บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
5.55
0.10 (1.77%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4625 out_tok=2341 at=2026-07-26T03:08:50 -->
# SAMART พลิกขาดทุนหนัก Q3/2565 รับผลกระทบรายการพิเศษ-ต้นทุนพุ่ง
## รายได้รวมโต 24% แต่ขาดทุนสุทธิเพิ่ม 334% จากรายการพิเศษ-ต้นทุนการเงินที่สูงขึ้น
บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAMART รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้จากการขายงานตามสัญญาและบริการรวม 2,099 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทฯ รวม 477 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 334% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายการค่าใช้จ่ายอื่นที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ SAMART ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การขาดทุนสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 334% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตถึง 24%** โดยสาเหตุหลักไม่ได้มาจากผลการดำเนินงานปกติที่แย่ลง แต่มาจาก **รายการค่าใช้จ่ายอื่นที่สูงขึ้นอย่างมาก** ซึ่งส่วนใหญ่มาจากประมาณการหนี้สินระยะยาวจากคดีฟ้องร้อง และขาดทุนจากการตัดจำหน่ายค่าความนิยม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า **ค่าใช้จ่ายอื่นจำนวน 486 ล้านบาท** เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมาก รายการนี้ประกอบด้วย:
* **ประมาณการหนี้สินระยะยาวจากคดีฟ้องร้อง:** การตั้งสำรองหนี้สินที่อาจเกิดขึ้นจากคดีความส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลกำไรในงวดนี้
* **ขาดทุนจากการตัดจำหน่ายค่าความนิยม:** การด้อยค่าของสินทรัพย์ที่เกิดจากการซื้อกิจการในอดีต ทำให้ต้องรับรู้ผลขาดทุนจากการตัดจำหน่าย
นอกจากนี้ **ค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 17%** เป็นอีกปัจจัยที่กดดันผลประกอบการ โดยมีสาเหตุหลักมาจากดอกเบี้ยที่สูงขึ้นตามเงินกู้ยืมและหุ้นกู้ที่เพิ่มขึ้น
ในขณะที่รายได้รวมเติบโต 24% มาจากการรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้นในสายธุรกิจ ICT Solution and Service (เพิ่มขึ้น 34%) และสายธุรกิจ Utilities, Transportations และ Technology Related (เพิ่มขึ้น 14%) ซึ่งเป็นผลจากการรับรู้รายได้จากงานตามสัญญาและธุรกิจให้บริการบริหารจัดการการจราจรทางอากาศที่ฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้นี้ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากรายการค่าใช้จ่ายอื่นและค่าใช้จ่ายทางการเงินที่สูงขึ้นได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว**
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **ประมาณการหนี้สินระยะยาวจากคดีฟ้องร้อง และการตัดจำหน่ายค่าความนิยม** มีแนวโน้มที่จะเป็น **รายการพิเศษ (one-time)** ที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในไตรมาสนี้เป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ความต่อเนื่องของรายการเหล่านี้ขึ้นอยู่กับผลของคดีฟ้องร้องและการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ในอนาคต ซึ่งเอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มในระยะยาว
ส่วน **ค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้น** อาจมีแนวโน้มต่อเนื่อง หากบริษัทมีการกู้ยืมเพิ่ม หรืออัตราดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับสูง
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 2,099 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% YoY** จากการรับรู้รายได้ในสายธุรกิจ ICT Solution and Service และ Utilities, Transportations and Technology Related
* **ขาดทุนสุทธิส่วนผู้ถือหุ้น 477 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 334% YoY** โดยมีสาเหตุหลักจากค่าใช้จ่ายอื่นที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายอื่น 486 ล้านบาท** เป็นปัจจัยกดดันหลัก มาจากประมาณการหนี้สินจากคดีฟ้องร้อง และการตัดจำหน่ายค่าความนิยม
* **ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 17% YoY** จากดอกเบี้ยเงินกู้และหุ้นกู้ที่สูงขึ้น
* **มูลค่างานคงค้าง (Backlog) ในสายธุรกิจ SAMTEL อยู่ที่ 7,155 ล้านบาท** ณ สิ้นไตรมาส 3/2565
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 SAMART มีรายได้จากการขายงานตามสัญญาและบริการรวม 2,099 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้หลักมาจากสายธุรกิจ ICT Solution and Service ที่เติบโต 34% และสายธุรกิจ Utilities, Transportations and Technology Related ที่เติบโต 14% อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทฯ รวม 477 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 334% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายอื่นที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการตั้งสำรองหนี้สินจากคดีฟ้องร้องและการตัดจำหน่ายค่าความนิยม รวมถึงค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้น
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของธุรกิจบริหารจัดการการจราจรทางอากาศ (CATS):** จำนวนเที่ยวบินเพิ่มขึ้น 190% YoY และ 25% QoQ จากการผ่อนคลายมาตรการโควิดและการเปิดประเทศ
* **มูลค่างานคงค้าง (Backlog) ในสายธุรกิจ SAMTEL ที่ 7,155 ล้านบาท:** เป็นปัจจัยหนุนรายได้ในอนาคต
* **โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการการเก็บภาษีสรรพสามิต:** โครงการมูลค่า 8,032 ล้านบาท ระยะเวลา 7 ปี เริ่มดำเนินการแล้ว
* **การเตรียมนำบริษัท สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์ (SAV) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ:** เพื่อเสริมศักยภาพและเพิ่มมูลค่าธุรกิจ
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนจากคดีฟ้องร้อง:** การตั้งประมาณการหนี้สินจากคดีฟ้องร้องส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ และยังมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับผลของคดีในอนาคต
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมและหุ้นกู้ที่เพิ่มขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อกำไรในระยะต่อไป
* **การรับรู้รายได้ที่ผันผวนในสายธุรกิจ Digital:** การส่งมอบอุปกรณ์วิทยุสื่อสารของโครงข่ายบังคับบัญชากระทรวงมหาดไทย (MOI) ยังไม่มีการรับรู้เพิ่มเติมในไตรมาสนี้
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี:** การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วและการแข่งขันที่สูง อาจส่งผลต่อการเติบโตและอัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าของคดีฟ้องร้อง:** ผลของคดีและความสามารถในการบริหารจัดการหนี้สินที่อาจเกิดขึ้น
* **การรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ๆ:** โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐ และการส่งมอบอุปกรณ์ในสายธุรกิจ Digital
* **แนวโน้มค่าใช้จ่ายทางการเงิน:** การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน และการพิจารณาการกู้ยืมเพิ่มเติม
* **ความสำเร็จของการนำ SAV เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ:** และผลกระทบต่อการขยายธุรกิจของกลุ่ม
* **การเติบโตของรายได้ในสายธุรกิจ ICT Solution and Service:** จากมูลค่างานคงค้างที่มีอยู่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
**รายได้และสัญญา:** แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโต 24% แต่การเติบโตกระจุกตัวในบางสายธุรกิจ โดยเฉพาะ SAMTEL ที่มีมูลค่างานคงค้าง 7,155 ล้านบาท ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อรายได้ในอนาคต ส่วนสายธุรกิจ Digital มีรายได้ลดลง 75% เนื่องจากยังไม่มีการรับรู้รายได้จากการส่งมอบอุปกรณ์เพิ่มเติม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความผันผวนของรายได้ที่ขึ้นอยู่กับโครงการภาครัฐ
**Margin:** เอกสารไม่ได้ระบุอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) โดยตรง แต่ระบุว่าต้นทุนขายงานตามสัญญาและบริการเพิ่มขึ้น 17% ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของรายได้เล็กน้อย อาจบ่งชี้ถึงแรงกดดันต่ออัตรากำไรขั้นต้น
**ค่าใช้จ่าย R&D/ขาย:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมลดลง 18% คิดเป็น 12% ของรายได้รวม ซึ่งเป็นผลดีต่อการควบคุมค่าใช้จ่าย
**ลูกค้าหลัก/พาร์ทเนอร์:** ไม่ได้ระบุข้อมูลลูกค้าหลักหรือพาร์ทเนอร์ใหม่ๆ ในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 19,422 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2564 หนี้สินรวมอยู่ที่ 15,012 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2564 ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 4,410 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) เพิ่มสูงขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของหนี้สิน
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน หรือการจัดหาเงิน
## สรุปท้าย
SAMART ในไตรมาส 3 ปี 2565 เผชิญกับผลขาดทุนสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้รายได้รวมจะเติบโตได้ดีจากการฟื้นตัวของธุรกิจบริการและการรับรู้รายได้จากโครงการ ICT โดยหัวใจสำคัญของผลประกอบการที่แย่ลงมาจากรายการค่าใช้จ่ายอื่นที่สูงขึ้นจากการตั้งสำรองหนี้สินจากคดีฟ้องร้องและค่าความนิยมที่ด้อยค่า ซึ่งมีลักษณะเป็นรายการพิเศษ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นและความไม่แน่นอนจากคดีความยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ขณะที่มูลค่างานคงค้างในสายธุรกิจ SAMTEL และการฟื้นตัวของธุรกิจการบินเป็นปัจจัยบวกที่อาจช่วยหนุนผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SAMART ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
3,117.60
ล้านบาท
↓ 13.2% YoY
กำไรขั้นต้น
604.90
ล้านบาท
↓ 7.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.40
%
กำไรสุทธิ
176.93
ล้านบาท
↑ 3.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.68
%
D/E Ratio
1.44
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,118
↓ -13.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
605
↓ -7.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
177
↑ + 3.6%
YoY
D/E Ratio
1.44
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SAMART
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.44
ROE (%)
9.19
ROA (%)
6.70
Book Value/หุ้น
5.54
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SAMART
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+2,725
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+344
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SAMART
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
2,725.01
-244.10%
|
-1,891.11
-234.78%
|
1,403.13
+7.28%
|
1,307.92
-963.31%
|
-151.50
-104.50%
|
3,365.79
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
344.11
+111.34%
|
162.82
-70.35%
|
549.14
+511.51%
|
89.80
-120.54%
|
-437.27
-73.88%
|
-1,674.09
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-886.80
-130.28%
|
2,928.90
-221.81%
|
-2,404.52
-472.57%
|
645.39
+1.82%
|
633.88
-131.16%
|
-2,034.28
+640.06%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
2,274.59
+96.06%
|
1,160.15
-311.72%
|
-547.97
-65.20%
|
-1,574.53
-268.30%
|
935.56
-396.42%
|
-315.62
-58.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
3,035.43
+23.63%
|
2,455.31
+50.07%
|
1,636.08
+25.03%
|
1,308.56
-18.21%
|
1,599.86
-16.48%
|
1,915.47
-28.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,563.28
-15.55%
|
3,035.43
+23.63%
|
2,455.31
+50.07%
|
1,636.08
+25.03%
|
1,308.56
-18.21%
|
1,599.86
-16.48%
|