บริษัท ศิครินทร์ จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
8.05
+0.15 (+1.90%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5783 out_tok=2218 at=2026-07-26T05:18:38 -->
# SKR กำไร Q3/2564 พุ่ง 231% รับแรงหนุนรายได้รักษาพยาบาล-Hospitel
## รายได้โตกว่า 62% รับอานิสงส์โควิด-19 หนุนการรักษาพยาบาล-Hospitel โตต่อเนื่อง
บริษัท ศิครินทร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SKR รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 1,659.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62.75% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 339.15 ล้านบาท เติบโตถึง 231.28% จาก 102.38 ล้านบาทในปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการรักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SKR ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการรักษาพยาบาล ซึ่งได้รับแรงหนุนจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ การรักษาโรคซับซ้อนด้วยการผ่าตัด, การเพิ่มขึ้นของคนไข้ประกันสังคม และการเข้าร่วมโครงการภาครัฐในการตรวจเชิงรุกและสถานพยาบาลผู้ป่วยเฉพาะกิจ (Hospitel)** ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้รายได้รวมเพิ่มขึ้น 62.75% และอัตรากำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นอย่างมากจาก 10.04% ในปีก่อน เป็น 20.43% ในไตรมาสนี้
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการรักษาพยาบาลมีสาเหตุมาจากหลายส่วน โดยเฉพาะการรักษาโรคซับซ้อนด้วยการผ่าตัดที่แสดงถึงศักยภาพทางการแพทย์ของโรงพยาบาล นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ประกันตนที่เข้ามารับบริการ รวมถึงการร่วมมือกับภาครัฐในการจัดตั้ง Hospitel และการออกหน่วยตรวจคัดกรองเชิงรุกโควิด-19 ได้เข้ามาเสริมรายได้ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง แม้ว่าต้นทุนการรักษาพยาบาลจะเพิ่มขึ้นตามปริมาณการให้บริการ แต่การบริหารจัดการต้นทุนการใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ดีขึ้น ทำให้สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลงจาก 69.48% ในปีก่อน เหลือ 58.44% ซึ่งส่งผลดีต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นจาก 14.40% เป็น 26.84% และกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะจากโครงการ Hospitel และการตรวจเชิงรุกที่แสดงถึงความร่วมมือกับภาครัฐ ซึ่งอาจมีต่อเนื่องหากสถานการณ์โควิด-19 ยังคงอยู่ นอกจากนี้ การเติบโตของคนไข้ประกันสังคมและคนไข้โรคซับซ้อนยังเป็นปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ความต่อเนื่องของรายได้จาก Hospitel และการตรวจเชิงรุกจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และนโยบายของภาครัฐ
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 62.75%** แตะ 1,659.90 ล้านบาท จาก 1,019.88 ล้านบาทใน Q3/2563
* **กำไรสุทธิพุ่ง 231.28%** สู่ระดับ 339.15 ล้านบาท จาก 102.38 ล้านบาทใน Q3/2563
* **อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเท่าตัว** จาก 10.04% เป็น 20.43%
* **ต้นทุนการรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น 43.25%** แต่สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลง
* **EBITDA เติบโต 125.03%** สะท้อนการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัท ศิครินทร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SKR มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 1,659.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62.75% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากรายได้จากการรักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้น 63.82% โดยเฉพาะในกลุ่มคนไข้ประกันสังคมและคนไข้ที่เข้ารับการรักษาโรคซับซ้อนด้วยการผ่าตัด รวมถึงรายได้จากการร่วมมือกับภาครัฐในการตรวจเชิงรุกและรับรักษาผ่าน Hospitel
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานรวมเพิ่มขึ้น 39.11% เป็น 1,214.38 ล้านบาท โดยต้นทุนการรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น 43.25% ตามปริมาณการให้บริการ แต่การบริหารจัดการต้นทุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ดีขึ้นส่งผลให้อัตราส่วนต้นทุนกิจการโรงพยาบาลต่อรายได้ลดลง
ความสามารถในการทำกำไรปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 203.29% ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นจาก 14.40% เป็น 26.84% EBITDA เพิ่มขึ้น 125.03% และอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 10.04% เป็น 20.43%
## โอกาส
* **ศักยภาพทางการแพทย์:** การรักษาโรคซับซ้อนด้วยการผ่าตัดสะท้อนถึงความเชี่ยวชาญและศักยภาพของโรงพยาบาล
* **ฐานลูกค้าประกันสังคม:** การเติบโตของคนไข้ประกันสังคมเป็นฐานรายได้ที่มั่นคง
* **ความร่วมมือภาครัฐ:** การเข้าร่วมโครงการ Hospitel และการตรวจเชิงรุก แสดงถึงความสามารถในการปรับตัวและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ
* **การขยายช่องทางออนไลน์:** การจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์เป็นการเพิ่มช่องทางการสร้างรายได้
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์โควิด-19:** ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การแพร่ระบาดอาจส่งผลกระทบต่อจำนวนผู้ป่วยและการดำเนินงาน
* **นโยบายภาครัฐ:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายเกี่ยวกับโครงการ Hospitel หรือการตรวจเชิงรุกอาจส่งผลต่อรายได้
* **การแข่งขันในธุรกิจโรงพยาบาล:** ธุรกิจโรงพยาบาลมีการแข่งขันสูง ทั้งจากโรงพยาบาลรัฐและเอกชน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความต่อเนื่องของโครงการ Hospitel และการตรวจเชิงรุก:** ประเมินผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 และนโยบายภาครัฐ
* **แนวโน้มการเติบโตของคนไข้ประกันสังคม:** ติดตามการเปลี่ยนแปลงจำนวนผู้ประกันตนและอัตราการใช้บริการ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การรักษาประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุนการรักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอื่นๆ
* **การขยายบริการโรคซับซ้อน:** การพัฒนาและเพิ่มศักยภาพในการรักษาโรคที่ซับซ้อนเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้จากการรักษาพยาบาล:** เป็นรายได้หลักที่เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนจากการรักษาโรคซับซ้อนด้วยการผ่าตัด ซึ่งแสดงถึงความสามารถในการดึงดูดผู้ป่วยที่มีความต้องการเฉพาะทาง การเพิ่มขึ้นของคนไข้ประกันสังคมยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนรายได้ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง
**Hospitel และการตรวจเชิงรุก:** การเข้าร่วมโครงการกับภาครัฐในการจัดตั้ง Hospitel และการออกหน่วยตรวจคัดกรองเชิงรุก ถือเป็นโอกาสในการสร้างรายได้เพิ่มเติมในช่วงสถานการณ์โควิด-19 และเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม
**ต้นทุนการดำเนินงาน:** แม้ต้นทุนการรักษาพยาบาลจะเพิ่มขึ้นตามปริมาณการให้บริการ แต่การบริหารจัดการต้นทุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ดีขึ้น ทำให้สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลง ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อความสามารถในการทำกำไร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 6,915.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.89% จากสิ้นปี 2563 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 19.93% ขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 3.83%
หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,444.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.74% โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 20.91% ส่วนหนี้สินไม่หมุนเวียนลดลง 15.81%
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 9.31% เป็น 4,471.17 ล้านบาท สะท้อนถึงผลประกอบการที่เติบโต
## สรุปท้าย
SKR โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 แข็งแกร่ง ด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงถึง 231.28% จากการเติบโตของรายได้จากการรักษาพยาบาลที่ได้รับแรงหนุนจากโรคซับซ้อน, คนไข้ประกันสังคม และโครงการ Hospitel ของภาครัฐ แม้ต้นทุนจะเพิ่มขึ้น แต่การบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้นส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิก้าวกระโดด การร่วมมือกับภาครัฐและการมีฐานลูกค้าที่มั่นคงเป็นโอกาสสำคัญที่ต้องจับตาว่าจะมีต่อเนื่องหรือไม่ ท่ามกลางความเสี่ยงจากสถานการณ์โควิด-19 และการแข่งขันในอุตสาหกรรม
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SKR ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
1,451.13
ล้านบาท
↑ 3.8% YoY
กำไรขั้นต้น
407.78
ล้านบาท
↑ 53.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
28.10
%
กำไรสุทธิ
150.17
ล้านบาท
↑ 746.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
10.35
%
D/E Ratio
0.21
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,451
↑ + 3.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
408
↑ + 53.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
150
↑ + 746.9%
YoY
D/E Ratio
0.21
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SKR
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.21
ROE (%)
9.72
ROA (%)
10.22
Book Value/หุ้น
3.92
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SKR
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-749
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+46
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SKR
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-749.05
+1.97%
|
-734.59
+13.41%
|
-647.72
+22.15%
|
-530.27
-431.03%
|
160.19
-77.66%
|
717.12
+33.97%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
45.69
-271.38%
|
-26.66
-103.17%
|
841.19
+247.67%
|
241.95
+0.85%
|
239.90
-162.80%
|
-381.99
-11.74%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
453.76
-46.99%
|
856.01
+71.83%
|
498.18
-11.14%
|
560.61
-28.26%
|
781.43
-560.99%
|
-169.51
+271.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-341.68
-460.54%
|
94.77
-86.30%
|
691.66
+154.01%
|
272.30
-76.95%
|
1,181.53
+613.44%
|
165.61
+191.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
656.40
+95.08%
|
336.48
-60.08%
|
842.81
-1.44%
|
855.10
+135.08%
|
363.75
+83.58%
|
198.14
+40.19%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
784.99
+19.59%
|
656.40
+95.08%
|
336.48
-60.08%
|
842.81
-1.44%
|
855.10
+135.08%
|
363.75
+83.58%
|