้นมาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เหล็กและชุบแข็งเหล็ก อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิจากการดำเนินงานอยู่ที่ 70.48 ล้านบาท ลดลง 6.16 ล้านบาท หรือ 8.04% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับผลการดำเนินงานรวม 6 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการ 1,095.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 113.07 ล้านบาท หรือ 11.51% โดยยอดขายที่เพิ่มขึ้นมาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เหล็กและโรงชุบเหล็ก 99.85 ล้านบาท และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ 18.32 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องมือเครื่องจักรลดลง 6.84 ล้านบาท เนื่องจากกำลังซื้อภาคการผลิตลดลงและการชะลอการลงทุนของลูกค้า
กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 344.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.38 ล้านบาท หรือ 0.40% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้น แต่กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นไม่สอดคล้องกัน เนื่องจากต้นทุนสินค้าและบริการทุกผลิตภัณฑ์มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นตามกลไกราคาในตลาดโลก ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 132.76 ล้านบาท ลดลง 9.91 ล้านบาท หรือ 6.94% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ 188.34 ล้านบาท ลดลง 4.44 ล้านบาท หรือ 2.30% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์เหล็กและโรงชุบเหล็ก:** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลักที่แสดงให้เห็นถึงความต้องการในตลาดที่ยังคงมีอยู่
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** การลดลงของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารช่วยบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นได้บางส่วน
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบผันผวน:** การปรับตัวขึ้นของราคาวัตถุดิบตามกลไกตลาดโลกเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ
* **กำลังซื้อภาคการผลิตชะลอตัว:** การลดลงของยอดขายกลุ่มเครื่องมือเครื่องจักรสะท้อนถึงความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนของลูกค้า
* **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โควิด-19:** ยังคงส่งผลต่อการชะลอการลงทุนของลูกค้า
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบในตลาดโลก และผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตของบริษัท
* มาตรการบริหารจัดการต้นทุนของบริษัท เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
* ทิศทางกำลังซื้อและการลงทุนของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งจะส่งผลต่อยอดขายกลุ่มเครื่องมือเครื่องจักร
* การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และผลกระทบต่ออุปสงค์ผลิตภัณฑ์ของบริษัท
* การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน (หากมีผลกระทบต่อต้นทุนหรือรายได้จากการส่งออก/นำเข้า)
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate ของโรงงาน
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book
* **ราคาวัตถุดิบ:** ระบุว่าต้นทุนสินค้าและบริการทุกผลิตภัณฑ์มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นตามกลไกราคาในตลาดโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
* **GPM (Gross Profit Margin):** กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเพียง 0.40% ในขณะที่ยอดขายเพิ่มขึ้น 11.51% (สำหรับ 6 เดือน) แสดงถึง GPM ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
* **การส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลการส่งออก
* **ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัท
## สรุปท้าย
SMIT ในไตรมาส 2 ปี 2565 เผชิญกับความท้าทายจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นตามตลาดโลก ซึ่งกดดันอัตรากำไรสุทธิ แม้ว่ารายได้จะเติบโตได้ดีจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เหล็กและโรงชุบเหล็กก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนและติดตามแนวโน้มราคาวัตถุดิบจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ควบคู่ไปกับการฟื้นตัวของกำลังซื้อในภาคอุตสาหกรรมเพื่อขับเคลื่อนยอดขายในกลุ่มเครื่องมือเครื่องจักรต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SMIT ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
391.05
ล้านบาท
↓ 2.3% YoY
กำไรขั้นต้น
124.88
ล้านบาท
↑ 1.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
31.93
%
กำไรสุทธิ
28.54
ล้านบาท
↓ 14.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
7.30
%
D/E Ratio
0.12
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
391
↓ -2.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
125
↑ + 1.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
29
↓ -14.7%
YoY
D/E Ratio
0.12
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SMIT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.12
ROE (%)
6.10
ROA (%)
6.65
Book Value/หุ้น
5.07
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SMIT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-188
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+116
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SMIT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-188.05
-1,096.56%
|
18.87
-106.85%
|
-275.54
+425.04%
|
-52.48
-83.64%
|
-320.72
-189.52%
|
358.28
+8.55%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
116.01
-2,506.85%
|
-4.82
-102.53%
|
190.55
-900.97%
|
-23.79
-113.16%
|
180.78
-193.09%
|
-194.20
+31.20%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
74.20
+108.84%
|
35.53
-66.48%
|
106.00
-9.09%
|
116.60
+37.53%
|
84.78
-153.32%
|
-159.00
-13.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
2.16
-95.64%
|
49.58
+154.39%
|
19.49
-121.28%
|
-91.57
+66.04%
|
-55.15
-1,185.63%
|
5.08
-825.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|