บริษัท ซาฟารีเวิลด์ จำกัด (มหาชน)
SET · หมวดบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ระหว่างฟื้นฟูการดำเนินงาน
0.30
+0.03 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=18264 out_tok=2665 at=2026-07-26T02:55:00 -->
LH Financial Group: กำไร Q1/2565 ลดลง 8.7% YoY เหตุสำรองหนี้สูง แต่กำไรจากการดำเนินงานโต 9.1%
รายได้ดอกเบี้ยสุทธิพุ่ง 17.6% จากการขยายสินเชื่อ SME และรายย่อย ขณะที่ NIM ขยับขึ้นเป็น 2.39%
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญของผลประกอบการ LH Financial Group ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในระดับสูง** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 8.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าจะมีปัจจัยบวกจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่งก็ตาม
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า การตั้งสำรองที่สูงนี้เป็นไปตามหลักความระมัดระวัง เพื่อรองรับการขยายตัวของสินเชื่อและการช่วยเหลือลูกค้าที่อาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ต่างๆ โดยเฉพาะการขยายสินเชื่อรายย่อยและ SME ที่เป็นกลยุทธ์หลักในปีนี้ แม้ว่าอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPLs) จะยังอยู่ในระดับต่ำที่ 2.54% แต่การตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้นนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรสุทธิ
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณา **กำไรจากการดำเนินงานก่อนการตั้งสำรอง** พบว่ามีการเติบโตถึง 9.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจาก **รายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นถึง 17.6%** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของสินเชื่อธุรกิจ SME (5.0%) และสินเชื่อรายย่อย (6.3%) รวมถึงการบริหารต้นทุนทางการเงินที่ดีขึ้น ทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ปรับตัวสูงขึ้นจาก 2.21% เป็น 2.39% นอกจากนี้ ประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุนการดำเนินงานยังคงอยู่ในเกณฑ์ดี โดยมี Cost-to-Income Ratio อยู่ที่ 43%
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
มีโอกาส **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** เนื่องจากฝ่ายจัดการยังคงเน้นการตั้งสำรองตามหลักความระมัดระวังเพื่อรองรับการขยายสินเชื่อและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อกำไรสุทธิในระยะสั้นต่อไป อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและ NIM ที่แข็งแกร่งจากการขยายสินเชื่อและการบริหารต้นทุนทางการเงินที่ดี เป็นปัจจัยบวกที่น่าจะส่งผลต่อเนื่องได้ หากเศรษฐกิจโดยรวมยังคงมีแนวโน้มฟื้นตัวตามที่คาดการณ์ไว้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q1/2565 อยู่ที่ 511.7 ล้านบาท ลดลง 8.7% YoY** แต่หากไม่รวมผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 9.1% YoY
* **รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเติบโต 17.6% YoY** จากการขยายสินเชื่อ SME และรายย่อย
* **ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) เพิ่มขึ้นเป็น 2.39%** จาก 2.21% YoY
* **อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (CAR) อยู่ที่ 17.6%** สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของธปท.
* **คุณภาพสินเชื่อยังคงแข็งแกร่ง** โดยมี NPLs อยู่ที่ 2.54% และ Coverage Ratio ที่ 187.4%
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิในไตรมาส 1 ปี 2565 จำนวน 511.7 ล้านบาท ลดลง 8.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (560.5 ล้านบาท) สาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นยังอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม หากพิจารณากำไรจากการดำเนินงานก่อนการตั้งสำรอง พบว่ามีจำนวน 1,117 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 17.6% และรายได้ค่าธรรมเนียม รวมถึงประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุนการดำเนินงาน
รายได้ดอกเบี้ยสุทธิในไตรมาสนี้อยู่ที่ 1,444.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.6% YoY เนื่องจากการขยายตัวของสินเชื่อธุรกิจ SME (5.0%) และสินเชื่อรายย่อย (6.3%) ประกอบกับการบริหารต้นทุนทางการเงินที่ดีขึ้น ส่งผลให้ NIM เพิ่มขึ้นเป็น 2.39% จาก 2.21% ในปีก่อน
ส่วนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 506.2 ล้านบาท ลดลง 15.5% YoY ส่วนใหญ่มาจากการลดลงของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ และกำไรจากเงินลงทุน
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอยู่ที่ 844.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.9% YoY โดยเป็นการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน
กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานอยู่ที่ 0.024 บาท ลดลง 11.1% YoY
## โอกาส
* **การขยายฐานลูกค้าสินเชื่อ:** กลยุทธ์การขยายสินเชื่อธุรกิจ SME และสินเชื่อรายย่อยที่ให้ผลตอบแทนดี จะเป็นแรงขับเคลื่อนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิในอนาคต
* **การบริหารต้นทุนทางการเงิน:** ความสามารถในการบริหารต้นทุนทางการเงิน โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของเงินฝากต้นทุนต่ำ จะช่วยรักษาและเพิ่ม NIM ได้
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** การคาดการณ์เศรษฐกิจไทยที่จะฟื้นตัวต่อเนื่องในปี 2565 จากภาคการท่องเที่ยว การส่งออก และการบริโภคภายในประเทศ จะสนับสนุนการเติบโตของสินเชื่อและคุณภาพสินทรัพย์
* **ความแข็งแกร่งของเงินกองทุน:** อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงที่สูงกว่าเกณฑ์ สะท้อนถึงความมั่นคงและศักยภาพในการรองรับการเติบโต
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ:** การระบาดของไวรัสโคโรนาที่กลับมารุนแรงขึ้น, อัตราเงินเฟ้อที่เร่งตัวสูงขึ้น, และความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อภาคครัวเรือน ต้นทุนธุรกิจ และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
* **การตั้งสำรองหนี้ที่สูง:** การตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง อาจกดดันกำไรสุทธิในระยะสั้น
* **การแข่งขันในภาคธนาคาร:** การแข่งขันที่รุนแรงในภาคธนาคารอาจส่งผลต่อการบริหารส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม
* **แนวโน้มอันดับเครดิต:** การที่บริษัทได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กรโดยทริสเรทติ้งที่ระดับ “BBB+” แนวโน้มอันดับเครดิต “Negative” อาจส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ระดับการตั้งสำรองหนี้:** ติดตามแนวโน้มการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในไตรมาสถัดไป ว่าจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องหรือไม่
* **การเติบโตของสินเชื่อ:** ตรวจสอบการเติบโตของสินเชื่อ SME และสินเชื่อรายย่อย ว่าเป็นไปตามเป้าหมายและสร้างรายได้ตามที่คาดหวังหรือไม่
* **คุณภาพสินทรัพย์:** จับตาการเปลี่ยนแปลงของ NPLs และ Coverage Ratio เพื่อประเมินความเสี่ยงด้านเครดิต
* **ทิศทางเศรษฐกิจมหภาค:** ติดตามปัจจัยเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคการเงิน
* **ผลการดำเนินงานของบริษัทย่อย:** วิเคราะห์ผลประกอบการของ LH Securities และ LH Fund Management ว่าจะสามารถสร้างการเติบโตได้มากน้อยเพียงใด
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทั่วไป (ไม่ระบุกลุ่ม))
**ภาพรวมกลุ่มธุรกิจ:** LH Financial Group ประกอบด้วยธุรกิจหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์, บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์, และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์
**ธุรกิจธนาคาร:** เป็นธุรกิจหลักที่สร้างรายได้ส่วนใหญ่ โดยในไตรมาส 1/2565 ธนาคารมีกำไรสุทธิ 330.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 163.4% QoQ แต่ลดลง 8.0% YoY การเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 15.0% YoY เป็นปัจจัยสำคัญที่ชดเชยผลขาดทุนด้านเครดิตที่เพิ่มขึ้น 22.9% YoY ได้บางส่วน NIM อยู่ที่ 2.39% เพิ่มขึ้นจาก 2.21% YoY การขยายสินเชื่อ SME และรายย่อยเป็นกลยุทธ์หลัก
**ธุรกิจหลักทรัพย์:** บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ มีกำไรสุทธิ 77.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.0% QoQ แต่ลดลง 9.7% YoY รายได้รวมเติบโต 8.7% YoY โดยมีแรงหนุนจากรายได้ค่านายหน้าและรายได้ดอกเบี้ย
**ธุรกิจหลักทรัพย์จัดการกองทุน:** บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ มีกำไรสุทธิ 24.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.3% QoQ แต่ลดลง 21.1% YoY รายได้รวมลดลง 44.0% YoY ส่วนใหญ่มาจากการลดลงของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นไตรมาส 1/2565 สินทรัพย์รวมของ LH Financial Group อยู่ที่ 258,360.4 ล้านบาท ลดลง 2.4% YTD โดยมีเงินให้สินเชื่อสุทธิ 175,880.4 ล้านบาท (68.1% ของสินทรัพย์รวม) และเงินลงทุนสุทธิ 57,460.6 ล้านบาท (22.2% ของสินทรัพย์รวม)
**หนี้สินรวม:** หนี้สินรวมอยู่ที่ 219,741.6 ล้านบาท ลดลง 3.0% YTD โดยมีเงินรับฝากเป็นส่วนใหญ่ 186,980.4 ล้านบาท (85.1% ของหนี้สินรวม)
**ส่วนของเจ้าของ:** มีจำนวน 38,618.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.1% YTD
**กระแสเงินสด:** เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดกระแสเงินสดโดยตรง แต่การลดลงของสินทรัพย์รวมและหนี้สินรวมบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการสภาพคล่องและการปรับโครงสร้างหนี้
## สรุปท้าย
LH Financial Group ในไตรมาส 1 ปี 2565 เผชิญกับแรงกดดันจากกำไรสุทธิที่ลดลง YoY อันเป็นผลมาจากการตั้งสำรองหนี้ที่สูงขึ้นตามหลักความระมัดระวัง อย่างไรก็ตาม หัวใจสำคัญที่ซ่อนอยู่คือการเติบโตที่แข็งแกร่งของกำไรจากการดำเนินงาน ซึ่งขับเคลื่อนโดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการขยายสินเชื่อและการบริหาร NIM ที่มีประสิทธิภาพ แม้ความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการตั้งสำรองที่อาจต่อเนื่องยังคงอยู่ แต่การบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์และเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง ประกอบกับโอกาสจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SAFARI ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
1,166.31
ล้านบาท
↑ 131.1% YoY
กำไรขั้นต้น
467.97
ล้านบาท
↑ 385% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
40.12
%
กำไรสุทธิ
-3.22
ล้านบาท
↓ 101.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-0.28
%
D/E Ratio
5.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,166
↑ + 131.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
468
↑ + 385%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-3
↓ -101.8%
YoY
D/E Ratio
5.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SAFARI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
5.20
ROE (%)
-5.31
ROA (%)
6.34
Book Value/หุ้น
0.00
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SAFARI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-144
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-130
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SAFARI
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-144.10
+5.52%
|
-136.56
-195.15%
|
143.52
+230.54%
|
43.42
-209.87%
|
-39.52
-109.18%
|
430.52
-22.54%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-129.93
-336.93%
|
54.84
-1.35%
|
55.59
-21,480.77%
|
-0.26
-99.94%
|
-443.56
-71.77%
|
-1,571.16
+15.79%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
303.12
+45.24%
|
208.71
-228.54%
|
-162.37
+267.19%
|
-44.22
-114.96%
|
295.67
-74.95%
|
1,180.47
+58.80%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
44.68
-64.82%
|
126.99
+245.83%
|
36.72
-3,564.15%
|
-1.06
-99.43%
|
-187.41
-570.52%
|
39.83
-168.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
75.87
-14.18%
|
88.41
+435.49%
|
16.51
+15.05%
|
14.35
-92.89%
|
201.76
+24.60%
|
161.92
-26.32%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
60.29
-20.54%
|
75.87
-14.18%
|
88.41
+435.59%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|