SCGD
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SCGD
บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
5.10
+0.05 (+0.99%)

สรุป Opportunity Day

วิเคราะห์ผลประกอบการโดย AI

1. สรุป OPPDAY (Q&A)

SCGD เผยกลยุทธ์ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ ต่อยอดการเติบโตในตลาดอาเซียน ปี 2568



1. ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview)


ผลประกอบการไตรมาสที่ 2 และครึ่งปีแรกของปี 2568 พบว่า:



  • ยอดขายติดลบ 12%

  • EBITDA ติดลบ

  • กำไรลดลง


ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบ:



  • การชะลอตัวของเศรษฐกิจในประเทศไทย

  • ค่าเงินบาทที่แข็งค่า


อย่างไรก็ตาม หากพิจารณา Core Performance โดยตัดรายการค่าใช้จ่ายปรับโครงสร้างและผลกระทบจาก FX จะพบว่า:



  • ยอดขายยังคงลดลง แต่ใน Q2 ลดลง 8%

  • EBITDA มีทิศทางเป็นบวกมากขึ้น ทั้ง Q on Q และ Year on Year

  • กำไรเติบโตขึ้น Q on Q 19% และ Year on Year 6%


โดยสรุป แม้ว่ายอดขายจะได้รับผลกระทบ แต่ความสามารถในการทำกำไรของบริษัทยังคงเติบโตได้ดี



2. โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities)


บริษัทมองเห็นโอกาสในการเติบโตในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะ:



  • เวียดนาม: มีสัญญาณการฟื้นตัวอย่างชัดเจน


กลยุทธ์ที่ใช้ในการคว้าโอกาส:



  1. ใช้เวียดนามเป็น Export Hub:

    • ใช้ความสามารถในการผลิตที่มีต้นทุนต่ำที่สุดในกลุ่ม

    • ความสามารถในการแข่งขันเทียบเท่า World Class



  2. เติบโตในกลุ่มสินค้ากระเบื้องไซส์ใหญ่ (Gres Porcelain):

    • ลงทุนในเวียดนามเพื่อผลิตกระเบื้อง Gres Porcelain ซึ่งเป็นเทรนด์ใหม่



  3. ผลักดัน New Growth ในประเทศไทย:

    • เน้นสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจตกแต่งพื้นผิวและสุขภัณฑ์



  4. ผลักดัน HVA ของบริษัท:

    • เพิ่มทั้ง Top Line และ Margin




3. ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges)


ความเสี่ยงหลักที่บริษัทกำลังเผชิญ:



  • การชะลอตัวของเศรษฐกิจในประเทศไทย

  • ความผันผวนของค่าเงินบาท

  • ความเสี่ยงด้านการแข่งขันในตลาด

  • ความผันผวนทางด้านภาษี



4. วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation)


วิธีการที่บริษัทใช้ในการแก้ไขปัญหา:



  1. มุ่งเน้นการเติบโตในตลาดต่างประเทศที่มีศักยภาพ

  2. ลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต

  3. ปรับโครงสร้างองค์กรและลด Working Capital

  4. สร้างความร่วมมือกับ Global Partner เพื่อพัฒนา Design และ Quality



5. แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends)


แนวโน้มของธุรกิจในอนาคต:



  • การเติบโตจะมาจากตลาดต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะเวียดนาม

  • บริษัทจะมุ่งเน้นการเพิ่มความสามารถในการทำกำไร

  • การใช้พลังงานสะอาดและ Biomass จะช่วยลดต้นทุน


วิสัยทัศน์และเป้าหมายระยะยาว:



  • เป็นผู้นำในตลาดอาเซียน

  • สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน



6. ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session) [นาทีที่ 42:40]




  1. คำถาม: แนวโน้มยอดขายในครึ่งปีหลังเทียบกับครึ่งปีแรกและ Year on Year Q on Q จะดีขึ้นหรือไม่ เพราะอะไร?


    คำตอบ: ต้นปีตั้งเป้าเติบโต 5% แต่สถานการณ์ผันผวน โดยเฉพาะตลาดไทยที่ contribution เยอะ ทำให้ยอดขายชะลอตัว ประกอบกับค่าเงินบาทแข็งค่า อย่างไรก็ตาม คาดว่ากำไรหรือ EBITDA น่าจะเติบโตจากปีที่แล้วได้ ถึงแม้ยอดขายจะชะลอตัวลง ประมาณ 5-8% แต่ความสามารถในการทำกำไรน่าจะเติบโตจากปีที่แล้วได้




  2. คำถาม: ในครึ่งปีหลังมีแผนการลงทุนอย่างไรบ้าง?


    คำตอบ:


    • การลดต้นทุนทำต่อเนื่อง

    • ปรับปรุงหรือเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อจับตลาดที่กำลังเติบโต โดยเฉพาะในเวียดนาม

    • มีโครงการ M&A ที่ประกาศไว้ ก็คงเดินหน้า แต่ถ้ามี ความคืบหน้าหรือความชัดเจนมากกว่านี้ จะมานำเรียนให้ทราบ





  3. คำถาม: เป้าหมายรายได้ของปีนี้ จะมีการปรับไหม การตั้งเป้าเติบโตเท่าไหร่?


    คำตอบ: ช่วงต้นปีตั้งเป้าเติบโต 5% แต่จากสถานการณ์วันนี้ โดยเฉพาะตลาดที่เมืองไทยที่ชะลอตัวมาอย่างต่อเนื่อง ก็คิดว่ายอดขายอาจจะไม่เติบโตจากปีที่แล้ว แต่เน้นเรื่องกำไร คิดว่าน่าจะทำได้และมีการเติบโตให้เห็น




  4. คำถาม: นอกเหนือจากเป้ารายได้เติบโต 2 เท่า ในปี 2030 มีคำถามที่เติบโตขึ้นไปอีกว่า มุมมองมีมุมมองยังไงบ้างในอีก 10 ปีข้างหน้า ในแง่ของ Demand ในแง่ของ Growth Disruption หรือ Expansion ของธุรกิจที่ SCGD อยู่?


    คำตอบ:


    • 10 ปีอาจจะไกลไปนิดนึงเพราะว่าสถานการณ์ทุกวันนี้แทบจะมองกันเป็นรายอาทิตย์รายวันซะด้วยซ้ำไป แต่ว่าเรามีแผนอย่างนี้ เนื่องจาก SCGD เนี่ย เราเป็น ASEAN Player

    • ไม่ใช่แค่บริษัทที่ทำธุรกิจในประเทศไทย แต่มีโครงสร้างรายได้จากต่างประเทศพอสมควร ประมาณสัก 30 กว่าเปอร์เซ็นต์

    • 5 ปีข้างหน้า เห็นชัดเจนว่าเมืองไทยจะเป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตไม่มากนัก แต่ต่างประเทศโดยเฉพาะเวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มีสัญญาณการเติบโตที่ชัดเจน เพราะว่าโครงสร้างประชากรต่างๆ ค่อนข้างที่จะ positive และมีความต้องการบ้านและที่อยู่อาศัยเพิ่มมากขึ้นเยอะแน่นอน

    • SCGD จะมุ่งเน้นการเติบโตไปที่ regional หรือว่าต่างประเทศนอกประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจหลักๆ โดยเฉพาะที่ประเทศเวียดนาม ซึ่งเรามีฐานการผลิตใหญ่และก็มีแชร์เป็นอันดับหนึ่ง

    • ไทยจะใช้ความเข้มแข็ง ขยายในกลุ่มสินค้าที่เป็น New Growth และประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะในกลุ่มประเทศพม่า ประเทศลาว ประเทศกัมพูชา หรือว่า CLM เป็นฐานที่รวมถึงประเทศไทย ก็จะเป็นกลุ่มประเทศที่จะช่วยดึงให้ธุรกิจของเรามี growth ในระยะประมาณสัก 3-5 ปีข้างหน้า





  5. คำถาม: ความกังวลเรื่องของสงครามที่ว่า สงครามในประเทศ ถ้าหากว่า issue ทั้งหมดเนี่ยเริ่ม เริ่มคลี่คลายลง แล้วจะมีดีมาในเรื่องของการฟื้นฟูอาคารบ้านเรือนเข้ามา ทีนี้เนี่ยทาง SCGD มองโอกาสตรงนี้ยังไงบ้าง?


    คำตอบ:


    • ตอนนี้มี issue ทางด้าน เรากับเพื่อนบ้านทางเขมร ยอดขายที่ไปเขมรไม่เยอะมาก

    • ถ้าสงบลง มีการเตรียมการ และคุยกับลูกค้า หาทางที่จะส่งสินค้าเราเนี่ยเข้าไปในตลาด ในตลาดหลักของเรานั้น โดยเฉพาะในประเทศเขมร ให้เร็วที่สุด

    • ถ้าจบเร็วก็กระทบไม่มาก ทุกอย่างคงกลับมาได้หมด เพราะตอนนี้สินค้าที่นู่นก็ขาดพอสมควร

    • การฟื้นตัวของประเทศพม่า หลังจากที่เขามีแผ่นดินไหวเนี่ย อันนี้ก็อยู่เป็นสัญญาณบวก เราก็น่าจะ capture เรื่องของตัวตลาดที่จะมี demand พีคขึ้นมาได้ในปลายปีนี้กับต้นปีหน้าได้ อันนี้ก็จะเป็นตัวช่วยสำหรับตลาดในประเทศไทยที่ชะลอตัวด้วย เพราะว่าสินค้าที่เราไปพม่าหลักๆ เนี่ย มาจากประเทศไทยไปจากประเทศไทย





  6. คำถาม: ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างรายได้ของเราเหมือนกันค่ะ ว่าเราเนี่ยมีโอกาสที่จะลงทุนในธุรกิจนี้เพิ่มเติมหรือไม่ค่ะเนี่ยนะ


    คำตอบ:


    • ที่ดินที่นิคมอุตสาหกรรมตอนนี้ก็เหลือไม่มาก ขายได้อีกไม่เยอะมาก

    • มีที่ดินที่รอบๆ นิคม ซึ่งพอที่จะพัฒนาได้ ก็อยู่ในแผนที่เราจะพัฒนากลุ่มพวกนี้ต่อไป

    • ต้องไปทำ การเปลี่ยนผังแผนผังการใช้ที่ดินสักระยะนึง แล้วก็น่าจะกลับเข้ามาทำเรื่องของตัวเป็น commercial ได้อีกระยะนึง พอมีโอกาสแต่นิคมเดิมเนี่ยเราคงขยายได้ได้ค่อนข้างจำกัดแล้ว






โดยสรุป SCGD มีความมุ่งมั่นที่จะเติบโตในตลาดอาเซียน โดยใช้ความแข็งแกร่งด้านการผลิตและ Brand ที่มีอยู่ พร้อมทั้งปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

ผู้เขียน: Admin AiO
2. Financial & KPI Analysis — Q2/2568