บริษัท ซาฟารีเวิลด์ จำกัด (มหาชน)
SET · หมวดบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ระหว่างฟื้นฟูการดำเนินงาน
0.30
+0.03 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9922 out_tok=2852 at=2026-07-26T03:37:26 -->
# SAFARI Q1/2566: กำไรสุทธิฟื้นตัวแรง YoY รับอานิสงส์นักท่องเที่ยวไทย-มาตรการคุมต้นทุน
## รายได้-กำไรฟื้นตัวชัดเจน YoY หลังเปิดประเทศเต็มที่ ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการบริหารต้นทุนเข้มงวดเป็นปัจจัยสำคัญ
บริษัท ซาฟารีเวิลด์ จำกัด (มหาชน) หรือ SAFARI รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 พลิกมีกำไรสุทธิ 8.53 ล้านบาท เทียบกับขาดทุนสุทธิ 218.75 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการฟื้นตัวของรายได้จากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ SAFARI พลิกกลับมามีกำไรสุทธิในไตรมาส 1 ปี 2566 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการดำเนินงาน โดยเฉพาะจากกลุ่มลูกค้าคนไทย ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เข้มงวด** แม้ว่ารายได้รวมจะลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) แต่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) รายได้เติบโตถึง 479.32% และส่งผลให้กำไรสุทธิพลิกจากขาดทุนจำนวนมากกลับมาเป็นกำไรได้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้จากการดำเนินงานฟื้นตัว YoY:** หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายและการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ทำให้การท่องเที่ยวกลับมาคึกคัก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวคนไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ SAFARI ได้ปรับปรุงและเพิ่มกิจกรรมใหม่ๆ เช่น จุดป้อนอาหารสัตว์ จุดถ่ายรูปกับสัตว์ และเน้นการตลาดกับกลุ่มลูกค้าคนไทย รวมถึงการขายบัตรสมาชิกรายปีในราคาพิเศษ ทำให้ SAFARI กลายเป็นที่นิยมในกลุ่มคนไทย นอกจากนี้ การกลับมาเปิดให้บริการตามปกติของซาฟารีเวิลด์ 6 วันต่อสัปดาห์ และการกลับมาเปิดให้บริการของภูเก็ตแฟนตาซี รวมถึงการเปิดให้บริการธีมปาร์คแห่งใหม่ "คาร์นิวัลเมจิก" ก็เป็นปัจจัยหนุนรายได้โดยรวม
* **การบริหารต้นทุนเข้มงวด:** ฝ่ายจัดการยังคงนโยบายลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านทรัพยากรบุคคล การลดอัตรากำลังคน การประหยัดพลังงาน และการควบคุมค่าใช้จ่ายต่างๆ ส่งผลให้ต้นทุนขายและบริการ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารในไตรมาส 1 ปี 2566 ไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนักเมื่อเทียบกับการเพิ่มขึ้นของรายได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนคือ:
* **แนวโน้มการท่องเที่ยวไทยที่ดีขึ้น:** การท่องเที่ยวของประเทศมีทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลดีต่อรายได้ของ SAFARI
* **การบริหารต้นทุนที่ยังคงเข้มงวด:** ฝ่ายจัดการยังคงมุ่งมั่นในการควบคุมค่าใช้จ่าย ซึ่งจะช่วยรักษาอัตรากำไรให้ดีขึ้น
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์และกิจกรรม:** การเพิ่มกิจกรรมใหม่ๆ และการตลาดที่เน้นกลุ่มลูกค้าคนไทย จะช่วยรักษาฐานลูกค้าและเพิ่มรายได้ในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของบริษัทย่อยในภูเก็ต (ภูเก็ตแฟนตาซี และคาร์นิวัลเมจิก) ยังคงขึ้นอยู่กับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะทยอยเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจต้องใช้เวลาในการกลับสู่ระดับก่อนโควิด-19
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพลิกบวก:** ไตรมาส 1/2566 มีกำไรสุทธิ 8.53 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 218.75 ล้านบาทใน Q1/2565
* **รายได้จากการดำเนินงานเติบโตแรง YoY:** รายได้รวม 455.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 479.32% YoY จาก 78.69 ล้านบาท
* **ลูกค้าไทยเป็นแรงหนุนหลัก:** การปรับปรุงกิจกรรมและกลยุทธ์การตลาดที่เน้นลูกค้าคนไทย ทำให้ SAFARI ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น
* **ต้นทุนถูกควบคุม:** ต้นทุนขายและบริการ รวมถึงค่าใช้จ่ายบริหาร ไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนักเมื่อเทียบกับการเติบโตของรายได้
* **บริษัทย่อยภูเก็ตยังขาดทุน:** ภูเก็ตแฟนตาซี ขาดทุน 8.32 ล้านบาท และคาร์นิวัลเมจิก ขาดทุน 183.17 ล้านบาท เนื่องจากยังเปิดให้บริการจำกัดและรอการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 455.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 479.32% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (Q1/2565) ที่มีรายได้ 78.69 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากการกลับมาเปิดให้บริการตามปกติของซาฟารีเวิลด์ และการกลับมาเปิดให้บริการของภูเก็ตแฟนตาซี รวมถึงการเปิดให้บริการธีมปาร์คแห่งใหม่ "คาร์นิวัลเมจิก"
อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2565 รายได้จากการดำเนินงานรวมลดลงเล็กน้อย 1.21% จาก 479.32 ล้านบาท เป็น 455.87 ล้านบาท โดยมีสาเหตุมาจากจำนวนวันหยุดยาวที่น้อยลง และการหมดฤดูกาลท่องเที่ยว
ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น เป็น 178.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 170.57% YoY ในขณะที่ค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้น 162.51% YoY เป็น 60.22 ล้านบาท จากการคิดค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์ที่เปิดให้บริการมากขึ้น ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 5.34% YoY เป็น 99.68 ล้านบาท
ผลประกอบการโดยรวมพลิกจากขาดทุนสุทธิ 218.75 ล้านบาทใน Q1/2565 มาเป็นกำไรสุทธิ 8.53 ล้านบาทใน Q1/2566
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวไทย:** การกลับมาของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มรายได้
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์และกิจกรรม:** การเพิ่มกิจกรรมใหม่ๆ และการตลาดที่เน้นกลุ่มลูกค้าคนไทย ช่วยสร้างความน่าสนใจและดึงดูดลูกค้า
* **การเปิดให้บริการเต็มรูปแบบของบริษัทย่อย:** หากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น การเพิ่มรอบการให้บริการของภูเก็ตแฟนตาซีและคาร์นิวัลเมจิก จะช่วยเพิ่มรายได้และลดผลขาดทุน
* **การบริหารต้นทุนอย่างต่อเนื่อง:** การควบคุมค่าใช้จ่ายจะช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของนักท่องเที่ยวต่างชาติ:** จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงไม่มากเท่าช่วงก่อนโควิด-19 และการฟื้นตัวอาจไม่สม่ำเสมอ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว:** ธุรกิจท่องเที่ยวมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ประกอบการรายเดิมและรายใหม่
* **ต้นทุนทางการเงิน:** หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยยังคงเป็นภาระที่ต้องบริหารจัดการ
* **ผลขาดทุนของบริษัทย่อยในภูเก็ต:** ภูเก็ตแฟนตาซี และคาร์นิวัลเมจิก ยังคงมีผลขาดทุน ซึ่งกดดันผลประกอบการรวมของกลุ่ม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ:** การเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะจากจีน จะส่งผลโดยตรงต่อการฟื้นตัวของธุรกิจในภูเก็ต
* **การปรับเพิ่มรอบการให้บริการของบริษัทย่อย:** หากมีสัญญาณที่ดีจากจำนวนนักท่องเที่ยว จะมีการพิจารณาเพิ่มรอบการแสดงและเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การรักษาประสิทธิภาพในการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง
* **แผนการตลาดและการจัดกิจกรรม:** กลยุทธ์ในการดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในระยะต่อไป
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** การติดตามภาระต้นทุนทางการเงิน และการบริหารโครงสร้างหนี้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทั่วไป (ไม่ระบุกลุ่ม))
**รายได้จากการดำเนินงาน:** ในไตรมาส 1/2566 รายได้จากการดำเนินงานรวม 455.87 ล้านบาท ประกอบด้วยรายได้จาก SAFARI 295.99 ล้านบาท, ภูเก็ตแฟนตาซี 103.30 ล้านบาท และคาร์นิวัลเมจิก 56.59 ล้านบาท รายได้จากการจำหน่ายบัตรเข้าชมเป็นสัดส่วนหลัก โดยเฉพาะจาก SAFARI ที่มีรายได้ 186.59 ล้านบาท
**ต้นทุนขายและบริการ:** เพิ่มขึ้นตามรายได้ เป็น 178.90 ล้านบาท สอดคล้องกับการกลับมาเปิดให้บริการของธุรกิจ
**ค่าเสื่อมราคา:** เพิ่มขึ้น 162.51% YoY เป็น 60.22 ล้านบาท จากการคิดค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์ที่เปิดให้บริการมากขึ้น
**ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** เพิ่มขึ้น YoY เนื่องจากมีการจ้างพนักงานกลับเข้ามาทำงานมากขึ้น และการบันทึกค่าเสื่อมราคาในส่วนของทรัพย์สินที่ไม่ได้ใช้งานของบริษัทย่อย
**ต้นทุนทางการเงิน:** เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 5.34% YoY เป็น 99.68 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**สินทรัพย์:** ณ สิ้นไตรมาส 1/2566 สินทรัพย์รวม 8,898.96 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.99% จากสิ้นปี 2565 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 23.88% จากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่ลดลง และสินค้าคงเหลือลดลง สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลง 0.46% จากการตัดจำหน่ายค่าเสื่อมราคา
**หนี้สิน:** หนี้สินรวม 7,126.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.08% จากสิ้นปี 2565 โดยมีหนี้สินตามสัญญาเช่าเพิ่มขึ้นจากการเช่าซื้อยานพาหนะ
**อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน:** อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 4.02 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Interest-Bearing Debt to Equity Ratio) อยู่ที่ 3.00 เท่า เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2565
**ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลง 5.07% จากสิ้นปี 2565 เป็น 1,772.59 ล้านบาท เนื่องจากผลการดำเนินงานขาดทุนสุทธิในงวดนี้
**กระแสเงินสด:** กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากการดำเนินงาน 76.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า โดยมีรายการหลักคือค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมการลงทุน 45.98 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการซื้อสัตว์ อาคาร และอุปกรณ์ กระแสเงินสดได้มาในกิจกรรมจัดหาเงิน 76.64 ล้านบาท มาจากการรับเงินกู้ยืมระยะยาวและเงินกู้ยืมจากบุคคลภายนอก
## สรุปท้าย
SAFARI ในไตรมาส 1 ปี 2566 แสดงสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน โดยเฉพาะการพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ จากการเติบโตของรายได้จากการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง โดยมีแรงหนุนหลักจากนักท่องเที่ยวคนไทย และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ แม้ว่าบริษัทย่อยในภูเก็ตยังคงเผชิญความท้าทายจากการรอการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่แนวโน้มการท่องเที่ยวไทยที่สดใส และการควบคุมต้นทุนอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนโอกาสในการเติบโตของผลประกอบการในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และการบริหารจัดการหนี้สินของบริษัทฯ อย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SAFARI ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
1,166.31
ล้านบาท
↑ 131.1% YoY
กำไรขั้นต้น
467.97
ล้านบาท
↑ 385% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
40.12
%
กำไรสุทธิ
-3.22
ล้านบาท
↓ 101.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-0.28
%
D/E Ratio
5.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,166
↑ + 131.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
468
↑ + 385%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-3
↓ -101.8%
YoY
D/E Ratio
5.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SAFARI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
5.20
ROE (%)
-5.31
ROA (%)
6.34
Book Value/หุ้น
0.00
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SAFARI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-144
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-130
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SAFARI
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-144.10
+5.52%
|
-136.56
-195.15%
|
143.52
+230.54%
|
43.42
-209.87%
|
-39.52
-109.18%
|
430.52
-22.54%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-129.93
-336.93%
|
54.84
-1.35%
|
55.59
-21,480.77%
|
-0.26
-99.94%
|
-443.56
-71.77%
|
-1,571.16
+15.79%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
303.12
+45.24%
|
208.71
-228.54%
|
-162.37
+267.19%
|
-44.22
-114.96%
|
295.67
-74.95%
|
1,180.47
+58.80%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
44.68
-64.82%
|
126.99
+245.83%
|
36.72
-3,564.15%
|
-1.06
-99.43%
|
-187.41
-570.52%
|
39.83
-168.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
75.87
-14.18%
|
88.41
+435.49%
|
16.51
+15.05%
|
14.35
-92.89%
|
201.76
+24.60%
|
161.92
-26.32%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
60.29
-20.54%
|
75.87
-14.18%
|
88.41
+435.59%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|