บริษัท ซาฟารีเวิลด์ จำกัด (มหาชน)
SET · หมวดบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ระหว่างฟื้นฟูการดำเนินงาน
0.30
+0.03 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=15902 out_tok=3123 at=2026-07-26T03:18:21 -->
# SAFARI กำไร Q2/2566 พลิกขาดทุน เหตุรายได้รวมลดลง 120.96 ล้านบาท
## รายได้รวมหดตัว 120.96 ล้านบาท YoY ขณะที่ต้นทุนการบริการเพิ่มขึ้น ส่งผลกำไร Q2/2566 พลิกขาดทุน 113.20 ล้านบาท
บริษัท ซาฟารีเวิลด์ จำกัด (มหาชน) หรือ SAFARI รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 113.20 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 73.02 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้รวมที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ต้นทุนการบริการกลับปรับตัวสูงขึ้น ฝ่ายจัดการระบุว่าสถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลายส่งผลดีต่อการท่องเที่ยว แต่การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนยังไม่เต็มที่ ประกอบกับผลประกอบการของบริษัทย่อยที่ยังคงขาดทุน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำใหผลประกอบการของ SAFARI ในไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน คือ **รายได้รวมที่ลดลง 120.96 ล้านบาท (20.96%) เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2565** ประกอบกับการ **เพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและบริการ 88.99 ล้านบาท (45.17%)** ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และส่งผลให้บริษัทและบริษัทย่อยมีผลขาดทุนสุทธิ 113.20 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การลดลงของรายได้รวมมีสาเหตุหลักมาจาก **รายได้จากการจำหน่ายบัตรเข้าชมที่ลดลง 143.31 ล้านบาท** โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของบริษัทย่อยภูเก็ตนาคาซีและคานิวเมจิกที่รายได้ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงที่เริ่มกลับมาเปิดให้บริการหลังโควิด-19 และมีรายได้จากการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีนที่ยังไม่มากเท่าที่ควร นอกจากนี้ รายได้จากการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มก็ปรับลดลงเช่นกัน ในขณะเดียวกัน **ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้น 88.99 ล้านบาท** มาจากค่าใช้จ่ายในการบริการที่เพิ่มขึ้นตามรายได้ที่เพิ่มขึ้นของซาฟารีเวิลด์เอง และการกลับมาเปิดให้บริการของภูเก็ตนาคาซี รวมถึงการเปิดให้บริการของคานิวเมจิก
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตาม** ฝ่ายจัดการระบุว่าภาพรวมผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทจะดีขึ้นตามลำดับ โดยมีรายได้รวมเพิ่มขึ้นในทุกๆ ไตรมาส ซึ่งเป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ของบริษัท ซาฟารีเวิลด์เองที่สูงขึ้นมากเมื่อเทียบกับช่วงโควิด-19 และการปรับปรุงซ่อมแซมสวนสัตว์และจุดต้อนรับนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม บริษัทย่อยยังคงขาดทุนและมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการโดยรวมในระยะสั้น การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนที่ยังไม่เต็มที่ และการแข่งขันในตลาดท่องเที่ยวเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/2566 ลดลง 120.96 ล้านบาท (20.96%) YoY** เหลือ 458.35 ล้านบาท
* **ต้นทุนขายและบริการ Q2/2566 เพิ่มขึ้น 88.99 ล้านบาท (45.17%) YoY** เป็น 208.15 ล้านบาท
* **พลิกขาดทุนสุทธิ Q2/2566 จำนวน 113.20 ล้านบาท** เทียบกับกำไร 73.02 ล้านบาทใน Q2/2565
* **รายได้จากการจำหน่ายบัตรเข้าชม Q2/2566 ลดลง 143.31 ล้านบาท YoY** โดยเฉพาะจากบริษัทย่อย
* **ค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้น 78.44 ล้านบาท YoY** จากการกลับมาเปิดให้บริการของภูเก็ตนาคาซีและคานิวเมจิก
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 61.36 ล้านบาท YoY** จากการเพิ่มขึ้นของหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท ซาฟารีเวิลด์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวมจากการดำเนินงาน 458.35 ล้านบาท ลดลง 120.96 ล้านบาท หรือ 20.96% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้หลักมาจากบริษัท ซาฟารีเวิลด์ จำนวน 323.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 120.96 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2566 แต่ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2565 เนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปีก่อน ทำให้การกลับมาของนักท่องเที่ยวจีนยังไม่เต็มที่ ขณะที่บริษัทย่อยภูเก็ตนาคาซีและคานิวเมจิกมีรายได้รวม 87.62 ล้านบาท และ 46.88 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งลดลงจากปีก่อน
ต้นทุนขายและบริการในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 208.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 88.99 ล้านบาท หรือ 45.17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริการของซาฟารีเวิลด์ และการกลับมาเปิดให้บริการของภูเก็ตนาคาซี รวมถึงการเปิดให้บริการของคานิวเมจิก
อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้บริษัทและบริษัทย่อยมีผลขาดทุนสุทธิ 113.20 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2566 เทียบกับกำไรสุทธิ 73.02 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2565
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของการท่องเที่ยว:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ทั่วโลกและการเปิดประเทศของจีน ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย
* **การปรับปรุงสถานที่:** การปรับปรุงซ่อมแซมสวนสัตว์และจุดต้อนรับนักท่องเที่ยวของซาฟารีเวิลด์ จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจและดึงดูดนักท่องเที่ยว
* **ศักยภาพของนักท่องเที่ยวจีน:** แม้การฟื้นตัวยังไม่เต็มที่ แต่การกลับมาของนักท่องเที่ยวจีนเป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มรายได้ในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนที่ล่าช้า:** จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้าประเทศไทยยังไม่มากเท่าที่คาดหวัง ส่งผลกระทบต่อรายได้ของกลุ่มบริษัท
* **ผลประกอบการบริษัทย่อย:** บริษัทย่อยภูเก็ตนาคาซีและคานิวเมจิกยังคงมีผลขาดทุน ซึ่งเป็นภาระต่อผลประกอบการโดยรวม
* **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูง:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารและต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไร
* **ฤดูกาลท่องเที่ยว:** รายได้ของธุรกิจท่องเที่ยวมีความผันผวนตามฤดูกาล ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในบางช่วงเวลา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้าประเทศไทย:** การเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวจีนจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนรายได้
* **ผลประกอบการของบริษัทย่อย:** การพลิกกลับมามีกำไรของภูเก็ตนาคาซีและคานิวเมจิก จะช่วยลดภาระและเพิ่มผลกำไรโดยรวม
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนขายและบริการ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหาร จะส่งผลต่ออัตรากำไร
* **แผนการตลาดและการส่งเสริมการขาย:** กลยุทธ์ในการดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
* **การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน:** อาจส่งผลกระทบต่อรายได้และต้นทุนของบริษัท
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทั่วไป (ไม่ระบุกลุ่ม))
**รายได้จากการจำหน่ายบัตรเข้าชม:** ในไตรมาส 2 ปี 2566 รายได้จากการจำหน่ายบัตรเข้าชมรวมอยู่ที่ 289.08 ล้านบาท ลดลง 143.31 ล้านบาท (33.06%) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้หลักมาจากบริษัท ซาฟารีเวิลด์ 196.62 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากปีก่อนที่ได้รับอานิสงส์จากการกลับมาเปิดประเทศของนักท่องเที่ยวจีน แต่ยังคงได้รับผลกระทบจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ยังไม่มากนัก ขณะที่ภูเก็ตนาคาซีมีรายได้ 58.07 ล้านบาท และคานิวเมจิกมีรายได้ 34.39 ล้านบาท ซึ่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากปีก่อน
**รายได้จากการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม:** อยู่ที่ 89.35 ล้านบาท ลดลง 62.75 ล้านบาท (41.25%) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้หลักมาจากซาฟารีเวิลด์ 66.66 ล้านบาท
**รายได้จากการจำหน่ายสินค้าที่ระลึก:** อยู่ที่ 19.75 ล้านบาท ลดลง 8.66 ล้านบาท (30.45%) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
**รายได้จากการดำเนินงานอื่นๆ:** อยู่ที่ 39.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.96 ล้านบาท (100.00%) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยส่วนใหญ่มาจากซาฟารีเวิลด์
**ต้นทุนขายและบริการ:** อยู่ที่ 208.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 88.99 ล้านบาท (45.17%) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริการของซาฟารีเวิลด์ และการกลับมาเปิดให้บริการของภูเก็ตนาคาซี รวมถึงการเปิดให้บริการของคานิวเมจิก
**ขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์:** มีผลขาดทุน 4.93 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 0.40 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทได้เพิ่มมาตรการดูแลสัตว์อย่างใกล้ชิด
**ค่าเสื่อมราคา:** เพิ่มขึ้น 78.44 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการกลับมาเปิดให้บริการของภูเก็ตนาคาซีและคานิวเมจิก
**ต้นทุนทางการเงิน:** เพิ่มขึ้น 61.36 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการเพิ่มขึ้นของหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทและบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวม 8,796.92 ล้านบาท ลดลง 191.24 ล้านบาท หรือ 2.13% จากสิ้นปี 2565 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 53.33 ล้านบาท เนื่องจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง และสินค้าคงเหลือลดลงจากการกลับมาเปิดให้บริการของกลุ่มบริษัท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 7,137.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.58 ล้านบาท หรือ 0.23% จากสิ้นปี 2565 โดยหนี้สินตามสัญญาเช่าเพิ่มขึ้น 14.09 ล้านบาท จากการซื้ออุปกรณ์ยานพาหนะสำหรับบริษัทย่อยภูเก็ตนาคาซี
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 1,659.39 ล้านบาท ลดลง 207.82 ล้านบาท หรือ 11.13% จากสิ้นปี 2565 ซึ่งเป็นผลมาจากผลขาดทุนสุทธิในงวด 6 เดือนแรกของปี
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 4.30 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 3.81 เท่า ณ สิ้นปี 2565
**กระแสเงินสด:** ในไตรมาส 2 ปี 2566 กระแสเงินสดจากการดำเนินงานสุทธิได้ 314.13 ล้านบาท กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 66.75 ล้านบาท และกระแสเงินสดได้จากกิจกรรมจัดหาเงิน 304.60 ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงสุทธิ 57.22 ล้านบาท
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญของผลประกอบการ SAFARI ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือการพลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 113.20 ล้านบาท อันเป็นผลมาจากรายได้รวมที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 120.96 ล้านบาท ประกอบกับต้นทุนขายและบริการที่ปรับตัวสูงขึ้น แม้ว่าภาพรวมการท่องเที่ยวจะเริ่มฟื้นตัวและบริษัทได้มีการปรับปรุงสถานที่ แต่การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนที่ยังไม่เต็มที่ และผลประกอบการที่ยังขาดทุนของบริษัทย่อย เป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การบริหารจัดการต้นทุนและกลยุทธ์การตลาดจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการให้ดีขึ้นในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SAFARI ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
1,166.31
ล้านบาท
↑ 131.1% YoY
กำไรขั้นต้น
467.97
ล้านบาท
↑ 385% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
40.12
%
กำไรสุทธิ
-3.22
ล้านบาท
↓ 101.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-0.28
%
D/E Ratio
5.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,166
↑ + 131.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
468
↑ + 385%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-3
↓ -101.8%
YoY
D/E Ratio
5.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SAFARI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
5.20
ROE (%)
-5.31
ROA (%)
6.34
Book Value/หุ้น
0.00
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SAFARI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-144
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-130
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SAFARI
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-144.10
+5.52%
|
-136.56
-195.15%
|
143.52
+230.54%
|
43.42
-209.87%
|
-39.52
-109.18%
|
430.52
-22.54%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-129.93
-336.93%
|
54.84
-1.35%
|
55.59
-21,480.77%
|
-0.26
-99.94%
|
-443.56
-71.77%
|
-1,571.16
+15.79%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
303.12
+45.24%
|
208.71
-228.54%
|
-162.37
+267.19%
|
-44.22
-114.96%
|
295.67
-74.95%
|
1,180.47
+58.80%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
44.68
-64.82%
|
126.99
+245.83%
|
36.72
-3,564.15%
|
-1.06
-99.43%
|
-187.41
-570.52%
|
39.83
-168.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
75.87
-14.18%
|
88.41
+435.49%
|
16.51
+15.05%
|
14.35
-92.89%
|
201.76
+24.60%
|
161.92
-26.32%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
60.29
-20.54%
|
75.87
-14.18%
|
88.41
+435.59%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|