บริษัท ศิครินทร์ จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
8.05
+0.15 (+1.90%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5681 out_tok=2896 at=2026-07-26T05:08:57 -->
# SKR กำไรสุทธิ Q1/2565 พุ่ง 303% รับแรงหนุนรายได้รักษาพยาบาลโต
## รายได้จากการรักษาพยาบาลฟื้นตัวแรง หนุนกำไรสุทธิ SKR พุ่งกว่า 3 เท่าตัวในไตรมาสแรก
บริษัท ศิครินทร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SKR รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 1,752.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 75.60% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 381.72 ล้านบาท เติบโตถึง 303.79% ซึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของรายได้จากการรักษาพยาบาล โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยโรคเฉพาะทางที่ต้องผ่าตัด และการเพิ่มขึ้นของผู้ประกันตนตามโควต้าสำนักงานประกันสังคม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SKR ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการรักษาพยาบาล โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยโรคเฉพาะทางที่ต้องมีการผ่าตัด** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเติบโตของกำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักคือ **รายได้จากการรักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้น 76.52%** เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2564 โดยมีมูลค่า 1,736.81 ล้านบาท ปัจจัยนี้ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นถึง 117.00% มาอยู่ที่ 674.13 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจาก 31.13% เป็น 38.47% นอกจากนี้ EBITDA ก็เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 11.15% และอัตรากำไร EBITDA เพิ่มขึ้นจาก 24.26% เป็น 34.97% ส่งผลให้กำไรสุทธิพุ่งสูงขึ้น 303.79% มาอยู่ที่ 381.72 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการรักษาพยาบาลมีสาเหตุหลักมาจาก 2 ปัจจัยสำคัญตามที่ฝ่ายจัดการระบุ คือ
1. **การเพิ่มขึ้นของกลุ่มผู้รับบริการรักษาโรคเฉพาะทางที่ต้องมีการผ่าตัด:** โดยเฉพาะการเติบโตอย่างต่อเนื่องของสถาบันการแพทย์เฉพาะทางต่างๆ เช่น สถาบันกระดูกและข้อ, สถาบันสุขภาพเฉพาะทางสตรี และศูนย์ผ่าตัดผ่านกล้องครบวงจร ซึ่งบ่งชี้ถึงการกลับมาเข้ารับการรักษาที่จำเป็นของผู้ป่วยกลุ่มนี้
2. **การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ประกันตนตามโควต้าของสำนักงานประกันสังคม:** การที่โรงพยาบาลสามารถรองรับผู้ประกันตนได้มากขึ้นตามโควต้าที่กำหนด ย่อมส่งผลให้มีปริมาณผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในเพิ่มขึ้น
แม้ว่าต้นทุนการรักษาพยาบาลจะเพิ่มขึ้น 57.84% ตามจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น แต่การบริหารต้นทุนของกิจการโรงพยาบาลต่อรายได้จากกิจการโรงพยาบาลกลับลดลงจาก 68.43% ในปีก่อนหน้า เหลือ 61.19% ในไตรมาสนี้ แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนที่ดียิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก:
* **การเปิดตัว "สถาบันสุขภาพเฉพาะทางสตรี"** ที่ครอบคลุมการดูแลสุขภาพผู้หญิงในหลากหลายมิติ รวมถึงการรักษาโรคทางนรีเวชและมะเร็งครบวงจร ซึ่งจะช่วยดึงดูดผู้ป่วยเฉพาะทางกลุ่มนี้ได้มากขึ้น
* **การดำเนินโครงการ "Hospitel เพื่อผู้ประกันตน"** ร่วมกับสำนักงานประกันสังคม แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือที่แข็งแกร่งกับหน่วยงานภาครัฐ และเป็นการเพิ่มช่องทางการให้บริการ
* **การให้บริการตรวจคัดกรองโรคโควิด-19 และออกใบรับรองแพทย์สำหรับแรงงานต่างด้าว** เป็นการสร้างรายได้เสริมและขยายฐานลูกค้า
อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของรายได้จากการรักษาพยาบาลกลุ่มโรคเฉพาะทางที่ต้องผ่าตัด อาจมีความผันผวนตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 และความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาอัตรากำไรในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการดำเนินงานรวม 1,752.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 75.60% YoY** จาก 997.86 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ 381.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 303.79% YoY** จาก 94.53 ล้านบาท
* **อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 9.47% เป็น 21.78%**
* **รายได้จากการรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น 76.52%** เป็นผลจากการรักษาโรคเฉพาะทางและการเพิ่มขึ้นของผู้ประกันตน
* **ต้นทุนการรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น 57.84%** แต่สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลง แสดงถึงการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 3.27%** ขณะที่หนี้สินรวมลดลง 4.86% ทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 6.92%
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัท ศิครินทร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SKR มีผลประกอบการที่โดดเด่น โดยมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 1,752.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 75.60% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากรายได้จากการรักษาพยาบาลที่เติบโตถึง 76.52% เป็นผลมาจากการกลับมาเข้ารับการรักษาโรคเฉพาะทางที่ต้องผ่าตัด และการเพิ่มขึ้นของผู้ประกันตนตามโควต้าของสำนักงานประกันสังคม แม้ว่าต้นทุนการรักษาพยาบาลจะปรับตัวสูงขึ้นตามปริมาณผู้ป่วย แต่การบริหารจัดการต้นทุนที่ดียิ่งขึ้นส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 31.13% ในปีก่อน เป็น 38.47% ในไตรมาสนี้ ส่งผลให้กำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 303.79% มาอยู่ที่ 381.72 ล้านบาท และทำอัตรากำไรสุทธิได้ถึง 21.78%
## โอกาส
* **การเติบโตของสถาบันการแพทย์เฉพาะทาง:** การลงทุนและพัฒนาสถาบันเฉพาะทาง เช่น สถาบันกระดูกและข้อ, สถาบันสุขภาพเฉพาะทางสตรี และศูนย์ผ่าตัดผ่านกล้องครบวงจร จะช่วยดึงดูดผู้ป่วยที่มีความต้องการการรักษาที่ซับซ้อนและมีมูลค่าสูง
* **ความร่วมมือกับสำนักงานประกันสังคม:** โครงการ Hospitel และการรองรับผู้ประกันตนตามโควต้า เป็นการสร้างฐานลูกค้าที่มั่นคงและเพิ่มรายได้จากการให้บริการ
* **การขยายบริการสำหรับแรงงานต่างด้าว:** การให้บริการตรวจคัดกรองโควิด-19 และออกเอกสารรับรองต่างๆ เป็นการสร้างรายได้เสริมและขยายฐานลูกค้า
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและภาคบริการ:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 และการกลับมาดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจปกติ จะส่งผลดีต่อปริมาณผู้ป่วยและการใช้บริการทางการแพทย์
## ความเสี่ยง
* **การแพร่ระบาดของโรค COVID-19:** แม้สถานการณ์จะคลี่คลายลง แต่การกลับมาระบาดของสายพันธุ์ใหม่ๆ อาจส่งผลกระทบต่อการเข้ารับบริการของผู้ป่วย และการดำเนินงานของโรงพยาบาล
* **การแข่งขันในธุรกิจโรงพยาบาล:** ธุรกิจโรงพยาบาลมีการแข่งขันสูง ทั้งจากโรงพยาบาลเอกชนด้วยกัน และโรงพยาบาลรัฐ ซึ่งอาจส่งผลต่อการกำหนดราคาและส่วนแบ่งทางการตลาด
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่ผันผวน:** ต้นทุนยา เวชภัณฑ์ และค่าตอบแทนบุคลากรทางการแพทย์ อาจมีการปรับตัวสูงขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อ
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบภาครัฐ:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านสาธารณสุข หรือกฎเกณฑ์เกี่ยวกับผู้ประกันตน อาจส่งผลกระทบต่อรายได้และการดำเนินงานของบริษัท
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้จากการรักษาพยาบาลกลุ่มโรคเฉพาะทาง:** ติดตามการเติบโตของสถาบันการแพทย์เฉพาะทางต่างๆ และความสามารถในการดึงดูดผู้ป่วย
* **การบริหารจัดการต้นทุนการรักษาพยาบาล:** ประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุนต่อรายได้ จะเป็นปัจจัยสำคัญต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **จำนวนผู้ประกันตนและการใช้บริการ:** การเปลี่ยนแปลงโควต้าหรือเงื่อนไขการใช้บริการของผู้ประกันตน อาจส่งผลต่อปริมาณผู้ป่วย
* **ผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19:** การติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาด และผลกระทบต่อการดำเนินงานของโรงพยาบาล
* **แผนการขยายธุรกิจและลงทุนใหม่ๆ:** การเปิดตัวบริการใหม่ หรือการลงทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพทางการแพทย์
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
ในส่วนของรายได้จากการดำเนินงานรวม 1,752.27 ล้านบาทนั้น รายได้จากการรักษาพยาบาลคิดเป็นสัดส่วนหลักถึง 1,736.81 ล้านบาท หรือประมาณ 99.12% ของรายได้รวม ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น 76.52% YoY การเติบโตนี้มาจากกลุ่มผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาโรคเฉพาะทางที่ซับซ้อนและต้องมีการผ่าตัด เช่น สถาบันกระดูกและข้อ, สถาบันสุขภาพเฉพาะทางสตรี และศูนย์ผ่าตัดผ่านกล้องครบวงจร ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถของโรงพยาบาลในการให้บริการทางการแพทย์ขั้นสูง นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของผู้ประกันตนตามโควต้าของสำนักงานประกันสังคมก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มปริมาณผู้ป่วย
ในด้านต้นทุน ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานรวม (รวมค่าเสื่อม) อยู่ที่ 1,270.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.44% YoY โดยต้นทุนการรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น 57.84% เป็น 1,062.68 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการได้บริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสัดส่วนของต้นทุนกิจการโรงพยาบาลต่อรายได้จากกิจการโรงพยาบาลลดลงจาก 68.43% ในไตรมาส 1/2564 เป็น 61.19% ในไตรมาส 1/2565 ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวม 8,354.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.27% จากสิ้นปี 2564 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 6.34% และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 1.76% ในขณะที่หนี้สินรวมลดลง 4.86% มาอยู่ที่ 2,381.85 ล้านบาท โดยหนี้สินหมุนเวียนลดลง 6.60% และหนี้สินไม่หมุนเวียนลดลง 1.59% การบริหารจัดการหนี้สินที่ดีขึ้นส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมเพิ่มขึ้น 6.92% มาอยู่ที่ 5,972.50 ล้านบาท
## สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 ของ SKR เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการรักษาพยาบาล โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยโรคเฉพาะทางที่ต้องผ่าตัด ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ทำให้กำไรสุทธิพุ่งสูงขึ้นกว่า 3 เท่าตัว แม้จะมีความเสี่ยงจากสถานการณ์โควิด-19 และการแข่งขันในอุตสาหกรรม แต่การลงทุนในสถาบันการแพทย์เฉพาะทางและความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ เป็นโอกาสสำคัญที่จะช่วยผลักดันการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต โดยต้องจับตาการบริหารต้นทุนและผลกระทบจากปัจจัยภายนอกอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SKR ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
1,451.13
ล้านบาท
↑ 3.8% YoY
กำไรขั้นต้น
407.78
ล้านบาท
↑ 53.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
28.10
%
กำไรสุทธิ
150.17
ล้านบาท
↑ 746.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
10.35
%
D/E Ratio
0.21
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,451
↑ + 3.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
408
↑ + 53.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
150
↑ + 746.9%
YoY
D/E Ratio
0.21
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SKR
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.21
ROE (%)
9.72
ROA (%)
10.22
Book Value/หุ้น
3.92
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SKR
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-749
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+46
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SKR
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-749.05
+1.97%
|
-734.59
+13.41%
|
-647.72
+22.15%
|
-530.27
-431.03%
|
160.19
-77.66%
|
717.12
+33.97%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
45.69
-271.38%
|
-26.66
-103.17%
|
841.19
+247.67%
|
241.95
+0.85%
|
239.90
-162.80%
|
-381.99
-11.74%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
453.76
-46.99%
|
856.01
+71.83%
|
498.18
-11.14%
|
560.61
-28.26%
|
781.43
-560.99%
|
-169.51
+271.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-341.68
-460.54%
|
94.77
-86.30%
|
691.66
+154.01%
|
272.30
-76.95%
|
1,181.53
+613.44%
|
165.61
+191.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
656.40
+95.08%
|
336.48
-60.08%
|
842.81
-1.44%
|
855.10
+135.08%
|
363.75
+83.58%
|
198.14
+40.19%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
784.99
+19.59%
|
656.40
+95.08%
|
336.48
-60.08%
|
842.81
-1.44%
|
855.10
+135.08%
|
363.75
+83.58%
|