บริษัท ซาฟารีเวิลด์ จำกัด (มหาชน)
SET · หมวดบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ระหว่างฟื้นฟูการดำเนินงาน
0.30
+0.03 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10444 out_tok=3213 at=2026-07-26T02:35:47 -->
# SAFARI กำไรสุทธิปี 65 พลิกขาดทุนลดลง 36.93% รับแรงหนุนรายได้ฟื้นตัวหลังเปิดประเทศ
## รายได้รวมโตเกือบ 4 เท่าตัว หลัง 3 ธุรกิจกลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ ขณะที่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นตาม
บริษัท ซาฟารีเวิลด์ จำกัด (มหาชน) หรือ SAFARI รายงานผลประกอบการปี 2565 พลิกจากขาดทุนสุทธิ 922.23 ล้านบาทในปี 2564 มาเป็นขาดทุนสุทธิ 581.69 ล้านบาทในปี 2565 ลดลง 340.54 ล้านบาท หรือ 36.93% โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของรายได้จากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายและรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้าประเทศ ส่งผลให้ธุรกิจทั้ง 3 ส่วนของกลุ่มบริษัทกลับมาเปิดให้บริการได้อีกครั้ง
## Hero: หัวใจกำไร — การกลับมาของ 3 ธุรกิจหลัก จุดชนวนรายได้ฟื้นตัว แต่ยังไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตราการขาดทุนสุทธิของ SAFARI ลดลงในปี 2565 คือ **การกลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบของธุรกิจทั้ง 3 ส่วน ได้แก่ ซาฟารีเวิลด์, ภูเก็ตแฟนตาซี และโครงการใหม่ "คาร์นิวัลเมจิก"** ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการดำเนินงานรวมเพิ่มขึ้นถึง 820.24 ล้านบาท หรือ 389.87% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม แม้รายได้จะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง แต่ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้น 152.19% รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 34.42% และต้นทุนทางการเงินที่ยังคงสูง ทำให้บริษัทยังคงมีผลขาดทุนสุทธิอยู่
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การกลับมาเปิดให้บริการของธุรกิจทั้ง 3 ส่วน เป็นผลมาจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2565 โดยเฉพาะการเดินทางเข้ามาของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 3 เป็นต้นมา รวมถึงการกลับมาจัดกิจกรรมทัศนศึกษาของนักเรียนหลังยกเลิกการเรียนออนไลน์ ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้รายได้จากการจำหน่ายบัตรเข้าชม อาหารและเครื่องดื่ม และบริการอื่นๆ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ในส่วนของต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นนั้น เป็นผลโดยตรงจากการกลับมาดำเนินงานเต็มรูปแบบ เช่น ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นตามรายได้ที่สูงขึ้น, ค่าเสื่อมราคาที่กลับมารับรู้จากการเปิดใช้งานทรัพย์สินถาวรของทั้ง 3 ธุรกิจ โดยเฉพาะคาร์นิวัลเมจิกที่เริ่มเปิดให้บริการในเดือนกันยายน 2565, ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหารที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนพนักงานและกิจกรรมการขายที่มากขึ้น รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่กลับมารับรู้หลังการก่อสร้างโครงการคาร์นิวัลเมจิกดำเนินต่อจนแล้วเสร็จ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด** จากเอกสารระบุว่าสถานการณ์การท่องเที่ยวของประเทศมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเดินทางเข้ามาของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และสายการบินนานาชาติที่เพิ่มเที่ยวบินตรงสู่ภูเก็ต ซึ่งจะส่งผลดีต่อรายได้ของภูเก็ตแฟนตาซีและคาร์นิวัลเมจิก นอกจากนี้ การที่ซาฟารีเวิลด์สามารถกลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ 6 วันต่อสัปดาห์ ก็เป็นสัญญาณที่ดี อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทยังคงนโยบายลดต้นทุนและประหยัดค่าใช้จ่ายในภูเก็ตแฟนตาซี โดยไม่กลับไปเปิดให้บริการ 6 วันต่อสัปดาห์จนกว่าสถานการณ์จะปกติ สะท้อนว่าบริษัทยังคงต้องบริหารจัดการต้นทุนอย่างรอบคอบ เพื่อให้สามารถกลับมามีกำไรได้ในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิลดลง 36.93%:** จาก 922.23 ล้านบาทในปี 2564 เป็น 581.69 ล้านบาทในปี 2565
* **รายได้จากการดำเนินงานพุ่ง 389.87%:** เพิ่มขึ้นจาก 210.39 ล้านบาท เป็น 1,030.63 ล้านบาท
* **3 ธุรกิจกลับมาเปิดให้บริการ:** ซาฟารีเวิลด์, ภูเก็ตแฟนตาซี และคาร์นิวัลเมจิก (เริ่ม 20 ก.ย. 65)
* **ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 152.19%:** สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของรายได้
* **ค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้น 158.86%:** จากการกลับมารับรู้ค่าเสื่อมของทรัพย์สินถาวรทั้ง 3 ธุรกิจ
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 13.85%:** ส่วนใหญ่มาจากการกู้ยืมเพื่อก่อสร้างโครงการคาร์นิวัลเมจิก
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 บริษัท ซาฟารีเวิลด์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 1,030.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 820.24 ล้านบาท หรือ 389.87% เมื่อเทียบกับปี 2564 ที่มีรายได้ 210.39 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากการกลับมาเปิดให้บริการของธุรกิจทั้ง 3 ส่วน ได้แก่ ซาฟารีเวิลด์ที่กลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2565, ภูเก็ตแฟนตาซีที่กลับมาเปิดให้บริการตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2565 และโครงการคาร์นิวัลเมจิกที่เริ่มเปิดให้บริการอย่างไม่เป็นทางการตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2565
อย่างไรก็ตาม แม้รายได้จะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง แต่ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 279.41 ล้านบาท หรือ 152.19% เป็น 463.00 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 171.61 ล้านบาท หรือ 34.42% เป็น 670.14 ล้านบาท ทำให้บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีผลขาดทุนสุทธิสำหรับปี 2565 จำนวน 581.69 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 340.54 ล้านบาท หรือ 36.93%
อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ในปี 2565 อยู่ที่ 44.96% เพิ่มขึ้นจาก -20.12% ในปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่เริ่มมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ยังคงติดลบที่ 56.44%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของการท่องเที่ยว:** การเปิดประเทศและการเดินทางเข้าประเทศไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มรายได้ให้กับธุรกิจทั้ง 3 ส่วน โดยเฉพาะภูเก็ตแฟนตาซีและคาร์นิวัลเมจิก
* **ศักยภาพของคาร์นิวัลเมจิก:** การเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของประเทศไทยที่ออกแบบมาเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ มีศักยภาพในการสร้างรายได้และผลกำไรในระยะยาว
* **การกลับมาของนักเรียน:** การยกเลิกการเรียนออนไลน์และกลับมาจัดกิจกรรมทัศนศึกษาของนักเรียน ช่วยเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมซาฟารีเวิลด์
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของจำนวนนักท่องเที่ยว:** การพึ่งพารายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทำให้ธุรกิจมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทาง เช่น สถานการณ์เศรษฐกิจโลก หรือการระบาดของโรคระบาดใหม่
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว:** ธุรกิจท่องเที่ยวมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ประกอบการรายเดิมและรายใหม่ การรักษาฐานลูกค้าและสร้างความแตกต่างจึงเป็นสิ่งสำคัญ
* **ภาระต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** แม้รายได้จะฟื้นตัว แต่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นยังเป็นแรงกดดันต่อการกลับมามีกำไรของบริษัทฯ
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นสูง:** อัตราส่วน D/E ที่ 3.81 เท่า ณ สิ้นปี 2565 สะท้อนถึงการพึ่งพาหนี้สินในระดับสูง ซึ่งอาจจำกัดความยืดหยุ่นทางการเงินในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ:** การเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการฟื้นตัวของรายได้
* **ผลประกอบการของคาร์นิวัลเมจิก:** การดำเนินงานของโครงการใหม่นี้จะเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างรายได้และกำไรในอนาคต
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถของบริษัทในการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่างๆ จะส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไร
* **การปรับโครงสร้างหนี้:** การดำเนินการตามมติผู้ถือหุ้นกู้ในการแก้ไขวันครบกำหนดไถ่ถอนและแบ่งชำระคืนเงินต้น จะส่งผลต่อภาระทางการเงินในระยะสั้นและระยะยาว
* **การกลับมามีกำไรสุทธิ:** ความคืบหน้าในการลดผลขาดทุนสุทธิและกลับมามีกำไรจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญของความสำเร็จในการฟื้นฟูกิจการ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทั่วไป (ไม่ระบุกลุ่ม))
**รายได้จากการดำเนินงาน:** ในปี 2565 รายได้จากการดำเนินงานรวมอยู่ที่ 1,030.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด 389.87% จาก 210.39 ล้านบาทในปี 2564 โดยมีสัดส่วนรายได้จากการจำหน่ายบัตรเข้าชม 701.61 ล้านบาท (68.07%), รายได้จากการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม 154.62 ล้านบาท (14.99%), รายได้จากการจำหน่ายอาหารสัตว์ 48.63 ล้านบาท (4.72%) และรายได้จากการดำเนินงานอื่น 125.77 ล้านบาท (12.19%) การเพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากการกลับมาเปิดให้บริการของทั้ง 3 ธุรกิจหลัก
**ต้นทุนขายและบริการ:** เพิ่มขึ้น 152.19% เป็น 463.00 ล้านบาท สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของรายได้
**ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** เพิ่มขึ้น 34.42% เป็น 670.14 ล้านบาท เนื่องจากมีการจ้างงานและสวัสดิการพนักงานเพิ่มขึ้นจากการเปิดให้บริการทั้ง 3 ธุรกิจ
**ต้นทุนทางการเงิน:** ลดลง 20.31% เป็น 298.95 ล้านบาท เนื่องจากการก่อสร้างโครงการคาร์นิวัลเมจิกได้แล้วเสร็จและเริ่มรับรู้ต้นทุนทางการเงินเข้าเป็นต้นทุนโครงการ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 8,988.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.52% จากปีก่อน โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 98.26% ส่วนใหญ่มาจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่เพิ่มขึ้น 435.59% และสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น 45% สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 2.39% จากการรับรู้ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ รวมถึงสินทรัพย์ไม่มีตัวตนจากงานระหว่างก่อสร้างโครงการคาร์นิวัลเมจิก
**หนี้สินรวม:** ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 7,120.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.85% จากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย 7.30% เพื่อใช้ในการก่อสร้างโครงการคาร์นิวัลเมจิก และเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้หมุนเวียนอื่นที่เพิ่มขึ้น 50.22%
**ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 1,867.21 ล้านบาท ลดลง 23.08% จากปีก่อน เนื่องจากผลการดำเนินงานในปี 2565 ยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ
**อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio):** อยู่ที่ 3.81 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 2.58 เท่าในปี 2564
**กระแสเงินสด:** สำหรับปี 2565 บริษัทฯ มีกระแสเงินสดเพิ่มขึ้นสุทธิ 71.90 ล้านบาท ทำให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดปลายงวดอยู่ที่ 88.41 ล้านบาท โดยกระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 214.90 ล้านบาท, ใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 283.61 ล้านบาท และได้มาในกิจกรรมจัดหาเงิน 140.61 ล้านบาท
## สรุปท้าย
การกลับมาเปิดให้บริการของธุรกิจทั้ง 3 ส่วนในปี 2565 ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพลิกฟื้นรายได้ของ SAFARI ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด และลดผลขาดทุนสุทธิลงได้อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่างๆ ยังคงเป็นความท้าทายที่บริษัทต้องบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถกลับมาสร้างผลกำไรได้ในอนาคต การจับตาดูแนวโน้มการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง และความสำเร็จของโครงการคาร์นิวัลเมจิก จะเป็นกุญแจสำคัญในการประเมินทิศทางของบริษัทต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SAFARI ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
1,166.31
ล้านบาท
↑ 131.1% YoY
กำไรขั้นต้น
467.97
ล้านบาท
↑ 385% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
40.12
%
กำไรสุทธิ
-3.22
ล้านบาท
↓ 101.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-0.28
%
D/E Ratio
5.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,166
↑ + 131.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
468
↑ + 385%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-3
↓ -101.8%
YoY
D/E Ratio
5.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SAFARI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
5.20
ROE (%)
-5.31
ROA (%)
6.34
Book Value/หุ้น
0.00
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SAFARI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-144
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-130
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SAFARI
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-144.10
+5.52%
|
-136.56
-195.15%
|
143.52
+230.54%
|
43.42
-209.87%
|
-39.52
-109.18%
|
430.52
-22.54%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-129.93
-336.93%
|
54.84
-1.35%
|
55.59
-21,480.77%
|
-0.26
-99.94%
|
-443.56
-71.77%
|
-1,571.16
+15.79%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
303.12
+45.24%
|
208.71
-228.54%
|
-162.37
+267.19%
|
-44.22
-114.96%
|
295.67
-74.95%
|
1,180.47
+58.80%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
44.68
-64.82%
|
126.99
+245.83%
|
36.72
-3,564.15%
|
-1.06
-99.43%
|
-187.41
-570.52%
|
39.83
-168.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
75.87
-14.18%
|
88.41
+435.49%
|
16.51
+15.05%
|
14.35
-92.89%
|
201.76
+24.60%
|
161.92
-26.32%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
60.29
-20.54%
|
75.87
-14.18%
|
88.41
+435.59%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|