บริษัท สหมิตรเครื่องกล จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
3.58
0.12 (3.24%)
สรุปสั้น
กำไรลดลงเล็กน้อยเกิดจาก รวมค่าใช้จ่าย เพิ่มขึ้น 53.52 ล้านบาท +13.55% สาเหตุหลักเกิดจากขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน จำนวน 4.7 ล้าน ในขณะที่ปีก่อนมีกำไร 3.9 ล้าน
ในขณะที่รายได้จากการขายและบริการ เพิ่มขึ้น 49.55 ล้านบาท +10.56%
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3181 out_tok=1450 at=2026-07-26T05:52:19 -->
# SMIT กำไร Q1/2566 ดิ่ง 30.65% รับอุตสาหกรรมผลิตชะลอตัว
## รายได้หด 15% ฉุดผลประกอบการ ขณะที่ GPM ทรงตัวจากต้นทุนเดิม
บริษัท สหมิตรเครื่องกล จำกัด (มหาชน) หรือ SMIT รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 43.20 ล้านบาท ลดลง 19.09 ล้านบาท หรือ 30.65% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายและบริการที่ลดลง 15.06% เนื่องจากอุตสาหกรรมการผลิตชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจโลก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ SMIT ในไตรมาส 1 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **รายได้จากการขายและบริการที่หดตัวลง 15.06%** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่ลดลงถึง 30.65%
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:** ฝ่ายจัดการระบุว่า ยอดขายของบริษัทลดลงในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ เป็นผลโดยตรงจาก **อุตสาหกรรมการผลิตที่ชะลอตัว** อันเนื่องมาจากปัจจัยลบทางเศรษฐกิจโลกที่ซับซ้อน ทั้งความผันผวนของราคาพลังงาน, ภาวะสงคราม และความกังวลต่อภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ภาพรวมอุตสาหกรรมที่ SMIT ดำเนินธุรกิจอยู่ได้รับผลกระทบ ทำให้ความต้องการสินค้าและบริการลดลงตามไปด้วย
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **ยังไม่ชัดเจนว่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่** เนื่องจากปัจจัยที่ส่งผลกระทบเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก (ภาวะเศรษฐกิจโลก, สงคราม, เงินเฟ้อ) ซึ่งมีความผันผวนสูง อย่างไรก็ตาม การที่ฝ่ายจัดการระบุว่ายอดขายลดลงจาก "ทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์" บ่งชี้ว่าผลกระทบกระจายวงกว้าง การประเมินแนวโน้มในอนาคตจึงต้องติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและทิศทางอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 30.65%** อยู่ที่ 43.20 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2566
* **รายได้จากการขายและบริการหดตัว 15.06%** อยู่ที่ 440.70 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ทรงตัว** อยู่ที่ 32.38% เนื่องจากมีการบริหารจัดการสินค้าคงคลังต้นทุนเดิมได้ดี
* **ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง** 2.52% แต่ **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น** 8.03%
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัท สหมิตรเครื่องกล จำกัด (มหาชน) หรือ SMIT มีกำไรสุทธิสำหรับงวด 43.20 ล้านบาท ลดลง 19.09 ล้านบาท หรือ 30.65% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายและบริการรวม 440.70 ล้านบาท ลดลง 78.12 ล้านบาท หรือ 15.06% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะทรงตัวอยู่ที่ 32.38% แต่การลดลงของรายได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรสุทธิ ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายลดลงเล็กน้อย แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารกลับปรับเพิ่มขึ้น
## โอกาส
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุถึงโอกาสในการเติบโต หรือโครงการใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
## ความเสี่ยง
ความเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในไตรมาส 1/2566 คือ **ภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย** ซึ่งส่งผลให้ **อุตสาหกรรมการผลิตชะลอตัว** และความต้องการสินค้าลดลง นอกจากนี้ ความผันผวนของราคาพลังงาน, ภาวะสงคราม และอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ยังเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องต่อภาคอุตสาหกรรม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการผลิตทั้งในและต่างประเทศ
* สถานการณ์เศรษฐกิจโลก, ราคาพลังงาน, และอัตราเงินเฟ้อ
* การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและสินค้าคงคลัง
* การควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารให้มีประสิทธิภาพ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในส่วนของ **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM)** อยู่ที่ 32.38% ซึ่งถือว่าทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (เพิ่มขึ้น 0.04%) ฝ่ายจัดการระบุว่าบริษัทมีการสต็อกสินค้าด้วยต้นทุนเดิม และมีการบริหารจัดการสินค้าคงคลังได้อย่างเหมาะสม ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยประคองอัตรากำไรท่ามกลางรายได้ที่ลดลง
ในด้าน **ค่าใช้จ่าย** ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 1.34 ล้านบาท หรือ 2.52% ซึ่งสอดคล้องกับยอดขายที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการบริหารกลับปรับเพิ่มขึ้น 2.46 ล้านบาท หรือ 8.03% ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่กดดันกำไรสุทธิ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัท
## สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 ของ SMIT ได้รับแรงกดดันจากภาพรวมอุตสาหกรรมที่ชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้รายได้จากการขายและบริการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนและอัตรากำไรขั้นต้นได้ดี แต่การลดลงของยอดขายก็ส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวลดลงตามไปด้วย การฟื้นตัวของผลประกอบการในอนาคตจึงขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก รวมถึงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SMIT ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
391.05
ล้านบาท
↓ 2.3% YoY
กำไรขั้นต้น
124.88
ล้านบาท
↑ 1.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
31.93
%
กำไรสุทธิ
28.54
ล้านบาท
↓ 14.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
7.30
%
D/E Ratio
0.12
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
391
↓ -2.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
125
↑ + 1.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
29
↓ -14.7%
YoY
D/E Ratio
0.12
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SMIT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.12
ROE (%)
6.10
ROA (%)
6.65
Book Value/หุ้น
5.07
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SMIT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-188
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+116
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SMIT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-188.05
-1,096.56%
|
18.87
-106.85%
|
-275.54
+425.04%
|
-52.48
-83.64%
|
-320.72
-189.52%
|
358.28
+8.55%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
116.01
-2,506.85%
|
-4.82
-102.53%
|
190.55
-900.97%
|
-23.79
-113.16%
|
180.78
-193.09%
|
-194.20
+31.20%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
74.20
+108.84%
|
35.53
-66.48%
|
106.00
-9.09%
|
116.60
+37.53%
|
84.78
-153.32%
|
-159.00
-13.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
2.16
-95.64%
|
49.58
+154.39%
|
19.49
-121.28%
|
-91.57
+66.04%
|
-55.15
-1,185.63%
|
5.08
-825.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|