บริษัท ศิครินทร์ จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
8.05
+0.15 (+1.90%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6962 out_tok=3137 at=2026-07-26T05:32:40 -->
# SKR กำไรสุทธิ Q3/2565 ลดลง YoY แต่กำไร 9 เดือนโตเด่น รับอานิสงส์ลูกค้าทั่วไป-ประกันสังคม
## รายได้รักษาพยาบาลปกติฟื้นตัวแรง ชดเชย Hospitel หาย แต่กำไร Q3 ชะลอตัวจากฐานปีก่อน
บริษัท ศิครินทร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SKR รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 1,413.90 ล้านบาท ลดลง 14.82% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 307.77 ล้านบาท ลดลง 9.25% อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2565 มีรายได้รวม 4,514.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.09% และกำไรสุทธิ 861.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.41% สะท้อนการฟื้นตัวของธุรกิจหลัก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักของผลประกอบการในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การลดลงของรายได้จากการรักษาพยาบาลที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 (Hospitel และการตรวจเชิงรุก) ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 9.25% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2564** อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2565 **หัวใจสำคัญคือการฟื้นตัวของรายได้จากการรักษาพยาบาลปกติ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าทั่วไปและลูกค้าประกันสังคมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกเติบโตถึง 48.41%**
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**ในไตรมาส 3 ปี 2565** การที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศให้โควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น ทำให้ SKR ต้องยกเลิกการรับรักษาผู้ป่วยผ่าน Hospitel ซึ่งเคยเป็นแหล่งรายได้สำคัญในช่วงก่อนหน้า ประกอบกับการยุติการตรวจเชิงรุก ส่งผลให้รายได้จากการรักษาพยาบาลโดยรวมลดลง 15.28% แม้ว่ารายได้จากการรักษาโรคเฉพาะทางที่ซับซ้อนจะเติบโตได้ดี แต่ไม่สามารถชดเชยรายได้จาก Hospitel ที่หายไปได้ทั้งหมด นอกจากนี้ ต้นทุนการรักษาพยาบาลที่ลดลงตามรายได้ แต่สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้กลับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย (จาก 58.44% เป็น 58.91%) และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลง 25.44% จากการบริหารต้นทุนบุคลากรและโครงการ Sustainability ก็ยังไม่สามารถทำให้กำไรสุทธิเติบโตได้เมื่อเทียบกับฐานที่สูงในปีก่อน
**สำหรับผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2565** การฟื้นตัวของรายได้มาจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนลูกค้าทั่วไปที่เข้ามาใช้บริการรักษาโรคยากที่มีความซับซ้อนด้วยการผ่าตัด รวมถึงการดำเนินการโรงพยาบาลเคลื่อนที่ (Mobile Hospital) ภายใต้โครงการ Healthy Thailand ของสำนักงานประกันสังคม และการเข้าร่วมโครงการภาครัฐ เช่น การตรวจสุขภาพแรงงานต่างด้าว ปัจจัยเหล่านี้ช่วยเพิ่มปริมาณผู้ป่วยและรายได้จากการดำเนินงานปกติได้อย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) และอัตรากำไรสุทธิ (NPM) ในช่วง 9 เดือนแรกปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** สำหรับการฟื้นตัวของรายได้จากการรักษาพยาบาลปกติ โดยเฉพาะกลุ่มโรคเฉพาะทางและการผ่าตัดที่ซับซ้อน เนื่องจากเป็นธุรกิจหลักของโรงพยาบาล การดำเนินงานโรงพยาบาลเคลื่อนที่และโครงการภาครัฐที่กล่าวถึงในเอกสารมีแนวโน้มที่จะดำเนินการต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยเสริมรายได้ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การยกเลิก Hospitel เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อรายได้ในไตรมาส 3 ปี 2565 และจะไม่มีผลกระทบอีกในปีถัดไป ทำให้ฐานเปรียบเทียบในปี 2566 จะกลับมาเป็นปกติมากขึ้น
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/2565 ลดลง 14.82% YoY อยู่ที่ 1,413.90 ล้านบาท** จากการยกเลิก Hospitel และการตรวจเชิงรุก
* **กำไรสุทธิ Q3/2565 ลดลง 9.25% YoY อยู่ที่ 307.77 ล้านบาท**
* **รายได้รวม 9 เดือนแรกปี 2565 เพิ่มขึ้น 17.09% YoY อยู่ที่ 4,514.88 ล้านบาท** จากการเพิ่มขึ้นของลูกค้าทั่วไปและโครงการภาครัฐ
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2565 เพิ่มขึ้น 48.41% YoY อยู่ที่ 861.22 ล้านบาท**
* **อัตรากำไรขั้นต้น Q3/2565 อยู่ที่ 28.58% เพิ่มขึ้นจาก 26.84% ใน Q3/2564**
* **อัตรากำไรสุทธิ Q3/2565 อยู่ที่ 21.77% เพิ่มขึ้นจาก 20.43% ใน Q3/2564**
* **หนี้สินรวมลดลง 23.21% YoY อยู่ที่ 1,922.38 ล้านบาท** ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 8.24%
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท ศิครินทร์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 1,413.90 ล้านบาท ลดลง 14.82% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการยกเลิกการรับรักษาคนไข้ผ่านสถานพยาบาลผู้ป่วยเฉพาะกิจ (Hospitel) และการยกเลิกการออกตรวจเชิงรุก เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาสนี้อยู่ที่ 307.77 ล้านบาท ลดลง 9.25% เมื่อเทียบกับปีก่อน
อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2565 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง โดยมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 4,514.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.09% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนลูกค้าทั่วไปและลูกค้ากลุ่มประกันสังคมที่เข้ามาใช้บริการรักษาโรคยากที่มีความซับซ้อนด้วยการผ่าตัด รวมถึงการดำเนินการโรงพยาบาลเคลื่อนที่ (Mobile Hospital) ภายใต้นโยบาย Healthy Thailand และการเข้าร่วมโครงการภาครัฐต่างๆ ส่งผลให้กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกของปี 2565 เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 48.41% อยู่ที่ 861.22 ล้านบาท
อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 28.58% เพิ่มขึ้นจาก 26.84% ในปีก่อน และอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 21.77% เพิ่มขึ้นจาก 20.43% ในปีก่อน สะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้รายได้รวมจะลดลงในไตรมาสนี้
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของรายได้จากการรักษาพยาบาลปกติ:** การกลับมาของลูกค้าทั่วไปที่ต้องการรักษาโรคเฉพาะทางที่ซับซ้อนและการผ่าตัด เป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มรายได้และกำไร
* **โครงการภาครัฐและประกันสังคม:** การเข้าร่วมโครงการโรงพยาบาลเคลื่อนที่ (Mobile Hospital) และการให้บริการตรวจสุขภาพตามโครงการภาครัฐ เช่น การตรวจสุขภาพแรงงานต่างด้าว เป็นการขยายฐานลูกค้าและสร้างรายได้ที่มั่นคง
* **การบริหารต้นทุน:** การบริหารจัดการต้นทุนบุคลากรและโครงการ Sustainability in service ที่ช่วยลดการใช้พลังงานและบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยรักษาอัตรากำไรให้อยู่ในระดับที่ดี
* **การเติบโตของตลาดสุขภาพ:** แนวโน้มสังคมผู้สูงอายุและการใส่ใจสุขภาพที่เพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยบวกต่ออุตสาหกรรมบริการทางการแพทย์ในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจโรงพยาบาลมีการแข่งขันสูง ทั้งจากโรงพยาบาลเอกชนด้วยกันและโรงพยาบาลรัฐ
* **ต้นทุนบุคลากรทางการแพทย์:** การขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ที่มีคุณภาพและค่าตอบแทนที่สูงขึ้น อาจเป็นแรงกดดันต่อต้นทุน
* **การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐ:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านสาธารณสุข หรือการยกเลิกโครงการที่เคยได้รับการสนับสนุน อาจส่งผลกระทบต่อรายได้
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจ:** ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชนในการเข้ารับบริการทางการแพทย์
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้จากการรักษาพยาบาลปกติ:** ติดตามการเติบโตของรายได้จากกลุ่มลูกค้าทั่วไปและผู้ป่วยโรคซับซ้อนอย่างต่อเนื่อง
* **ความคืบหน้าของโครงการภาครัฐ:** ประเมินผลตอบรับและรายได้ที่จะได้รับจากโครงการโรงพยาบาลเคลื่อนที่และโครงการอื่นๆ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** จับตาการควบคุมต้นทุนการรักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เพื่อรักษาอัตรากำไร
* **การกลับมาของโรคระบาด:** แม้โควิด-19 จะเป็นโรคประจำถิ่น แต่การระบาดของโรคอื่นๆ หรือการกลับมาระบาดของโควิด-19 ในระลอกใหม่ อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน
* **การลงทุนในอนาคต:** ติดตามแผนการลงทุนเพื่อขยายศักยภาพหรือปรับปรุงบริการของโรงพยาบาล
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้จากการดำเนินงาน:** ในไตรมาส 3 ปี 2565 รายได้จากการรักษาพยาบาลอยู่ที่ 1,392.74 ล้านบาท ลดลง 15.28% YoY ซึ่งเป็นผลหลักมาจากการยกเลิก Hospitel และการตรวจเชิงรุก อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด-19 (Q3/2563) รายได้จากการรักษาพยาบาลกลับเติบโตถึง 38.77% โดยมีแรงหนุนจากการรักษาโรคเฉพาะทางที่ซับซ้อนและการผ่าตัดที่เติบโตต่อเนื่อง
**ต้นทุนการดำเนินงาน:** ต้นทุนการรักษาพยาบาลลดลง 14.59% YoY สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง แต่สัดส่วนต้นทุนกิจการโรงพยาบาลต่อรายได้จากกิจการโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 58.44% เป็น 58.91% บ่งชี้ถึงการบริหารต้นทุนที่ยังคงต้องให้ความสำคัญ
**ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 25.44% YoY จากการบริหารจัดการต้นทุนบุคลากรและโครงการ Sustainability ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่ออัตรากำไร
**อัตรากำไร:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ใน Q3/2565 อยู่ที่ 28.58% เพิ่มขึ้นจาก 26.84% ในปีก่อน และอัตรากำไรสุทธิ (NPM) อยู่ที่ 21.77% เพิ่มขึ้นจาก 20.43% ในปีก่อน แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้ที่ลดลงในไตรมาสนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 7,969.12 ล้านบาท ลดลง 1.49% จากสิ้นปี 2564 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 11.26% ขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 3.31%
หนี้สินรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 23.21% จากสิ้นปี 2564 อยู่ที่ 1,922.38 ล้านบาท โดยหนี้สินหมุนเวียนลดลง 26.02% และหนี้สินไม่หมุนเวียนลดลง 17.97%
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 8.24% จากสิ้นปี 2564 อยู่ที่ 6,046.74 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น และการลดลงของหนี้สิน
เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลกระแสเงินสดโดยละเอียด
## สรุปท้าย
หัวใจหลักของผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 ของ SKR คือการปรับตัวลงของกำไรสุทธิ YoY จากการยกเลิกธุรกิจ Hospitel และการตรวจเชิงรุก แต่ในภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทฯ แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งจากการเติบโตของรายได้จากการรักษาพยาบาลปกติ โดยเฉพาะกลุ่มโรคซับซ้อนและโครงการภาครัฐต่างๆ ประกอบกับการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นอย่างน่าพอใจ แม้จะมีความเสี่ยงจากการแข่งขันและต้นทุนบุคลากร แต่โอกาสจากการฟื้นตัวของธุรกิจหลักและโครงการใหม่ๆ ยังคงเป็นปัจจัยบวกที่น่าจับตาในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SKR ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
1,451.13
ล้านบาท
↑ 3.8% YoY
กำไรขั้นต้น
407.78
ล้านบาท
↑ 53.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
28.10
%
กำไรสุทธิ
150.17
ล้านบาท
↑ 746.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
10.35
%
D/E Ratio
0.21
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,451
↑ + 3.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
408
↑ + 53.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
150
↑ + 746.9%
YoY
D/E Ratio
0.21
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SKR
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.21
ROE (%)
9.72
ROA (%)
10.22
Book Value/หุ้น
3.92
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SKR
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-749
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+46
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SKR
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-749.05
+1.97%
|
-734.59
+13.41%
|
-647.72
+22.15%
|
-530.27
-431.03%
|
160.19
-77.66%
|
717.12
+33.97%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
45.69
-271.38%
|
-26.66
-103.17%
|
841.19
+247.67%
|
241.95
+0.85%
|
239.90
-162.80%
|
-381.99
-11.74%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
453.76
-46.99%
|
856.01
+71.83%
|
498.18
-11.14%
|
560.61
-28.26%
|
781.43
-560.99%
|
-169.51
+271.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-341.68
-460.54%
|
94.77
-86.30%
|
691.66
+154.01%
|
272.30
-76.95%
|
1,181.53
+613.44%
|
165.61
+191.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
656.40
+95.08%
|
336.48
-60.08%
|
842.81
-1.44%
|
855.10
+135.08%
|
363.75
+83.58%
|
198.14
+40.19%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
784.99
+19.59%
|
656.40
+95.08%
|
336.48
-60.08%
|
842.81
-1.44%
|
855.10
+135.08%
|
363.75
+83.58%
|