บริษัท ซาฟารีเวิลด์ จำกัด (มหาชน)
SET · หมวดบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ระหว่างฟื้นฟูการดำเนินงาน
0.30
+0.03 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8624 out_tok=3070 at=2026-07-26T02:48:49 -->
SAFARI WORLD Q4/2564 ขาดทุนสุทธิพุ่ง 40% รับผลกระทบโควิด-19 ปิดกิจการยาว
**รายได้หด 55% ฝ่ายบริหารเร่งปรับกลยุทธ์รับมือ เน้นลูกค้าไทย-บริหารต้นทุนคงที่**
บริษัท ซาฟารีเวิลด์ จำกัด (มหาชน) หรือ SAFARI รายงานผลประกอบการปี 2564 ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 40.34% เป็น 922.23 ล้านบาท จากปีก่อนที่ขาดทุน 657.15 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้รวมที่ลดลงถึง 55.33% เหลือเพียง 210.39 ล้านบาท เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลให้บริษัทฯ และบริษัทย่อยต้องปิดกิจการเป็นเวลานาน โดยเฉพาะซาฟารีเวิลด์ที่ปิดทำการนานกว่า 5 เดือน และภูเก็ตแฟนตาซีที่ปิดต่อเนื่องกว่า 20 เดือน ส่งผลกระทบต่อรายได้จากการจำหน่ายบัตรเข้าชม อาหารและเครื่องดื่มอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะพยายามปรับกลยุทธ์หันมาเน้นกลุ่มลูกค้าคนไทยและบริหารจัดการต้นทุนคงที่เพื่อรักษาสภาพคล่อง แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากการปิดกิจการได้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจหลักของผลประกอบการที่เปลี่ยนแปลงไปในปี 2564 คือ **การปิดกิจการเป็นเวลานานกว่า 5 เดือนของซาฟารีเวิลด์ และการปิดต่อเนื่องยาวนานกว่า 20 เดือนของภูเก็ตแฟนตาซี** ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้รายได้รวมของกลุ่มบริษัทลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 55.33% เมื่อเทียบกับปีก่อน
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทวีความรุนแรงขึ้นในปี 2564 ทำให้รัฐบาลประกาศให้ธุรกิจสวนสัตว์และสถานที่จัดแสดงสัตว์ปิดกิจการชั่วคราวเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด โดยซาฟารีเวิลด์ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ ต้องปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน - 30 กันยายน 2564 เป็นเวลา 5 เดือน 13 วัน ขณะที่ภูเก็ตแฟนตาซี (บริษัทย่อย) ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดภูเก็ต แม้จะได้รับผลกระทบจากโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ แต่ก็มีจำนวนนักท่องเที่ยวไม่มากนักและไม่ใช่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลัก ทำให้ต้องปิดกิจการต่อเนื่องยาวนานกว่า 20 เดือนนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 การปิดกิจการยาวนานนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้จากการจำหน่ายบัตรเข้าชม อาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงรายได้จากการดำเนินงานอื่น ๆ อย่างรุนแรง แม้บริษัทฯ จะพยายามปรับกลยุทธ์โดยการจำหน่ายบัตรสมาชิกต่ออายุให้กับลูกค้าเดิมเพื่อสร้างรายได้หมุนเวียนและบริหารจัดการต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) เช่น ค่าใช้จ่ายในการดูแลสัตว์ ค่าสาธารณูปโภค แต่ก็ไม่สามารถชดเชยรายได้ที่หายไปได้ทั้งหมด
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีแนวโน้มที่จะดีขึ้นในปี 2565 ฝ่ายจัดการระบุว่ารัฐบาลได้มีคำสั่งให้สถานประกอบการประเภทสวนสัตว์กลับมาเปิดกิจการได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป โดยปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรค และซาฟารีเวิลด์ได้กลับมาเปิดให้บริการในวันที่ 9 ตุลาคม 2564 อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวอาจเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดในต่างประเทศยังมีความไม่แน่นอน และมาตรการกักตัวยังคงเข้มงวด ทำให้การเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวของกลุ่มลูกค้าหลักยังคงมีจำนวนน้อย บริษัทฯ จึงได้ปรับเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นลูกค้าคนไทยแทน นอกจากนี้ โครงการคาร์นิวัลเมจิกที่จังหวัดภูเก็ตมีความคืบหน้า 95% และคาดว่าจะช่วยขยายฐานนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้ในอนาคตเมื่อสามารถเปิดให้บริการได้
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 40.34%:** กลุ่มบริษัทฯ ขาดทุนสุทธิ 922.23 ล้านบาทในปี 2564 เพิ่มขึ้นจาก 657.15 ล้านบาทในปี 2563
* **รายได้รวมลดลง 55.33%:** รายได้รวมอยู่ที่ 210.39 ล้านบาทในปี 2564 ลดลงจาก 471.00 ล้านบาทในปี 2563
* **ปิดกิจการยาวนาน:** ซาฟารีเวิลด์ปิด 5 เดือน 13 วัน (26 เม.ย. - 8 ต.ค. 64) และภูเก็ตแฟนตาซีปิดต่อเนื่องกว่า 20 เดือน (19 มี.ค. 63 - ปัจจุบัน)
* **ปรับกลยุทธ์เน้นลูกค้าไทย:** ชดเชยการหายไปของนักท่องเที่ยวต่างชาติ
* **ต้นทุนคงที่ยังคงอยู่:** บริษัทฯ พยายามลดค่าใช้จ่ายคงที่ แต่ค่าใช้จ่ายในการดูแลสัตว์ยังคงต้องจ่ายต่อเนื่อง
* **โครงการคาร์นิวัลเมจิกล่าช้า:** ความคืบหน้า 95% แต่เลื่อนเปิดบริการออกไปเนื่องจากโควิด-19
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 กลุ่มบริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 922.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.34% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้รวมที่ลดลง 55.33% เหลือ 210.39 ล้านบาท การลดลงของรายได้นี้เกิดจากการปิดกิจการชั่วคราวของซาฟารีเวิลด์เป็นเวลานาน และการปิดกิจการต่อเนื่องของภูเก็ตแฟนตาซี แม้บริษัทฯ จะพยายามบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการที่ลดลง 50.12% และต้นทุนคงที่ แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่หายไปได้ทั้งหมด ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารกลับเพิ่มขึ้น 28.58% เนื่องจากมีการจัดประเภทค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินในช่วงปิดกิจการเป็นค่าใช้จ่ายบริหาร และต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 75.68% จากการขยายวันครบกำหนดชำระหุ้นกู้และผ่อนผันการชำระเงินต้น
## โอกาส
* **การกลับมาเปิดให้บริการ:** การที่รัฐบาลอนุญาตให้สวนสัตว์กลับมาเปิดให้บริการได้ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 เป็นโอกาสสำคัญในการเริ่มสร้างรายได้อีกครั้ง
* **การปรับกลยุทธ์สู่ลูกค้าไทย:** การหันมาเน้นกลุ่มลูกค้าคนไทยเป็นการทดแทนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลง อาจช่วยสร้างฐานรายได้ที่มั่นคงขึ้นในระยะสั้น
* **โครงการคาร์นิวัลเมจิก:** โครงการมีความคืบหน้า 95% และคาดว่าจะช่วยขยายฐานนักท่องเที่ยวและสร้างผลกำไรในอนาคตเมื่อสามารถเปิดให้บริการได้
* **การผ่อนคลายมาตรการ:** หากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายและการฉีดวัคซีนครอบคลุมมากขึ้น อาจส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวและการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ
## ความเสี่ยง
* **การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่:** ความไม่แน่นอนของการแพร่ระบาดและการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสยังคงเป็นความเสี่ยงหลักที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจและการเดินทางของนักท่องเที่ยว
* **ข้อจำกัดในการเดินทางระหว่างประเทศ:** มาตรการควบคุมการเดินทางที่เข้มงวดของหลายประเทศยังคงเป็นอุปสรรคต่อการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว:** เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย การแข่งขันในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอาจทวีความรุนแรงขึ้น
* **ภาระหนี้สิน:** หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น และหุ้นกู้ของบริษัทย่อยที่จะครบกำหนดไถ่ถอนในปี 2565-2566 อาจเป็นภาระทางการเงินหากการฟื้นตัวไม่เป็นไปตามคาด
* **ความล่าช้าของโครงการคาร์นิวัลเมจิก:** หากการก่อสร้างหรือการเปิดให้บริการโครงการล่าช้าออกไปอีก อาจส่งผลกระทบต่อการสร้างรายได้ในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **จำนวนผู้เข้าชมหลังเปิดให้บริการ:** ติดตามจำนวนผู้เข้าชมรายวัน/รายสัปดาห์หลังการกลับมาเปิดให้บริการ เพื่อประเมินการฟื้นตัวของรายได้
* **ความคืบหน้าโครงการคาร์นิวัลเมจิก:** จับตาความคืบหน้าและกำหนดการเปิดให้บริการของโครงการ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตในอนาคต
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19:** ติดตามข่าวสารและมาตรการควบคุมโรคทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยว
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** ติดตามการบริหารจัดการหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดไถ่ถอน และการเจรจาหนี้สินกับผู้ถือหุ้นกู้
* **การปรับกลยุทธ์การตลาด:** ประเมินประสิทธิภาพของกลยุทธ์การตลาดที่เน้นลูกค้าคนไทย และแผนการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทั่วไป (ไม่ระบุกลุ่ม))
**รายได้:** รายได้รวมปี 2564 อยู่ที่ 210.39 ล้านบาท ลดลง 55.33% โดยรายได้จากการจำหน่ายบัตรเข้าชมลดลง 142.21 ล้านบาท (48.02%) เนื่องจากปิดกิจการนาน รายได้อาหารและเครื่องดื่มลดลง 67.01 ล้านบาท (79.58%) และรายได้อื่นลดลง 51.39 ล้านบาท (57.09%) การลดลงนี้สะท้อนผลกระทบโดยตรงจากการปิดกิจการและการท่องเที่ยวที่ซบเซา
**ต้นทุน:** ต้นทุนขายและบริการลดลง 50.12% สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง บริษัทฯ พยายามลดต้นทุนคงที่ เช่น ค่าอาหารสัตว์ ค่าสาธารณูปโภค เพื่อรักษาสภาพคล่อง
**ค่าใช้จ่าย:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 28.58% เป็น 509.41 ล้านบาท เนื่องจากมีการจัดประเภทค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินในช่วงปิดกิจการเป็นค่าใช้จ่ายบริหาร ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 75.68% เป็น 375.14 ล้านบาท จากการขยายวันครบกำหนดชำระหุ้นกู้และผ่อนผันการชำระเงินต้น
**อัตรากำไร:** อัตรากำไรขั้นต้นติดลบ 32.62% และอัตรากำไรสุทธิติดลบ 438.34% สะท้อนถึงผลขาดทุนจากการดำเนินงานที่รุนแรง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**สินทรัพย์:** สินทรัพย์รวมลดลง 2.75% เหลือ 8,682.21 ล้านบาท จากการลดลงของลูกหนี้การค้าและสินทรัพย์ถาวร (จากการรับรู้ค่าเสื่อมราคาและตัดจำหน่าย)
**หนี้สิน:** หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 629.47% เป็น 6,254.59 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย 221.93 ล้านบาท เพื่อรองรับการลงทุนในโครงการคาร์นิวัลเมจิก และเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 427.72 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัทย่อยที่จะครบกำหนดในปี 2565-2566 มีมูลค่ารวม 2,358.70 ล้านบาท ซึ่งได้มีการขยายระยะเวลาครบกำหนดไถ่ถอนออกไป
**ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลง 26.49% เหลือ 2,427.62 ล้านบาท จากผลขาดทุนสะสม
**สภาพคล่อง:** อัตราส่วนสภาพคล่องลดลงจาก 0.04 เป็น 0.03 เนื่องจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงจากการดำเนินงานที่ขาดทุน
**โครงสร้างเงินทุน:** อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนเพิ่มขึ้นจาก 1.70 เป็น 2.58 เท่า สะท้อนถึงการเพิ่มขึ้นของหนี้สินและการลดลงของส่วนของผู้ถือหุ้น
## สรุปท้าย
ปี 2564 เป็นปีที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับ SAFARI จากผลกระทบของการปิดกิจการยาวนานเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีความพยายามในการปรับกลยุทธ์และบริหารจัดการต้นทุน แต่รายได้ที่หดหายไปก็ยังเป็นปัจจัยกดดันหลัก อย่างไรก็ตาม การกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งและการเดินหน้าโครงการคาร์นิวัลเมจิกเป็นสัญญาณบวกสำหรับอนาคต แต่ความเสี่ยงจากสถานการณ์โควิด-19 และภาระหนี้สินยังคงเป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SAFARI ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,166.31
ล้านบาท
↑ 131.1% YoY
กำไรขั้นต้น
467.97
ล้านบาท
↑ 385% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
40.12
%
กำไรสุทธิ
-3.22
ล้านบาท
↓ 101.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-0.28
%
D/E Ratio
5.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,166
↑ + 131.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
468
↑ + 385%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-3
↓ -101.8%
YoY
D/E Ratio
5.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SAFARI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
5.20
ROE (%)
-5.31
ROA (%)
6.34
Book Value/หุ้น
0.00
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SAFARI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-144
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-130
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SAFARI
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-144.10
+5.52%
|
-136.56
-195.15%
|
143.52
+230.54%
|
43.42
-209.87%
|
-39.52
-109.18%
|
430.52
-22.54%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-129.93
-336.93%
|
54.84
-1.35%
|
55.59
-21,480.77%
|
-0.26
-99.94%
|
-443.56
-71.77%
|
-1,571.16
+15.79%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
303.12
+45.24%
|
208.71
-228.54%
|
-162.37
+267.19%
|
-44.22
-114.96%
|
295.67
-74.95%
|
1,180.47
+58.80%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
44.68
-64.82%
|
126.99
+245.83%
|
36.72
-3,564.15%
|
-1.06
-99.43%
|
-187.41
-570.52%
|
39.83
-168.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
75.87
-14.18%
|
88.41
+435.49%
|
16.51
+15.05%
|
14.35
-92.89%
|
201.76
+24.60%
|
161.92
-26.32%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
60.29
-20.54%
|
75.87
-14.18%
|
88.41
+435.59%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|