บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
5.55
0.10 (1.77%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4697 out_tok=2411 at=2026-07-26T03:22:42 -->
# SAMART Q3/2566 พลิกขาดทุนลดลงแรง รับอานิสงส์โครงการใหญ่ Digital Communications
## รายได้รวมพุ่ง 33% จากโครงการ MOI ขณะที่ผลขาดทุนสุทธิหด 57% จากการด้อยค่าอุปกรณ์
บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAMART รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้รวม 2,834 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการรับรู้รายได้โครงการจัดหาระบบวิทยุสื่อสารฯ กระทรวงมหาดไทย (MOI) อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ 206 ล้านบาท แต่ลดลงถึง 57% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าของอุปกรณ์ในสายธุรกิจ Digital Communications
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ SAMART ในไตรมาส 3/2566 คือ **การรับรู้รายได้ก้อนใหญ่จากโครงการจัดหาระบบวิทยุสื่อสารข่ายบังคับบัญชา กระทรวงมหาดไทย (MOI) ในสายธุรกิจ Digital Communications** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมเติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 33% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม แม้รายได้จะเพิ่มขึ้น แต่บริษัทฯ ยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ 206 ล้านบาท ซึ่งลดลง 57% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยสาเหตุหลักของผลขาดทุนในไตรมาสนี้มาจากการ **รับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าของอุปกรณ์** ตามมาตรฐานบัญชีในสายธุรกิจ Digital Communications
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเปลี่ยนแปลงนี้มีกลไกดังนี้:
* **รายได้ที่เพิ่มขึ้น:** เกิดจากการส่งมอบอุปกรณ์ในโครงการ MOI ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่เริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาสนี้ ทำให้รายได้ของสายธุรกิจ Digital Communications พุ่งสูงขึ้นถึง 1,395% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (จาก 857 ล้านบาทใน Q3/66 เทียบกับ 59 ล้านบาทใน Q3/65) นอกจากนี้ สายธุรกิจ Utilities and Transportations ยังมีรายได้เพิ่มขึ้น 31% จากการให้บริการบริหารจัดการการจราจรทางอากาศในกัมพูชา และธุรกิจรับเหมาก่อสร้างสถานีไฟฟ้า
* **ผลขาดทุนที่ลดลง:** แม้จะมีรายได้เพิ่มขึ้น แต่ผลขาดทุนสุทธิกลับลดลงอย่างมาก สาเหตุหลักมาจาก **การรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าของอุปกรณ์** ในสายธุรกิจ Digital Communications ซึ่งเป็นรายการที่เกิดขึ้นตามมาตรฐานบัญชี และส่งผลให้ตัวเลขขาดทุนในงบการเงินลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าที่มีผลขาดทุนสูงกว่า
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** สำหรับการรับรู้รายได้จากโครงการ MOI นั้น เป็นปัจจัยที่เกิดขึ้นตามกำหนดการส่งมอบโครงการ ซึ่งฝ่ายจัดการได้ระบุว่ามีการรับรู้รายได้จากการส่งมอบอุปกรณ์ในไตรมาสนี้ ส่วนการรับรู้รายได้ในอนาคตจะขึ้นอยู่กับความคืบหน้าของโครงการที่เหลืออยู่
สำหรับ **ผลขาดทุนจากการด้อยค่าของอุปกรณ์** นั้น เป็นรายการที่เกิดขึ้นตามมาตรฐานการบัญชีและสถานการณ์ของสินทรัพย์ ซึ่งอาจไม่เกิดขึ้นต่อเนื่องในทุกไตรมาส แต่ก็เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาว่าจะมีรายการด้อยค่าเพิ่มเติมหรือไม่ในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/2566 พุ่ง 33% YoY** แตะ 2,834 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้โครงการ MOI ในสายธุรกิจ Digital Communications
* **ผลขาดทุนสุทธิ Q3/2566 ลดลง 57% YoY** อยู่ที่ 206 ล้านบาท
* **สายธุรกิจ Digital Communications รับรู้รายได้ 857 ล้านบาท** จากโครงการ MOI มูลค่า 785 ล้านบาท
* **สายธุรกิจ Digital ICT Solution (SAMTEL) มีรายได้ทรงตัว** 1,198 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.2% YoY
* **สายธุรกิจ Utilities and Transportations มีรายได้เติบโต 31% YoY** เป็น 1,241 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของธุรกิจการบินและโครงการก่อสร้าง
* **มูลค่างานคงค้างรวม ณ สิ้น Q3/2566 อยู่ที่ 18,763 ล้านบาท** โดยสายธุรกิจ Utilities and Transportations มีมูลค่างานสูงสุด 11,741 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาสที่ 3 ปี 2566 SAMART มีรายได้จากการขายงานตามสัญญาและบริการรวม 2,812 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 713 ล้านบาท หรือ 34% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยรายได้หลักมาจากสายธุรกิจ Digital Communications ที่มีการรับรู้รายได้จากการส่งมอบอุปกรณ์โครงการ MOI จำนวน 785 ล้านบาท ทำให้รายได้ของสายธุรกิจนี้เพิ่มขึ้นถึง 1,395% เป็น 857 ล้านบาท ขณะที่สายธุรกิจ Utilities and Transportations มีรายได้เพิ่มขึ้น 31% เป็น 1,241 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของธุรกิจการบินและโครงการก่อสร้าง ส่วนสายธุรกิจ Digital ICT Solution มีรายได้ทรงตัวที่ 1,198 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.2%
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิในส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 206 ล้านบาท ลดลง 271 ล้านบาท หรือ 57% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยผลขาดทุนในไตรมาสนี้เกิดจากการรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าของอุปกรณ์ในสายธุรกิจ Digital Communications
สำหรับงวดเก้าเดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 7,419 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% โดยหลักมาจากสายธุรกิจ Digital Communications และ Utilities and Transportations ขณะที่ผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 207 ล้านบาท ลดลง 65% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การรับรู้รายได้จากโครงการ MOI อย่างต่อเนื่อง:** ยังมีมูลค่างานคงค้างในสายธุรกิจ Digital Communications ที่จะทยอยรับรู้รายได้ในอนาคต
* **การเติบโตของสายธุรกิจ Utilities and Transportations:** ได้รับปัจจัยหนุนจากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ทำให้จำนวนเที่ยวบินเพิ่มขึ้น และมีโครงการก่อสร้างสถานีไฟฟ้าที่รอการดำเนินการ
* **การนำบริษัท SAV เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ:** เป็นการเพิ่มความแข็งแกร่งและมูลค่าทางธุรกิจให้กับสายธุรกิจ Utilities and Transportations
* **มูลค่างานคงค้างรวมที่สูง:** ณ สิ้นไตรมาส 3/2566 มีมูลค่างานคงค้างรวม 18,763 ล้านบาท ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อรายได้ในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **การรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าของอุปกรณ์:** เป็นรายการที่เกิดขึ้นตามมาตรฐานบัญชี และอาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรในอนาคตหากมีรายการเพิ่มเติม
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี:** ธุรกิจ Digital ICT Solution และ Digital Communications อาจเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรง
* **ความผันผวนของธุรกิจการบิน:** แม้จะฟื้นตัว แต่ธุรกิจการบินยังคงมีความอ่อนไหวต่อปัจจัยภายนอก เช่น สถานการณ์เศรษฐกิจโลก หรือการระบาดของโรค
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ความคืบหน้าและกำหนดการส่งมอบอุปกรณ์ในโครงการ MOI ที่เหลือ
* การรับรู้รายได้และกำไรจากโครงการก่อสร้างสถานีไฟฟ้าและระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูง
* แนวโน้มการรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าของอุปกรณ์ในสายธุรกิจ Digital Communications
* การขยายตลาดและโอกาสในการได้สัญญาใหม่ในสายธุรกิจ Digital ICT Solution (SAMTEL)
* ผลกระทบจากการนำบริษัท SAV เข้าจดทะเบียนต่อภาพรวมธุรกิจ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
**สายธุรกิจ Digital Communications (SDC):** เป็นหัวใจหลักที่ขับเคลื่อนรายได้ในไตรมาสนี้ จากการรับรู้รายได้โครงการ MOI มูลค่า 785 ล้านบาท ทำให้รายได้รวมของสายธุรกิจนี้พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการได้ระบุถึงการรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าของอุปกรณ์ ซึ่งเป็นปัจจัยที่กดดันผลกำไร แม้จะมีรายได้เพิ่มขึ้น มูลค่างานคงค้างยังคงอยู่ที่ 1,649 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ต่อไป
**สายธุรกิจ Digital ICT Solution (SAMTEL):** เป็นธุรกิจที่เน้นการให้บริการโซลูชันด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ในไตรมาสนี้มีมูลค่างานคงค้างอยู่ที่ 5,373 ล้านบาท โดยมีการลงนามสัญญาใหม่มูลค่า 712 ล้านบาท รายได้ในไตรมาสนี้ทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนถึงความท้าทายในการหาโครงการใหม่ๆ หรือการแข่งขันในตลาด
**การลงทุนใน R&D และการขยายตลาด:** เอกสารไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับการลงทุนใน R&D หรือการขยายตลาด/พาร์ทเนอร์ใหม่ๆ อย่างชัดเจนในส่วนนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 SAMART มีสินทรัพย์รวม 20,680 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2565 โดยมีหนี้สินรวม 13,933 ล้านบาท ลดลง 10% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2565 ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 6,747 ล้านบาท
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน หรือการจัดหาเงิน รวมถึงอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ที่ชัดเจน
## สรุปท้าย
SAMART ในไตรมาส 3/2566 แสดงให้เห็นถึงการพลิกฟื้นของรายได้จากการรับรู้โครงการใหญ่ในสายธุรกิจ Digital Communications อย่างไรก็ตาม การรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าของอุปกรณ์ยังคงเป็นปัจจัยกดดันผลกำไรสุทธิ แม้จะขาดทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า มูลค่างานคงค้างรวมที่สูงยังเป็นสัญญาณบวกต่อการดำเนินงานในอนาคต แต่การบริหารจัดการต้นทุนและรายการพิเศษต่างๆ รวมถึงการหาโครงการใหม่ๆ จะเป็นกุญแจสำคัญในการกลับมามีกำไรอย่างยั่งยืน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SAMART ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
3,117.60
ล้านบาท
↓ 13.2% YoY
กำไรขั้นต้น
604.90
ล้านบาท
↓ 7.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.40
%
กำไรสุทธิ
176.93
ล้านบาท
↑ 3.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.68
%
D/E Ratio
1.44
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,118
↓ -13.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
605
↓ -7.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
177
↑ + 3.6%
YoY
D/E Ratio
1.44
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SAMART
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.44
ROE (%)
9.19
ROA (%)
6.70
Book Value/หุ้น
5.54
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SAMART
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+2,725
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+344
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SAMART
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
2,725.01
-244.10%
|
-1,891.11
-234.78%
|
1,403.13
+7.28%
|
1,307.92
-963.31%
|
-151.50
-104.50%
|
3,365.79
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
344.11
+111.34%
|
162.82
-70.35%
|
549.14
+511.51%
|
89.80
-120.54%
|
-437.27
-73.88%
|
-1,674.09
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-886.80
-130.28%
|
2,928.90
-221.81%
|
-2,404.52
-472.57%
|
645.39
+1.82%
|
633.88
-131.16%
|
-2,034.28
+640.06%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
2,274.59
+96.06%
|
1,160.15
-311.72%
|
-547.97
-65.20%
|
-1,574.53
-268.30%
|
935.56
-396.42%
|
-315.62
-58.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
3,035.43
+23.63%
|
2,455.31
+50.07%
|
1,636.08
+25.03%
|
1,308.56
-18.21%
|
1,599.86
-16.48%
|
1,915.47
-28.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,563.28
-15.55%
|
3,035.43
+23.63%
|
2,455.31
+50.07%
|
1,636.08
+25.03%
|
1,308.56
-18.21%
|
1,599.86
-16.48%
|