SMIT
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SMIT
บริษัท สหมิตรเครื่องกล จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
3.58
0.12 (3.24%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 2 ปี 2564

สรุปสั้น

กำไรลดลงเล็กน้อยเกิดจาก รวมค่าใช้จ่าย เพิ่มขึ้น 53.52 ล้านบาท +13.55% สาเหตุหลักเกิดจากขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน จำนวน 4.7 ล้าน ในขณะที่ปีก่อนมีกำไร 3.9 ล้าน ในขณะที่รายได้จากการขายและบริการ เพิ่มขึ้น 49.55 ล้านบาท +10.56%

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3579 out_tok=2620 at=2026-07-27T12:39:54 --> # SMIT Q2/2564 กำไรสุทธิพุ่ง 59% รับแรงหนุนกลุ่มผลิตภัณฑ์เหล็ก-ชุบแข็ง ## รายได้รวมโต 13% จากผลิตภัณฑ์เหล็กและชุบแข็ง ขณะที่กำไรขั้นต้นขยายตัวเด่น 25% จากราคาเหล็กโลกที่ปรับขึ้น บริษัท สหมิตรเครื่องกล จำกัด (มหาชน) หรือ SMIT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีรายได้รวม 507.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์เหล็กและชุบแข็งเหล็ก ขณะที่กำไรสุทธิจากการดำเนินงานอยู่ที่ 76.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 59.17% สะท้อนการบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายที่ปรับตัวดีขึ้น ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่ ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SMIT ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **การฟื้นตัวของรายได้จากกลุ่มผลิตภัณฑ์เหล็กและชุบแข็งเหล็ก ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยในงวด 6 เดือนแรกปี 2564 บริษัทมีกำไรสุทธิ 142.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 68.04% เมื่อเทียบกับปีก่อน ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเติบโตของรายได้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เหล็กและชุบแข็งเหล็ก มาจากการปรับเพิ่มของราคาเหล็กในตลาดโลก ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อราคาขายผลิตภัณฑ์ (ASP) ของบริษัท นอกจากนี้ ฝ่ายจัดการยังระบุว่าบริษัทมีการบริหารจัดการสินค้าคงคลังได้อย่างเหมาะสม ทำให้สามารถควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นจาก 35.41% ในงวด 6 เดือนแรกปี 2563 เป็น 35.41% ในงวดเดียวกันของปี 2564 (ข้อมูลในเอกสารระบุ GPM เท่าเดิม แต่ระบุว่าเพิ่มขึ้น 25.11% ซึ่งอาจหมายถึง GPM ที่เป็นตัวเลข absolute หรือมีปัจจัยอื่นที่ทำให้ GPM ดีขึ้นเมื่อเทียบกับต้นทุนที่แท้จริง) ในทางกลับกัน กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องมือเครื่องจักรมีรายได้ลดลง 50.70 ล้านบาท เนื่องจากกำลังซื้อที่ลดลงของภาคการผลิตและการชะลอการลงทุนของลูกค้า อันเป็นผลมาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างไรก็ตาม การเติบโตที่แข็งแกร่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์เหล็กและชุบแข็ง สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่องในระดับหนึ่ง แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก** การปรับเพิ่มของราคาเหล็กในตลาดโลกเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุน GPM ของบริษัท ซึ่งหากแนวโน้มราคาสินค้าโภคภัณฑ์ยังคงอยู่ในระดับสูง หรือมีแนวโน้มปรับตัวขึ้น ก็จะส่งผลดีต่อผลประกอบการของ SMIT ต่อไป อย่างไรก็ตาม การชะลอตัวของภาคการผลิตและการลงทุนที่เกิดจากสถานการณ์โควิด-19 อาจเป็นปัจจัยกดดันรายได้ในกลุ่มเครื่องมือเครื่องจักรในระยะสั้น ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q2/2564 พุ่ง 59.17% YoY** อยู่ที่ 76.64 ล้านบาท จาก 48.15 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้รวม Q2/2564 เติบโต 13.23% YoY** แตะ 507.04 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนหลักจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เหล็กและชุบแข็งเหล็ก * **กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2564 โต 68.04% YoY** อยู่ที่ 142.67 ล้านบาท * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้น 25.11%** ในงวด 6 เดือนแรกปี 2564 เป็น 35.41% จากการปรับเพิ่มของราคาเหล็กในตลาดโลกและการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง * **กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องมือเครื่องจักรเผชิญแรงกดดัน** จากกำลังซื้อภาคการผลิตที่ลดลงและการชะลอการลงทุน ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัทมีรายได้รวม 507.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.23% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 447.78 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน 76.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59.17% เมื่อเทียบกับ 48.15 ล้านบาทในปีก่อน ในภาพรวม 6 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทมีกำไรสุทธิ 142.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 68.04% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายและบริการ 968.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.07% จาก 63.96 ล้านบาท ซึ่งการเพิ่มขึ้นของยอดขายมาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เหล็กและโรงชุบเหล็ก 95.54 ล้านบาท และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ 19.12 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องมือเครื่องจักรลดลง 50.70 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นรวม 6 เดือนแรกปี 2564 อยู่ที่ 35.41% เพิ่มขึ้น 25.11% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการปรับเพิ่มของราคาเหล็กในตลาดโลกและการบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่เหมาะสม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวม 6 เดือนแรกปี 2564 อยู่ที่ 174.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.45% เมื่อเทียบกับปีก่อน นอกจากนี้ บริษัทยังมีกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน 9.53 ล้านบาท ประกอบด้วยสัญญาแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า 1.46 ล้านบาท และเงินลงทุนในหุ้นกู้และกองทุนรวม 8.07 ล้านบาท ## โอกาส * **แนวโน้มราคาเหล็กโลกที่ยังคงอยู่ในระดับสูง:** หากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ยังคงแข็งแกร่ง จะเป็นปัจจัยบวกต่อราคาขายผลิตภัณฑ์เหล็กและชุบแข็งของบริษัท * **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** ความสามารถในการบริหารจัดการสินค้าคงคลังอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนและเพิ่มอัตรากำไรได้ * **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** หากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง และเศรษฐกิจฟื้นตัว จะส่งผลดีต่อกำลังซื้อภาคการผลิตและการลงทุน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นยอดขายในกลุ่มเครื่องมือเครื่องจักร ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้ราคาเหล็กโลกจะเป็นปัจจัยบวกในปัจจุบัน แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตได้ * **การแพร่ระบาดของโควิด-19:** การระบาดระลอกใหม่หรือการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อภาคการผลิตและการลงทุน ทำให้ยอดขายในกลุ่มเครื่องมือเครื่องจักรชะลอตัว * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมสินค้าอุตสาหกรรม อาจกดดันราคาขายและอัตรากำไรของบริษัท ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **ทิศทางราคาเหล็กในตลาดโลก:** ติดตามแนวโน้มราคาเหล็ก ซึ่งเป็นปัจจัยหลักต่อรายได้และกำไรของกลุ่มผลิตภัณฑ์เหล็กและชุบแข็ง * **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19:** ประเมินผลกระทบต่อกำลังซื้อและการลงทุนในภาคอุตสาหกรรม * **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนท่ามกลางความผันผวนของราคาวัตถุดิบ * **ยอดขายกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องมือเครื่องจักร:** การฟื้นตัวหรือชะลอตัวของยอดขายในกลุ่มนี้ ซึ่งสะท้อนภาพรวมการลงทุนของภาคอุตสาหกรรม * **อัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะไม่มีผลกระทบมากนักในงวดนี้ แต่ควรจับตาหากมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่การที่รายได้กลุ่มผลิตภัณฑ์เหล็กและชุบแข็งเพิ่มขึ้น อาจบ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นในส่วนนี้ * **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การเติบโตของรายได้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เหล็กและชุบแข็ง อาจสะท้อนถึงคำสั่งซื้อที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง * **ราคาวัตถุดิบ:** มีการกล่าวถึงการปรับเพิ่มของราคาเหล็กในตลาดโลก ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อราคาขายผลิตภัณฑ์ของบริษัท * **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 25.11% ในงวด 6 เดือนแรกปี 2564 เป็น 35.41% ซึ่งเป็นผลดีต่อผลประกอบการ * **ส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลการส่งออกโดยตรง * **ค่าเงิน:** มีการกล่าวถึงกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากสัญญาแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า 1.46 ล้านบาท ซึ่งแสดงว่ามีการบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน แต่ผลกระทบโดยรวมยังไม่มากนัก * **สินค้าคงคลัง:** ฝ่ายจัดการระบุว่ามีการบริหารจัดการสินค้าคงคลังได้อย่างเหมาะสม ซึ่งช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้น ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง มีเพียงข้อมูลกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน ซึ่งประกอบด้วยสัญญาแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า และเงินลงทุนในหุ้นกู้และกองทุนรวม ## สรุปท้าย SMIT โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 เติบโตโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิพุ่งขึ้น 59.17% จากแรงหนุนหลักของกลุ่มผลิตภัณฑ์เหล็กและชุบแข็งเหล็ก ซึ่งได้รับอานิสงส์จากราคาเหล็กในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและสินค้าคงคลังที่ดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ แม้กลุ่มเครื่องมือเครื่องจักรจะเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อที่ชะลอตัว แต่การเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักสามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาเหล็กโลกและสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SMIT ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
391.05 ล้านบาท
↓ 2.3% YoY
กำไรขั้นต้น
124.88 ล้านบาท
↑ 1.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
31.93 %
กำไรสุทธิ
28.54 ล้านบาท
↓ 14.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
7.30 %
D/E Ratio
0.12
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
391
↓ -2.3% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
125
↑ + 1.5% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
29
↓ -14.7% YoY
D/E Ratio
0.12

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SMIT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
391.05
-2.34%
400.43
+9.89%
364.39
-25.05%
486.21
-7.25%
524.24
+26.76%
413.56
-4.41%
กำไรขั้นต้น
124.88
+1.51%
123.03
+6.87%
115.12
-19.05%
142.21
-18.84%
175.22
+28.85%
135.99
+3.34%
ค่าใช้จ่ายรวม
93.01
+3.99%
89.44
-1.59%
90.89
-6.03%
96.72
+22.99%
78.64
-14.67%
92.16
+11.16%
กำไรสุทธิ
28.54
-14.72%
33.47
+111.50%
15.82
-49.03%
31.04
-55.90%
70.39
+100.58%
35.09
+25.18%
กำไรต่อหุ้น
0.05
-14.29%
0.06
+110.00%
0.03
-49.15%
0.06
-55.64%
0.13
+101.52%
0.07
+24.53%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.64
+3,100.00%
0.02
+102.56%
-0.78
-114.58%
5.35
+68.24%
3.18
-58.97%
7.75
-37.65%
ROE(%)
6.10
+6.27%
5.74
+10.38%
5.20
-44.56%
9.38
-22.35%
12.08
+137.33%
5.09
ROA(%)
6.65
+8.13%
6.15
+9.43%
5.62
-44.58%
10.14
-21.88%
12.98
+142.62%
5.35
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.12
+20.00%
0.10
-9.09%
0.11
-15.38%
0.13
-13.33%
0.15
+36.36%
0.11
P/E
11.53
-28.91%
16.22
-1.88%
16.53
+74.18%
9.49
-7.68%
10.28
-26.94%
14.07
+41.41%
P/BV
0.72
-13.25%
0.83
-12.63%
0.95
-9.52%
1.05
-0.94%
1.06
+12.77%
0.94
+5.62%
BV
4.98
+4.84%
4.75
4.75
+0.42%
4.73
+3.73%
4.56
+9.35%
4.17
-1.18%
YIELD(%)
6.70
+9.48%
6.12
-18.62%
7.52
+3.58%
7.26
+34.69%
5.39
-34.35%
8.21
-14.21%
ราคาหุ้น
3.58
-8.67%
3.92
-13.27%
4.52
-8.87%
4.96
+2.90%
4.82
+23.59%
3.90
+3.72%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
31.93
+3.94%
30.72
-2.75%
31.59
+8.00%
29.25
-12.48%
33.42
+1.64%
32.88
+8.09%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
23.78
+6.45%
22.34
-10.43%
24.94
+25.39%
19.89
+32.60%
15.00
-32.68%
22.28
+16.28%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
7.30
-12.68%
8.36
+92.63%
4.34
-31.97%
6.38
-52.49%
13.43
+58.19%
8.49
+31.02%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.12
ROE (%)
6.10
ROA (%)
6.65
Book Value/หุ้น
5.07

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SMIT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
2,017.86
+4.38%
1,923.52
+2.37%
1,888.12
+0.26%
1,885.17
-2.68%
1,937.16
+16.47%
1,663.20
+3.56%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
983.46
+12.00%
887.71
-4.21%
917.61
-6.45%
978.96
+5.26%
930.01
+0.38%
926.45
+4.59%
รวมสินทรัพย์
3,001.31
+6.76%
2,811.23
+0.20%
2,805.73
-2.04%
2,864.12
-0.11%
2,867.17
+10.72%
2,589.64
+3.93%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
195.03
+24.94%
156.10
-11.01%
175.41
-18.44%
215.06
-18.46%
263.76
+53.32%
172.03
+9.17%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
128.19
+21.99%
105.08
+6.46%
98.71
-12.19%
112.41
-1.12%
113.68
+14.61%
99.19
+31.21%
รวมหนี้สิน
323.22
+23.76%
261.17
-4.72%
274.12
-16.29%
327.47
-13.24%
377.44
+39.16%
271.22
+16.32%
รวมส่วนของเจ้าของ
2,678.09
+5.02%
2,550.05
+0.73%
2,531.61
-0.20%
2,536.66
+1.88%
2,489.73
+7.39%
2,318.42
+2.65%
D/E
0.12
0.10
0.11
0.13
0.15
0.12
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
6.10
5.74
5.20
9.38
12.08
5.09
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
6.65
6.15
5.62
10.14
12.98
5.35
อัตราส่วนสภาพคล่อง
10.35
12.32
10.76
8.77
7.34
11.33
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
5.99
6.53
5.24
3.89
3.43
5.76
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
71.66
68.94
0.00
0.00
79.87
82.75
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
294.04
306.88
0.00
0.00
252.20
290.28
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
33.51
29.48
0.00
0.00
41.44
42.47
วงจรเงินสด
332.19
346.34
0.00
0.00
290.64
330.56
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-188
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+116
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SMIT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-188.05
-1,096.56%
18.87
-106.85%
-275.54
+425.04%
-52.48
-83.64%
-320.72
-189.52%
358.28
+8.55%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
116.01
-2,506.85%
-4.82
-102.53%
190.55
-900.97%
-23.79
-113.16%
180.78
-193.09%
-194.20
+31.20%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
74.20
+108.84%
35.53
-66.48%
106.00
-9.09%
116.60
+37.53%
84.78
-153.32%
-159.00
-13.00%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
2.16
-95.64%
49.58
+154.39%
19.49
-121.28%
-91.57
+66.04%
-55.15
-1,185.63%
5.08
-825.71%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00